วันนี้ (2 มิ.ย. 63) ศาลอาญานัดสืบพยานในคดี 10 แกนนำการชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่หน้ากองทัพบก หรือคดี ARMY57 อัยการได้แถลงขอเลื่อนการนัดสืบพยานโจทก์ และจะขอนัดหมายใหม่ เนื่องจากฝ่ายโจทก์ยังเตรียมพยานมาไม่พร้อม เหตุเพราะคดีนี้เลื่อนการสืบพยานตามที่เคยนัดไว้วันที่ 26 พ.ค. 63 เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดของโควิด-19 ประกอบกับพยานปากแรกคือพลตรีบุรินทร์ ทองประไพ ไม่สามารถมาศาลได้ เนื่องจากติดราชการ และอัยการไม่สามารถนัดพยานปากอื่นมาได้ ทางด้านทนายจำเลยยืนยันว่าหากเลื่อนคดีอีก จะเป็นภาระแก่จำเลย 

เวลา 09.30 น. จำเลย 9 คน ได้ทยอยมาที่ห้องพิจาณาคดีที่ 708 ศาลอาญา ได้แก่ กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, สิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, ณัฏฐา มหัทธนา, ธนวัฒน์ พรหมจักร, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, อานนท์ นำภา, ปกรณ์ อารีกุล, ศรีไพร นนทรีย์ และเอกชัย หงส์กังวาน โดยจำเลยที่ 3 รังสิมันต์ โรม ไม่สามารถเดินทางมาศาล เนื่องจากติดประชุมสภาผู้แทนราษฎร

เวลา 10.00 น. ศาลขึ้นนั่งบัลลังก์ ขานชื่อจำเลยจนครบทั้ง 9 คน ก่อนที่อัยการจะแถลงต่อศาลขอยกเลิกนัดหมายการสืบพยานของโจทก์ ซึ่งเดิมกำหนดไว้ 16 นัด ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมนี้ เนื่องจากต้องการสืบพยานตามขั้นตอนที่โจทก์วางแผนไว้ และวันนี้ไม่มีพยานมา เพราะไม่สามารถติดต่อพยานปากแรก ได้แก่ พลตรีบุรินทร์ ทองประไพ ซึ่งติดราชการเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

อัยการยืนยันว่าฝ่ายโจทก์ต้องการเรียงลำดับการสืบพยานตามประเด็น แม้โจทก์ประสงค์จะเอาพยานปากอื่นมาวันนี้ แต่ก็มาไม่ได้ เพราะฉะนั้นโจทก์ขออนุญาตยกเลิกวันสืบพยานเดือนมิถุนายนทั้งหมด เพื่อวางแผนใหม่ และให้ศาลกำหนดวันนัดพร้อมเพื่อนัดพยานใหม่ 

 

ทนายจำเลยยันเลื่อนคดีจะเป็นภาระจำเลย เสนอจำหน่ายคดีโรม แล้วสืบพยานต่อ

ทางด้านทนายจำเลยแถลงยืนยันต่อศาลว่าการเลื่อนสืบพยานออกไปเป็นเวลานานจะสร้างภาระกับจำเลย จึงขอให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์ไปเป็นวันที่ 16-18 มิ.ย. เพื่อให้คดีดำเนินไปได้ และเป็นวันนัดเดิมที่มีอยู่แล้วในคดีนี้ อัยการก็จะมีเวลาถึง 15 วันในการเตรียมคดี ประกอบกับพยานโจทก์ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และพยานชุดนี้เป็นพยานที่ได้ขึ้นเบิกความไปแล้วที่ศาลแขวงดุสิต ในคดีของกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม ARMY57 ด้วย ทำให้ในเรื่องข้อเท็จจริงไม่ต้องเตรียมการมากนัก 

