‘โรม’ ขอเลื่อนสืบพยานคดี RDN50 หลังร้องอัยการถอนฟ้อง

23 มิถุนายน 2563 – หลังจากที่ทนายความของ รังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ในฐานะเป็นแกนนำผู้ชุมนุมกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” ที่ถนนราชดำเนิน (RDN50) ในช่วงต้นปี 2561 เข้ายื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการขอให้มีคำสั่งถอนฟ้องคดี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563

อ่านเนื้อหาในคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการในคดีได้ที่ >>> อีกหนึ่งคดีคนอยากเลือกตั้ง: ทนาย ‘โรม’ รังสิมันต์ ร้องอัยการถอนฟ้องปมแกนนำ RDN50 ก่อนสืบ 23 – 26 มิ.ย.

ล่าสุดในวันนี้ ศาลอาญา รัชดาฯ ได้นัดสืบพยานโจทก์ปากแรก คือ พลตรีบุรินทร์ ทองประไพ อย่างไรก็ตาม ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลเลื่อนการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยออกไปก่อน

ในหนังสือคำร้องได้ให้เหตุผลสำหรับการเลื่อนนัดครั้งนี้ไว้ 3 เหตุผล

  1. นัดพิจารณาข้างต้นตรงกับสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จำเลยยังต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเข้าร่วมประชุมสภาฯ ในระหว่างสมัยประชุม อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 125 วรรคสี่ ซึ่งได้ให้การคุ้มกันทางกฎหมายกับจำเลย
  2. คดีนี้จำเลยต้องการจะเข้ารับฟังการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยด้วยตนเอง เพราะเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อน กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง อีกทั้งพยานโจทก์ปากผู้กล่าวหาในคดีก็เป็นผู้กล่าวหาจำเลยในอีกหลายคดี จึงประสงค์ที่จะเข้าฟังการเบิกความพยานด้วยตนเอง
  3. คดีนี้จำเลยได้ยื่นหนังสือต่อพนักงานอัยการไปก่อนหน้านัดครั้งนี้ เพื่อขอให้พนักงานอัยการมีคำสั่งถอนฟ้อง เนื่องจากคดีนี้มีความเกี่ยวพันกับอีกคดี นั่นก็คือคดีของแกนนำอีก 6 คน ซึ่งเป็นคดีที่มีมูลคดีเดียวกัน พยานเอกสารและพยานบุคคลของโจทก์ก็เป็นชุดเดียวกัน โดยศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 6 และคดีได้ถึงที่สุด ขณะนี้การถอนฟ้องคดีนี้ของโจทก์อยู่ระหว่างพิจารณาตามระเบียบและขั้นตอนของพนักงานอัยการ

ด้านอัยการแถลงว่า ในวันนี้พลตรีบุรินทร์ ทองประไพ พยานโจทก์ ได้เดินทางมาที่ศาลและพร้อมที่จะเข้าเบิกความ ศาลได้สอบถามอัยการเกี่ยวกับการดำเนินการตามคำร้องของจำเลยที่ขอให้โจทก์ถอนฟ้อง โจทก์แถลงว่า พนักงานอัยการผู้มีอำนาจในคดีอนุญาตให้ถอนฟ้องแล้ว แต่เรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการส่งสำนวนให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณา

ทนายจำเลยจึงแถลงขอให้ศาลรอฟังผลการพิจารณาขอถอนฟ้องก่อน ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นตามคำร้องจำเลยว่า จำเลยยังอยู่ในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และจำเลยต้องการที่จะมาเข้าร่วมในการสืบพยานด้วยตัวเอง อีกทั้งคดียังอยู่ในระหว่างรอการพิจารณาขอถอนฟ้อง จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกวันนัดสืบพยานทั้งโจทก์และจำเลยที่นัดไว้เดิม และให้นัดพร้อมเพื่อฟังผลการพิจารณาขอถอนฟ้องในวันที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 9.00 น.

RDN50: คดีแรกของแกนนำกลุ่ม คนอยากเลือกตั้งที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

คดีนี้เรียกได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของกลุ่ม “คนอยากลือกตั้ง” เนื่องจากเป็นคดีแรกของแกนนำผู้ชุมนุมที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 “ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน” ส่วนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 ข้อที่ 12 ศาลได้สั่งจำหน่ายไปก่อนจะเริ่มการสืบพยาน โดยคดีถึงที่สุดแล้วเนื่องจากอัยการไม่ได้อุทธรณ์ เหลือเพียงคดีของรังสิมันต์ ซึ่งอัยการแยกฟ้องเป็นอีกคดี เนื่องจากพนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหามาส่งไม่พร้อมกัน แม้ต่อมาศาลจะมีคำสั่งให้รวมคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน แต่ภายหลังรังสิมันต์ติดภารกิจเข้าร่วมประชุมสภาฯ ศาลจึงสั่งให้แยกการพิจารณาคดีออกจากคดีของแกนนำอีก 6 คน

เนื้อหาคำพิพากษายกฟ้องแกนนำ 6 คน ในความผิดตามมาตรา 116 ถือได้ว่าศาลมีท่าทียอมรับการออกมาชุมนุมโดยสงบของประชาชนว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ในทางตรงกันข้าม กลับสะท้อนความพยายามของรัฐบาล คสช. อย่างชัดเจนในการเลือกใช้ปฏิบัติการทางข้อมูลเพื่อโจมตีกลุ่มผู้เห็นต่าง รวมไปถึงการฟ้องคดีซ้ำ ๆ เพื่อสร้างภาระทางคดีให้กับประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจ

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Prachatai.com

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง:

ชุมนุมโดยสงบทำได้ตามรัฐธรรมนูญ: อ่านคำพิพากษาคดี “คนอยากเลือกตั้ง” RDN50

ยกฟ้อง 6 แกนนำ RDN50 ศาลชี้ไม่ได้ยุยงปลุกปั่น และเป็นไปตามความมุ่งหมายของ รธน.

ประมวลเส้นทางการพิจารณาคดี RDN: การต่อสู้ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งราชดำเนิน