15 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันตั้งพรรค นปป.ถูกนำตัวจาก มทบ.11มากองปราบฯ แจ้งข้อกล่าวหา สอบปากคำ ก่อนถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหารบ่ายนี้ ทั้งนี้ตำรวจแถลงยังไม่พบความเกี่ยวข้องเหตุระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ ไม่พบความเกี่ยวข้องว่าเป็นผู้ประสานงานหรือไม่ อีกทั้งขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาหมิ่นกษัตริย์ ทั้งนี้ยังต้องรอศาลเรียกไต่สวนฝากขัง แต่เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าถ้าจะประกันตัวต้องรอวันจันทร์อ้างเหตุใกล้หมดเวลาราชการ

19 ส.ค.2559 เวลาประมาณ 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้ต้องหา 15 ราย ในคดีร่วมกันตั้งพรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย ถูกควบคุมตัวมาจาก มทบ.11 มาแจ้งข้อกล่าวหา สอบปากคำ หลังจากที่วานนี้ทางตำรวจได้ขอศาลทหารออกหมายจับบุคคลทั้งหมด 17 คน ในข้อหาอั้งยี่ มาตรา 209 ตามประมวลกฎหมายอาญา และฝ่าฝืนคำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน โดยมีสองคนเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวไปก่อนถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้และกำลังติดตามตัวมาแจ้งข้อกล่าวหา ทั้ง 17คนตามหมายจับได้แก่

1. ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ อายุ 71 ปี ชาว จ.พัทลุง
2. นายวีระชัฏฐ์ จันทร์สะอาด อายุ 62 ปี ชาวจ.นนทบุรี
3. นายประพาส โรจนพิทักษ์ อายุ 67 ปี ชาวจ.ตรัง
4. นายปราโมทย์ สังหาญ อายุ 63 ปี ชาว จ.สตูล
5. นายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อายุ 49 ปี ชาว.กทม.
6. นางสาวมีนา แสงศรี อายุ 39 ปี ชาว กทม.
7. นาย ศิริฐาโรจน์ จินดา อายุ 56 ปี ชาว จ.หนองคาย
8. ร.ต.ต. หญิง วิลัยวรรณ คูณสวัสดิ์ อายุ 54 ปี ชาวจ.หนองคาย (ได้รับการปล่อยตัวก่อนถูกออกหมายจับ)
9. นายชินวร ทิพย์นวล อายุ 71 ปี ชาวจ.เชียงราย
10. นายณรงค์ ผดุงศักดิ์ อายุ 60 ปี ชาวจ.อ่างทอง
11. ร.ต.ท.สมัย คูณสวัสดิ์ อายุ 57 ปี ชาวจ.หนองคาย (ได้รับการปล่อยตัวก่อนถูกออกหมายจับ)
12. นายศรวัชษ์ กุระจินดา อายุ 60 ปี ชาว จ.มหาสารคาม
13. นายเหนือไพร เซ็นกลาง อายุ 41 ปี จ.สกลนคร
14. นายวิเชียร เจียมสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช
15. นายบุญภพ เวียงสมุทร อายุ 61 ปี ชาวจ.เชียงราย
16. นางสาวรุจิยา เสาสมภพ อายุ 52 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด
17. นายวิโรจน์ ยอดเจริญ อายุ 67 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อทั้ง 15 คนถูกนำตัวเข้าห้องสอบสวน ตำรวจได้ห้ามญาติและทนายความจากสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ(สกสส.) และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่มารออยู่เข้าพบ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าผู้ต้องหายังไม่มีทนายความ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมทนายความจากสภาทนายความไว้ให้แล้ว

ในการแถลงข่าว พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรเดช ผู้บังคับการกองแผนงานอาชญากรรม สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ ระบุว่าเบื้องต้นทั้งหมดมีการติดต่อกันเป็นกลุ่มขบวนการในนาม พรรคปฏิวัติเพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่ปลาายปี 2558 ซึ่งคล้ายกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ และมีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดและวางเพลิงใน7จังหวัดภาคใต้ และยังไม่พบว่าเกี่ยวข้องเป็นกลุ่มผู้ประสานงานที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ที่ปฏิบัติการก่อเหตุใน 7 จังหวัดภาคใต้หรือไม่ ตามที่ปรากฏในสื่อเมื่อวานนี้

นอกจากนั้นตามที่มีการรายงานข่าวว่ามีผู้ต้องหาบางรายอาจจะมีการกระทำความผิดข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์หรือม.112นั้น พล.ต.ต.ชยพลชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อหาดังกล่าวแต่ยืนยันว่าหากยังพบว่ามีผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวพันไม่ว่าจะในส่วนใดก็จะขยายผลเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีทั้งหมด

จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 15 คนถูกแยกไปแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำพร้อมกัน ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ทนายความจาก สกสส. และศูนย์ทนายความฯ เข้าร่วมฟังด้วย โดยพฤติการณ์การกระทำความผิดตามบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาของทั้ง 15 คน ระบุว่า หน่วยเฉพาะกิจฝ่ายข่าวกรองของ คสช. สืบทราบว่ากลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงร่วมกันชุมนุมจัดตั้งพรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย เพื่อร่วมมือกับมวลชนพื้นที่ต่างๆ ที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐบาล เจ้าหน้าที่จึงอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ควบคุมตัวมาซักถามที่ มทบ.11 ปรากฏว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกันชุมนุมต่อต้านรัฐบาล พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องได้กระทำความผิดร่วมกันเป็นอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209และร่วมกันชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่3/2558 ข้อ12 จริง พล.ต.วิจารณ์ จดแตงจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ

ผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ภายหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวทั้ง 15คนไปฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพฯ โดยนำตัวไปถึงศาลในเวลา 14.30น. โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอศาลไต่สวนการคัดค้านฝากขัง แต่เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าหากจะยื่นคำร้องปล่อยตัวชั่วคราวในวันนี้ไม่สามารถทำได้เนื่องจากใกล้หมดเวลาราชการจะสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวได้อีกครั้งในวันจันทร์ 22 ส.ค.

ทั้งนี้ศาลทหารกรุงเทพเคยเปิดทำการจนถึงเที่ยงคืนเพื่อพิจารณาการฝากขังนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ทั้ง 14 คน ในคืนของวันที่ 26 มิ.ย.2558

ศูนย์ทนายความฯ ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าตลอดการควบคุมตัวทั้ง 15คน ญาติไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ตลอดเวลา 7 วัน โดยที่ผู้ต้องหาบางรายมีโรคประจำตัวและต้องได้รับยาอยู่ได้แก่ ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ เป็นโรคความดันโลหิตสูงและต่อมลูกหมากโต เจ็บหน้าอกต้องรับประทานยาขยายหลอดเลือด ประพาส โจนพิทักษ์เป็นโรคเบาหวาน สรศักดิ์ ดิษปรีชา เป็นภูมิแพ้ ศิริฐาโรจน์ จินดา ต่อมลูกหมากโตและต้องรับประทานยาบำรุงตับ ชินวรณ์ ทิพย์นวลความดันโลหิตสูง 200 เส้นเลือดในสมองตีบ แต่มียาประจำตัว ณรงค์ ผดุงศักดิ์ มีภาวะความดันโลหิตสูง 212 วิเชียร เจียมสวัสดิ์ความดันโลหิตสูง และวิโรจน์ ยอดเจริญเป็นโรคเก๊าต์