วานนี้ (30 ส.ค.2559) เวลา 10.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือหนูหริ่ง หรือ บก.ลายจุด เดินทางไปศาลตามนัดสืบพยาน ในคดีที่ตนเองตกเป็นจำเลยจากการโพสต์สเตตัสในเฟซบุ๊กชักชวนคนออกมาชูสามนิ้วหลังการรัฐประหารของ คสช. ในข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา116 และมาตรา 14 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพวิเตอร์พ.ศ.2550พยานที่มาในวันนี้ ร.ต.ท.นเรศ ปลื้มญาติ จากกองกำกับการที่ 2 กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นผู้ตรวจคอมพิวเตอร์แมคบุ๊กแอร์ซึ่งเป็นของกลางในคดีนี้ ขึ้นเบิกความในประเด็นผลการตรวจสอบว่ามีการใช้ของกลางโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กผ่านหรือไม่

ร.ต.ท.นเรศ เบิกความตอบอัยการทหารว่า ผลการตรวจแมคบุ๊กเครื่องดังกล่าวพบว่ามีการเข้าถึงเฟซบุ๊กที่มีชื่อบัญชี(account) ว่า Nat Krisanapakorn มีการโพสต์ “นัดใหญ่สามนิ้ววันอาทิตย์ที่ 8 มิ.ย.2557” เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2557

นอกจากนั้นยังตรวจพบจากประวัติการใช้งานคอมพิวเตอร์อีกว่ามีการเข้าถึงบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Nuling (หนูหริ่ง) ตามที่อยู่ www.facebook.com/nuling โพสต์ข้อความข้างต้นแต่ไม่ปรากฏวันที่และเวลาที่โพสต์ดังกล่าวทั้งหมด4แห่งอัน และมีประวัติการใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กนี้ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 5 มิ.ย.2557 และการเข้าใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Nuling เป็นการเข้าใช้ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ สมบัติ บุญงามอนงค์ นอกจากนั้นยังพบการเข้าถึงบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ Nuling ด้วย

ทั้งนี้ตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตรวจหาการโพสต์ข้อความหลายข้อความ แต่พบเพียงตามที่กล่าวถึงไปข้อความเดียวเท่านั้น

ร.ต.ท.นเรศเบิกความถึงสาเหตุที่ตรวจพบเพียงบางข้อความอาจเป็นเพราะมีการใช้งานจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นแต่ตนได้รับมอบหมายให้มาตรวจเพียงเครื่องเดียว หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าหน่วยความจำของแมคบุ๊กแอร์ที่เป็นของกลางมีการใช้งานเต็มพื้นที่จึงถูกข้อมูลการใช้งานใหม่เขียนทับลงไป ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้ที่ถูกเขียนทับลงไปได้อีก

ส่วนประวัติการใช้งานที่ตรวจพบเพราะว่าข้อความที่มีการโพสต์ในเฟซบุ๊ก Nuling ดังกล่าวถูกกดไลค์จากบัญชีเฟซบุ๊กอื่นจึงมีการแจ้งเตือนเข้ามาในบัญชีเฟซบุ๊กของคนที่โพสต์ ซึ่งดูได้จากรหัส(ID) ของผู้ที่กดไลค์ที่อยู่ใน URLของข้อความที่โพสต์ ซึ่งปรากฏตามรายงานผลการตรวจที่ยื่นต่อศาล

จากนั้นพยานได้เบิกความตอบการถามค้านของทนายความว่าตนมีหน้าที่ตรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นพยานหลักฐานในคดีและทำเอกสารผลการตรวจเท่านั้น ผู้ที่ทำสรุปรายงานผลการตรวจเป็นพ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตน ซึ่งในเอกสารที่พยานทำ ไม่ได้มีการลงลายมือชื่อรับรองเอกสารและไม่มีชื่อพยานระบุว่าเป็นผู้ทำการตรวจ

ร.ต.ท.นเรศเบิกความต่อว่าตนได้รับคอมพิวเตอร์ของกลางสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. และครั้งที่สองในวันที่ 8 มิ.ย. และทำการตรวจในวันที่ 17 มิ.ย. ซึ่งในวันที่รับของกลางมานั้นมีการผนึกปิดของกลางไว้ ถ้าหากมีการแกะออกก่อนที่ตนจะทำการตรวจก็จะทราบจากรอยของการแกะผนึกออก ซึ่งในการจับกุมนอกจากทหารแล้วก็ยังมีตำรวจจาก ปอท. เข้าร่วมด้วย เมื่อเขาได้รับของกลางมาแล้วก็ได้ทำสำเนาข้อมูลจากของกลางออกมาเพื่อทำการตรวจสอบ

ทนายความถามร.ต.ท.นเรศว่าที่พยานเบิกความตอบอัยการว่าพบข้อความเดียวกันสามอันและเมื่อดูจาก URL ของโพสต์ที่ปรากฏข้อความดังกล่าวก็เป็นรหัสที่อยู่ใน URLก็เป็นเลขชุดเดียวกัน และข้อความในโพสต์ยังเป็นข้อความเดียวกันนั้นเป็นการโพสต์ครั้งเดียวใช่หรือไม่ ซึ่งพยานได้ตอบว่าพบข้อมูลประวัติการใช้งานว่ามีการเข้าถึงโพสต์ที่มีข้อความดังกล่าวในระบบคอมพิวเตอร์สามแห่ง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าข้อมูลประวัติการใช้งานทั้งสามแห่งเป็นโพสต์เดียวกันหรือไม่ และข้อความที่ตนได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบจากแมคบุ๊กแอร์ของกลางพบข้อความที่ได้เบิกความตอบอัยการไปเพียงข้อความเดียวซึ่งเป็นข้อความที่ 6 จาก 7 ข้อความ

ทนายความถามอีกว่าการที่ข้อมูลใหม่จะเขียนทับแทนที่ข้อมูลเก่านั้นจะเรียงตามลำดับใช่หรือไม่ ร.ต.ท.นเรศตอบว่าการเขียนทับของระบบจจะเป็นแบบสุ่มไม่ได้เลื่อนไปตามลำดับเรียงกัน

ภายหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานปากนี้ ศาลทหารนัดสืบพยานปากถัดไปวันที่ 6 ก.ย.2559