วันนี้ (9 มิ.ย. 2563) เวลา 13.00 น. ที่สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.สายใจ คำจุลลา พนักงานสอบสวน ได้เรียกตัวผู้ใช้ทวิตเตอร์ “นิรนาม_” มาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนมีการแจ้งพฤติการณ์ของข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากข้อความในทวิตเตอร์อีก 7 ข้อความ โดยที่ “นิรนาม” ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และมีทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมด้วย 

จากเดิมที่ข้อความที่นำมากล่าวหาในคดีของ “นิรนาม” เป็นข้อความจากทวิตเตอร์จำนวน 1 ข้อความ โดยเป็นทวิตภาพเกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 และมีข้อความในเชิงเสียดสี ก่อนที่ในการสอบปากคำวันนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งพฤติการณ์เพิ่มเติมจากข้อความในทวิตเตอร์ของแอคเคาท์ดังกล่าวอีก 7 ข้อความ รวมแล้วทำให้นิรนามถูกกล่าวหาในข้อหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำนวนทั้งหมด 8 กรรม แล้ว 

ข้อความที่พนักงานสอบสวนนำมากล่าวหาเพิ่ม เป็นทวิตระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 28 มกราคม 2563 โดยอ้างว่ามีภาพและเนื้อหาเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 อาทิการกล่าวถึงเรื่องการเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่น, กล่าวถึงกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8, กล่าวถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และการรัฐประหาร 2549 

ในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ระบุข้อกล่าวหาของคดีนี้ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ  พ.ศ.2560 มาตรา 14 ว่า 

“จากพฤติการณ์และการกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นการนำข้อความเท็จประกอบภาพรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ที่ผู้ต้องหาโพสต์หรือเผยแพร่ส่งต่อข้อความดังกล่าว เป็นการตัดต่อภาพประกอบอันเป็นเจตนาบิดเบือนที่มีลักษณะการเชื่อมโยงสถาบัน โดยเจตนากระทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักของประเทศที่ประชาชนสักการะ ด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ มีเจตนาทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย 

จึงเป็นความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน, เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่ว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3) หรือ (4)”

สำหรับคดีของนิรนาม ก่อนหน้านี้อัยการยังไม่สั่งฟ้องคดีในนัดฟังคำสั่งเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากสั่งพนักงานสอบสวนมีการสอบสวนเพิ่มเติม กระทั่งพนักงานสอบสวนกลับมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มในวันนี้

กระบวนการต่อจากนี้ เมื่อตำรวจรวบรวมสำนวน จะนัดหมายเพื่อส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนให้กับอัยการใหม่ และอัยการจะพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องคดีหรือไม่ต่อไป

ทั้งนี้ข้อหาตามมาตรา 14 ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กำหนดอัตราโทษจำคุกไว้ไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท การแจ้งข้อกล่าวหานิรนามเพิ่มรวมเป็น 8 กรรม หากศาลพิพากษาลงโทษว่ามีความผิดทุกกรรม อาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหามีโทษจำคุกได้สูงสุดถึง 40 ปี 

 

 

มูลเหตุสู่คดี: จากการแสดงความคิดเห็น สู่การเป็นภัยความมั่นคง

บัญชีทวิตเตอร์ชื่อ “นิรนาม_” (@ssj_2475) เป็นบัญชีที่มีผู้ติดตาม มากกว่า 1.5 แสนราย โดยเขามักทวิตข้อความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยและประเด็นสถาบันกษัตริย์ 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2563 เด็กหนุ่มวัย 20 ปีอาศัยอยู่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าค้นห้อง ก่อนจะพาตัวไปยัง สภ.เมืองพัทยา โดยไม่มีหมายจับ จากนั้นจึงถูกแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เหตุทวิตภาพและข้อความที่เกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 (ย้อนดูรายละเอียดการจับกุมดำเนินคดี)

เขาถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา ทางญาติและทนายความได้ยื่นขอประกันตัว โดยวางหลักทรัพย์จำนวน 1 แสนบาท แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว อ้างคดีเป็นเรื่องร้ายแรง

ต่อมาในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ทางครอบครัวของนิรนามได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดพัทยาอีกครั้งเพื่อยื่นประกันตัวผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 2 โดยเพิ่มหลักทรัพย์ประกันจากเดิม 1 แสนบาท เป็น​ 5 แสนบาท อันได้จากการระดมเงินบริจาคจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต แต่ทว่าทางศาลชั้นต้นจังหวัดพัทยายังคงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทางครอบครัวและทนายความจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัว​ชั่วคราวครั้งที่​ 2 จนในช่วงเย็นของวันนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว​นิรนาม โดยให้ใช้หลักทรัพย์​ในการประกันจำนวน 2 แสนบาท 

 

อ่านบันทึกเรื่องคดีนิรนามเพิ่มเติม

ยิ้มแรกของพ่อกับแม่ในรอบหกวัน: บันทึกเรื่อง “นิรนาม_” ก่อนจะได้ประกันตัว

บันทึกจากเพื่อนผู้ติดตามทวิต “นิรนาม” สู่เพื่อนในชีวิตจริง