19 มิ.ย. 63 อัยการศาลแขวงนครสวรรค์เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีวิ่งไล่ลุง จ.นครสวรรค์ ซึ่งมีนายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาไม่แจ้งการชุมนุม ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558, ข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 และข้อหากีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522

ก่อนหน้านี้พนักงานอัยการได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม และนัดฟังคำสั่งในวันนี้ แต่เนื่องจากพนักงานอัยการเพิ่งได้รับสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติม จึงยังไม่สามารถมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องได้ และนัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ค. 63 เวลา 10.00 น.

กฤษฐ์หิรัญถูกแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 63 เมื่อตำรวจส่งสำนวนให้อัยการ คดีถูกเลื่อนนัดฟังคำสั่งมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไป 5 เดือนเศษ คดียังอยู่ในชั้นอัยการ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” (Run Against Dictatorship) ซึ่งจัดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63 โดยมีการประกาศจัดกิจกรรมกว่า 39 จังหวัด ในพื้นที่จำนวน 49 จุด หลังจากจัดกิจกรรมเสร็จสิ้น ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่ามีคนถูกดำเนินคดีข้อหาไม่แจ้งการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ อย่างน้อย 18 คน รวมทั้งหมด 14 คดี

สำหรับกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดนครสวรรค์ จัดขึ้นที่บริเวณริมเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 12 ม.ค. 63 ก่อนเริ่มกิจกรรมมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตำรวจ เทศกิจ ทหาร กว่า 100 นาย เข้ามาพูดคุยกับผู้จัด โดยแจ้งไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรม อ้างว่าเป็นการชุมนุมโดยไม่แจ้งฯ พร้อมกับอ่านเนื้อหาพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ให้ผู้ชุมนุมฟัง แต่ทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วมเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นเพียงการวิ่งเพื่อสุขภาพไม่ใช่กิจกรรมทางการเมือง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจึงได้พากันตะโกนว่า “ประยุทธ์ออกไป” และยืนยันจัดกิจกรรมต่อ

นายกฤษฐ์หิรัญยังยืนยันเหตุที่ไม่แจ้งการชุมนุม เนื่องจากเห็นว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่ใช่การชุมนุม จึงไม่ได้จำเป็นต้องแจ้ง แต่ต่อมาเขากลับถูกออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สภ.เมืองนครสวรรค์ คดีนี้นอกจากข้อหาตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯ พนักงานสอบสวนยังแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และข้อหากีดขวางการจราจร เพิ่มเข้าไปด้วย นับได้ว่าเป็นคดีในชุดวิ่งไล่ลุงที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมมากกว่าคดีในจังหวัดอื่นๆ อีกด้วย