เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 63 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย นายกฤตตฤณ สุขบริบูรณ์ ผู้แจ้งการชุมนุมสาธารณะ ในกิจกรรมแฟลซม๊อบ #เชียงรายไม่เอาเผด็จการ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 63 บริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางหลังเก่าจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางเข้าจ่ายค่าปรับจากข้อกล่าวหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเงิน 200 บาทจากการชุมนุมดังกล่าว

( ภาพกิจกรรมจากเพจ Chiangrai No เผด็จการ 

สำหรับเหตุการณ์ในคดีนี้ ตั้งแต่ก่อนวันที่ 26 ก.พ. 63 ที่จะมีการจัดกิจกรรมแฟลซม๊อบ นายกฤตตฤณได้เดินทางเข้าแจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อ พ.ต.อ.กิตติพงษ์  สุขวัฒนพันธ์ ผู้กำกับการสภ.เมืองเชียงราย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต่อมาพ.ต.อ.กิตติพงษ์ ได้ทำหนังสือสรุปสาระสำคัญของการชุมนุมสาธารณะกลับมาให้ผู้แจ้งการชุมนุมโดยมีการกำหนดเงื่อนไขของการชุมนุมจำนวน 6 ข้อ โดยสรุปดังนี้  1. ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ, 2. ใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมาย, 3. ให้ขอใช้สถานที่จากหน่วยงานเจ้าของสถานที่ , 4.ให้ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงก่อนใช้ในการชุมนุม, 5. การใช้เครื่องขยายเสียงต้องเป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ 6. ให้ผู้จัดและผู้ร่วมชุมนุมปฏิบัติตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯ โดยเคร่งครัด

เมื่อนายกฤตตฤณ ผู้แจ้งการชุมนุม ได้รับหนังสือสรุปสาระสำคัญการชุมนุมดังกล่าวแล้ว เห็นว่าต้องดำเนินการขอใช้เครื่องขยายเสียงกับเทศบาลนครเชียงราย  ดังกล่าวในวันที่ 26 ก.พ. ก่อนการเริ่มชุมนุม นายกฤตตฤณจึงได้เดินทางไปยังเทศบาลนครเชียงราย เพื่อแจ้งขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายก็ได้นำเอกสารการขออนุญาตดังกล่าวให้แก่นายกฤตตฤณกรอก แต่ส่วนหนึ่งของเอกสารดังกล่าวกลับต้องมีการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่รับผิดชอบลงชื่อรับทราบด้วย และเมื่อนายกฤตตฤณพยายามติดต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ.เมืองเชียงรายลงชื่อรับทราบในเอกสารดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมลงชื่อในเอกสาร จนใกล้เวลาเริ่มกิจกรรม นายกฤตตฤณจึงได้ตัดสินใจไปจัดกิจกรรมโดยที่การขออนุญาตดังกล่าว ยังไม่แล้วเสร็จ

กิจกรรมแฟลชม็อบ #เชียงรายไม่เอาเผด็จการ มีประชาชนและนักศึกษากว่า 500 คน เข้าร่วมแสดงจุดยืน ทั้งโดยการแต่งชุดดำไว้อาลัยให้กับความอยุติธรรมของประเทศไทย

จนล่าสุดวันที่ 3 มี.ค. 63 หลังกิจกรรมชุมนุมไปแล้ว 6 วัน  นายกฤตตฤณได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางไปยังสภ.เมืองเชียงราย เพื่อจ่ายค่าปรับจากข้อกล่าวหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 โดยนายกฤตตฤณถูกเปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวน 200 บาท

 

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่าในแบบฟอร์มแจ้งการชุมนุมสาธารณะ จะมีส่วนรายละเอียดการใช้เครื่องขยายเสียงให้ผู้แจ้งการชุมนุมกรอกไว้อยู่ด้วยแล้ว ซึ่งทำให้เรื่องการประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ เรื่องการใช้งานเครื่องขยายเสียงนี้ ควรจะอยู่ในความรับผิดชอบเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ คือหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะ  ตามหมวด 4 เรื่องการคุ้มครองความสะดวกของประชาชนและการดูแลการชุมนุมสาธารณะ มาตรา 19 ของพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558  การที่เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะทำหนังสือสรุปสาระสำคัญการชุมนุม โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้แจ้งการชุมนุมสาธารณะต้องไปขออนุญาตเพื่อใช้เครื่องขยายเสียงอีกครั้ง เป็นการสร้างภาระเกินความจำเป็นให้กับประชาชนผู้ที่จะใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญ ทำให้การดำเนินการจัดการชุมนุมต้องไปแจ้งแก่หน่วยงานต่างๆ ทับซ้อนกันไปมา และทำให้เจ้าหน้าที่นำข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงมาใช้ดำเนินคดีกับประชาชนที่ออกมาใช้เสรีภาพในการชุมนุมในลักษณะนี้อีกด้วย