วันนี้ (12 พ.ค. 63) เวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่าคดีอาญา 9) ได้ยื่นฟ้องนายดนัย อุศมา ต่อศาลอาญา ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 จากกรณีที่ดนัย ซึ่งเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีชื่อ “Zen Wide” ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 63 ว่า ได้เดินทางกลับจากเมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปนเข้าประเทศไทยโดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจคัดกรองผู้โดยสาร

(ภาพข้อความในเฟซบุ๊กซึ่งถูกดำเนินคดี)


อัยการบรรยายฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 17 มี.ค. 63 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 18 มี.ค. 63 เวลาใดไม่ปรากฏ ต่อเนื่องกัน จำเลยได้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ทางแอพพลิเคชั่น facebook บัญชีผู้ใช้ “Zen Wide” ซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เกี่ยวกับระบบคัดกรองที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยโพสต์ว่าไม่พบเจ้าหน้าที่มาตรวจสุขภาพ พร้อมภาพถ่ายบริเวณหนึ่งของอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่ปรากฏภาพการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสาร ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จ ความจริงแล้ว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีมาตรการการคัดกรองผู้โดยสารครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงบริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้าซึ่งจำเลยกล่าวอ้างว่าได้ใช้บริการ โดยมีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ (เทอร์โมสแกน) สำหรับผู้เข้าใช้บริการ และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองตลอดเวลา และภาพถ่ายที่จำเลยได้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าว เป็นภาพถ่ายของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งมีการเผยแพร่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 62 อันเป็นช่วงที่ยังไม่มีการระบาดของโรคโควิด-19 จึงยังไม่มีการตั้งจุดคัดกรองข้างต้น

อัยการยังระบุในคำฟ้องว่า ข้อมูลอันเป็นเท็จที่จำเลยโพสต์ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนได้ เนื่องจากทำให้ประชาชนที่ได้เห็นข้อมูลข้อความและภาพถ่ายดังกล่าวเข้าใจว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปล่อยปละละเลย เพิกเฉย ไม่มีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพื่อคัดกรองโรคโควิด-19 ตามมาตรฐานสากล และเสียความเชื่อมั่นต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อันเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

นอกจากนี้ อัยการยังขอให้ศาลลงโทษจำเลยในสถานหนัก โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องโดยทราบดีว่า การนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จดังกล่าวผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มีสมาชิกจำนวนมากและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จะทำให้ข้อมูลเท็จดังกล่าวถูกเผยแพร่หรือส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วในวงกว้าง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ และมีบุคคลใช้สัญจรเกี่ยวข้องจำนวนมาก สร้างความสับสนและตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนเป็นวงกว้าง

หลังศาลรับฟ้องคดีได้อ่านและอธิบายฟ้องผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ให้จำเลยซึ่งอยู่ที่ห้องเวรชี้ฟัง และถามคำให้การ ดนัยยืนยันให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 20 ก.ค. 63 เวลา 9.00 น.

กระบวนการในห้องเวรชี้วันนี้ มีผู้สังเกตการณ์ขององค์กร Trial Watch เข้าสังเกตการณ์ด้วย ทั้งนี้ คดีนี้เป็นที่สนใจขององค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาเป็นเครื่องมือฟ้องปิดปากประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของภาครัฐอย่างสงบ

สำหรับความเป็นมาในคดีนี้ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 63 มีการจับกุมศิลปินผู้เดินทางกลับจากสเปนซึ่งโพสต์เฟซบุ๊กว่าไม่พบเจ้าหน้าที่คัดกรองไวรัสโควิด-19 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเข้าจับกุมที่ภูเก็ต ขณะเขายังอยู่ระหว่างกักตัว 14 วัน หลังกลับจากสเปน และนำตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ก่อนนำตัวไปขังที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเตรียมส่งศาลขอฝากขัง และในวันต่อมา (24 มี.ค. 63) เขาถูกขังอยู่ห้องขังใต้ถุนศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายสามโมง ก่อนได้รับการประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์ประกันเป็นเงินสด 100,000 บาท โดยตั้งแต่ถูกจับกุมจนได้รับการประกันตัวดนัยมีหน้ากากอนามัยใส่เพียงอันเดียว


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คดีความเปลี่ยนชีวิตของ ‘ดนัย’ ศิลปินกราฟิตี้ ผู้โพสต์ไม่พบ จนท. คัดกรองที่สุวรรณภูมิ

ให้ประกันแล้ว ศิลปินโพสต์ติงมาตรการคัดกรองโควิดที่สุวรรณภูมิ หลังถูกขัง 14 ชม.

จับศิลปินโพสต์ “สุวรรณภูมิไม่มี จนท.คัดกรองโควิด” ขณะกักตัว 14 วัน หลังกลับจากสเปน