ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับข้อมูลการสังเกตการณ์การจัดกิจกรรมชุมนุมแฟลชม็อบต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องประชาธิปไตยที่สถานศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 แห่ง เมื่อช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยที่ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ฯ แม้ไม่ได้มีการปิดกั้นกิจกรรม แต่ผู้จัดก็เผชิญกับเงื่อนไขในการห้ามแสดงสัญลักษณ์ของพรรคการเมืองและการห้ามใช้เครื่องเสียง  ส่วนที่มอ.สุราษฎร์ฯ ผู้จัดเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งมหาวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่รัฐ จนต้องเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรม

มรภ.สุราษฎร์: ขอไม่ให้ใช้สัญลักษณ์พรรคการเมืองและเครื่องขยายเสียง

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 63 นักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมชุมนุมแฟลชม็อบ #SRUปริญญาก็ไม่ได้ประชาธิปไตยก็ต้องการ ที่ลานเสาธงของคณะมนุษยศาสตร์ โดยมีทั้งนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมกว่า 200 คน กิจกรรมมีทั้งการร่วมกันเขียนป้ายผ้า การเล่นดนตรี  การอ่านแถลงการณ์และการกล่าวปราศรัยของตัวแทนนักศึกษา มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การขาดความชอบธรรมของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ยังสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหาร และการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ร่วมกันส่งเสียงผ่านช่องทางพรรคการเมือง ตอนท้ายมีการส่องไฟจากมือถือเพื่อขับไล่ความมืดมิด และร่วมกันร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา และดอกไม้จะบาน

ตลอดทั้งงาน มีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ มากกว่า 10 นาย เข้ามาติดตามและถ่ายรูปกิจกรรม โดยทางมหาวิทยาลัยยังมีการขอความร่วมมือไม่ให้นำสิ่งที่มีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเข้ามาภายในที่ชุมนุม และขอไม่ให้มีการใช้เครื่องขยายเสียงอีกด้วย

ภาพกิจกรรมแฟลชม็อบของนักศึกษาม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี (ภาพจากเพจประชาไท)

 

มอ.สุราษฎร์: ไม่อนุมัติให้ใช้สถานที่-จนท.นอกเครื่องแบบเข้าขอชื่อ/เบอร์ผู้จัด

ขณะเดียวกัน วันที่ 27 ก.พ. 63 กลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ได้จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ #ดอกศรีตรังกลับมาบาน ที่ศูนย์การเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน

ก่อนหน้ากิจกรรม ผู้จัดต้องปรับเปลี่ยนลักษณะกิจกรรม จากเดิมที่จะมีกิจกรรมการปราศรัย การอ่านแถลงการณ์ของนักศึกษา และการเปิดไฟจากมือถือ แต่เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากทางมหาวิทยาลัย โดยแม้ไม่ได้มีการห้ามทำกิจกรรม แต่ทางมหาวิทยาลัยแจ้งว่าจะไม่มีการอนุมัติให้ใช้สถานที่ทำกิจกรรมอย่างแน่นอน ทางผู้จัดจึงได้เปลี่ยนลักษณะกิจกรรม เป็นการเปิดให้ผู้เข้าร่วมได้เขียนป้ายผ้าแสดงความคิดเห็น และเขียนกระดาษเพื่อนำมาถ่ายรูปร่วมกัน พร้อมทั้งปรับให้ใช้เวลาทำกิจกรรมไม่นานนัก

ขณะเริ่มกิจกรรมเวลา 17.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 นาย เข้ามาพูดคุยกับผู้จัด ขอดูเอกสารการขอใช้พื้นที่จากทางมหาวิทยาลัย เมื่อไม่มี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงแจ้งว่าไม่สามารถอนุญาตให้มีการทำกิจกรรมได้  ทางนักศึกษาผู้จัดงานได้เจรจาขอให้มีจัดกิจกรรม เพื่อเป็นการแสดงออกถึงประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ โดยนักศึกษารับปากว่าจะระมัดระวัง ไม่ให้มีถ้อยคำที่ไม่สุภาพ และไม่ให้มีการแสดงออกที่ส่งผลเสียต่อสถาบันการศึกษาและสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังการเจรจา ทางเจ้าหน้าที่รักษาปลอดภัยจึงได้ผ่อนผันให้กลุ่มนักศึกษาทำกิจกรรมต่อไปได้

ภาพเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าติดตามกดดันกิจกรรมนักศึกษาในมอ.วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี 

จากนั้น เวลาประมาณ 17.45 น. ได้มีบุคลากรของมหาวิทยาลัยเข้ามาพูดคุยกับนักศึกษาอีก โดยมีการขอให้ยุติการชุมนุมเพื่อให้กลับไปอ่านหนังสือ แต่เมื่อกลุ่มนักศึกษาใกล้เสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว จึงได้ตกลงเสร็จสิ้นกิจกรรมในเวลาประมาณ 17.50 น. โดยขณะพูดคุยในช่วงท้ายนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจว่าเป็นหน่วยงานความมั่นคงเข้ายืนร่วมกับบุคลากรของมหาวิทยาลัย ในการพูดคุยกับนักศึกษาอีกด้วย

อีกทั้งตลอดทั้งงานดังกล่าว ยังมีเจ้าหน้าที่แต่งกายนอกเครื่องแบบ เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวนกว่า 10 นาย เข้ามาในพื้นที่กิจกรรม พร้อมทั้งมีการพยายามเข้ามาสอบถามชื่อสกุลและเบอร์โทรศัพท์ของผู้จัดงานไป และยังมีการยืนล้อมกิจกรรมของนักศึกษาเอาไว้ ทำให้เกิดความกดดันในการทำกิจกรรมอย่างมาก