เมื่อจอมพลจูบดิน

l ณัฐกมล ไชยสุวรรณ l

 

วันนี้บก.ข่าวสุดที่รักมอบหมายให้ผมมาทำข่าวพิธีรื้อถอนรูปปั้นเหล่านายพลนับร้อยที่อุทยานประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งนอกตัวเมือง การรื้อถอนนี้เกิดขึ้นเพราะเสียงเรียกร้องของประชาชน หลังประเทศไทยดำเนินแนวทางประชาธิปไตยเต็มใบเหมือนอารยะประเทศเขาได้ 10 กว่าปีแล้ว

ขณะเพื่อนนักข่าวเริ่มจับจองการเขียนข่าวนายพลบางคนเป็นพิเศษโดยสัมภาษณ์ญาติของนายพลเหล่านั้นที่มาร่วมพิธี ผมสุ่มเลือกเขียนข่าวการรื้อถอนรูปปั้นจอมพลประภาส จารุเสถียร ต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งทีเดียวเพื่อค้นข้อมูลว่าชายคนนี้เป็นใครกัน

รูปปั้นของจอมพลตั้งอย่างอับเฉาในอุทยานแห่งนี้ ไม่มีใครสนใจมากนัก จากประวัติที่เขียนลงไปในข่าวคร่าวๆ เขาคืออดีตนายทหารในระบอบถนอม-ณรงค์-ประภาส เกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 เคยรบในเหตุการณ์กบฏบวรเดช มีคำกล่าวอ้างว่าเป็นคนยิงแม่ทัพกบฏพระยาศรีสิทธิสงครามตาย แต่ไม่มีใครยืนยันข้อมูลนี้ เป็นอดีตนายทหารข้างกายจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นอดีตผู้บริหารธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งและอดีตนายทหารใกล้ชิดสนิทแนบแน่นกับจอมพลถนอม กิตติขจร อีกทั้งเป็นที่ล้อเลียนจากพุงใหญ่หลาม

เมื่ออ่านประวัติและเขียนข่าวไปแล้ว ผมพบว่ามันไม่น่าสนใจเลย แถมการรื้อถอนรูปปั้นจอมพลประภาสวันนี้ได้รับความนิยมจากสื่อมวลชนน้อยมาก คนที่เข้ามาดูน้อยยิ่งไปอีก มีญาติที่สวมแว่นตาดำและไม่ให้สัมภาษณ์ 1-2 คน มีทหารมายืนดูบางตา แต่เอาล่ะ! ในเมื่อเขาสั่งให้มาทำข่าวแล้วต้องทำให้เต็มที่ เมื่อคนมาไม่เยอะขั้นตอนการยกโดยรถเครนจึงดำเนินอย่างรวดเร็ว เชือกมัดเข้ากับตัวรูปปั้นจนหมุนเคว้งไปมา

ทันใดสะดุ้ง! เชือกที่ยกรูปปั้นจอมพลประภาสขาดสะบั้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ผมรีบถ่ายภาพนั้นทันที รูปปั้นตกกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น มีคนตกใจกรีดร้อง ดีที่รูปปั้นนั้นไม่แตกละเอียด ส่วนหัวของรูปปั้นกระเด็นหลุดออกมาก่อนกลิ้งตกพื้น นายทหารสักคนรีบวิ่งไปหยิบหัวอย่างเคอะเขิน แล้วระดมกำลังเร่งขนย้ายรูปปั้นเพื่อมอบให้พิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยไทยที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ ทุกอย่างจบลงไม่ถึง 15 นาทีอย่างเรียบง่ายว่องไว ผมส่งข่าวนี้ไปพร้อมภาพตอนเชือกขาดรูปปั้นตกกระแทกพื้น

ทีแรกผมไม่ได้สนใจข่าวนี้มาก แต่ปรากฏว่าคนอ่านเกิดสนใจ เพราะภาพหัวของจอมพลที่หลุดจากบ่ารูปปั้นตกกระแทกพื้นดินอย่างจังนั้นจังหวะดีมาก ปากรูปปั้นจูบพรมกับดินพอดี มีคนเรียกภาพนี้ว่า ‘เมื่อจอมพลจูบดิน’ คนชอบล้นหลาม ทั้งข่าวทั้งภาพได้รับความนิยม ถึงขนาดบก.ข่าวโทร.มาชมผม แล้วบอกให้ผมเตรียมตัวไปทำข่าวครบรอบ 100 ปี 24 มิถุนายนที่รัฐบาลจะจัดฉลองกันใหญ่โตได้เลย

ถึงตรงนี้ผมยิ้มอย่างเป็นสุขตลอดทางตั้งแต่ทำงานเสร็จไปขึ้นรถไฟความเร็วสูง ใครจะนึกว่าการมาทำข่าวรื้อถอนรูปปั้นจอมพลอับเฉาคนนี้ จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของนักข่าวใหม่อย่างผมได้ นึกแล้วเสียดาย น่าเก็บเศษรูปปั้นที่กระเด็นมาใกล้ผมติดตัวมาด้วยชะมัด…แต่คิดอีกทีอย่าดีกว่า ใครเห็นเขาจะงงเอาว่าเก็บเศษอิฐเศษปูนไร้ค่ามาทำไม

#เขียนบรรทัดจบให้เผด็จการ

____________________________________

หมายเหตุจากบรรณาธิการ: ในบรรดาหลายบรรทัดของชีวิตเผด็จการ ผู้ก่ออาชญากรรมแห่งรัฐ และผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอาจเบียดเสียดด้วยเรื่องราวที่พวกเขาเป็นผู้กระทำ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือบรรทัดสุดท้ายที่เรื่องราวอาจพลิกผัน

‘เมื่อจอมพลจูบดิน’ โดย ณัฐกมล ไชยสุวรรณ คือเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งในแคมเปญ #เขียนบรรทัดจบให้เผด็จการ ซึ่งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชวนนักเขียนและผู้คนในสังคมร่วมจินตนาการถึงวันหนึ่งในอนาคต ที่ประเทศไทยเกิดการชำระประวัติศาสตร์โดยประชาชนและเกิดการขจัดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด/อภิสิทธิ์ปลอดความผิด (impunity) สำเร็จ และจะมีวันหนึ่งที่การนำผู้กระทำผิดมาเข้ารับการตัดสินตามกระบวนการยุติธรรมอย่างซื่อตรงจะมาถึง สิ่งเหล่านี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย หากแต่อาจเกิดขึ้นผ่านการทดลองจินตนาการในครั้งนี้ เพื่อที่ระหว่างรอคอยประวัติศาสตร์ทำงาน เราจะใช้จินตนาการหรือบางคนเรียกว่า ‘ความฝัน’ ล่วงหน้าเบิกทางให้เห็นภาพเป้าหมายนั้นร่วมกันไปพลางก่อน