ทนายจำเลยยังเสนอให้จำหน่ายคดีของจำเลยที่ 3 คือรังสิมันต์ โรม และแยกฟ้องเข้ามาใหม่ เพราะอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และหากเลื่อนการสืบพยานโจทก์เป็นวันดังกล่าว จำเลยที่ 3 จะไม่สามารถเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาได้ เพราะยังอยู่ในสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 

 

ศาลไม่อนุญาตให้จำหน่ายคดีโรม แล้วฟ้องใหม่

เวลา 10.42 น. เมื่อการถกเถียงหาทางออกระหว่างคู่ความดำเนินไป ศาลจึงได้สั่งพักการพิจารณาคดี ก่อนกลับขึ้นนั่งบัลลังก์ใหม่ในเวลา 11.05 น. โดยศาลเห็นว่าถ้าจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 3 จะเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะฉะนั้นถ้าได้นัดแล้วขอให้มา เพราะหากไม่มา ก็ขอให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลย 

ทางด้านทนายความของจำเลยที่ 3 แถลงต่อศาลว่า รังสิมันต์ โรม ยังประสงค์จะมาฟังการสืบพยาน โดยเฉพาะพยานโจทก์ปากที่ 1-3 เนื่องจากพยานเหล่านี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลยได้ จึงไม่ต้องการพิจารณาลับหลัง ในขณะที่ศาลกล่าวแย้งว่า การจำหน่ายคดีแล้วมาฟ้องใหม่ไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนทนายจำเลยแถลงแย้งว่าเคยมีกรณีลักษณะนี้เกิดขึ้นแล้ว ได้แก่ คดีแกนนำคนอยากเลือกตั้ง RDN50 ที่อัยการฟ้องรังสิมันต์ โรม แยกเป็นอีกคดีหนึ่ง  

อัยการจึงเสนอให้เลื่อนนัดทั้งหมดไปจนปิดสมัยการประชุมสภาฯ คือหลังวันที่ 30 ก.ย. 63 ในขณะที่ทนายจำเลยยืนยันให้พยายามรักษาวันนัดเดิม แต่อัยการเห็นว่ายังติดปัญหาของจำเลยที่ 3 ส่วนศาลไม่ยินยอมให้จำหน่ายคดีจำเลยที่ 3 เพราะทำให้ต้องมาสืบพยานเรื่องเดิมอีกซ้ำ

เมื่อการถกเถียงดำเนินไป จนถึงเวลา 12.10 น. ศาลได้สั่งพักพิจารณาอีกครั้ง เพื่อไปปรึกษากับอธิบดีผู้พิพากษาศาล  

หลังศาลกลับมานั่งบัลลังก์ในเวลา 12.43 น. ศาลได้พิจารณาให้เลื่อนการพิจารณาคดีไปภายหลังเดือนกันยายน 2563 โดยทนายจำเลยที่ 4, 8, 9 ยื่นคำร้องขอพิจารณาลับหลัง โจทก์แถลงไม่ค้าน ศาลเห็นว่าการพิจารณาลับหลังจะทำให้การพิจารณาดำเนินอย่างรวดเร็ว จึงอนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังได้ โดยให้คู่ความไปนัดความใหม่ กำหนดการสืบพยานโจทก์ไม่เกิน 8 นัด และพยานจำเลยไม่เกิน 4 นัด ด้านทนายจำเลยที่ 3 แถลงว่าจะนำจำเลยที่ 3 มาตามนัด

เวลา 14.00 น. อัยการโจทก์ ทนายจำเลย และจำเลยทั้ง 9 คน ได้นัดหมายวันสืบพยานใหม่ที่ศูนย์นัดความของศาล โดยกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 9-12, 16-19 และ 25 มี.ค. 64 และสืบพยานจำเลยในวันที่ 25-26, 30-31 มี.ค. และ 1-2 เม.ย. 64

 

อ่านเพิ่มเติม

สรุปความเป็นมาและคำฟ้องในคดีแกนนำชุมนุม ARMY57 

รายงานข่าวกรณีศาลแขวงดุสิตยกฟ้องคดีผู้ชุมนุม ARMY57