4 ผู้ต้องหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการขอความเป็นธรรมให้ “วันเฉลิม” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

2 ก.ค. 2563 – ในช่วงเช้าวันนี้ที่ สน.วังทองหลาง ผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ แชมป์ 1984 (นามแฝง), มัทนา (สงวนนามสกุล), นภัสสรณ์ บุญรีย์ และ ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาว่ากระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดข้อที่ 5 (ฉบับที่ 1) ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กับเจ้าพนักงานในช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีผู้มาร่วมให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง และมีตำรวจนอกเครื่องแบบราว 3 นาย ที่มาสังเกตการณ์ ซึ่งในขณะสอบสวนทางเจ้าหน้าตำรวจที่ได้มีการพูดคุยกันว่าอาจจะเพิ่มข้อหาตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ต่อผู้ต้องหาทั้ง 4 แต่ท้ายที่สุดไม่ได้เพิ่ม

>>> ตร.ออกหมายเรียกผู้ทำกิจกรรมร้องขอความเป็นธรรมให้ “วันเฉลิม” 6 ราย อ้างฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

มูลเหตุของคดีในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์การชุมนุมและแปะป้ายข้อความด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา ถนนประชาอุทิศ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและกัมพูชามีความกระตือรือร้นในการสืบสวนกรณีการหายตัวไปของ ‘วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ ผู้ลี้ภัยชาวไทยที่พักอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งถูกอุ้มหายเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563

สำหรับผู้ต้องหาในคดีข้างต้น ยังมีอีก 2 ราย ที่ยังไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ได้แก่ โชติศักดิ์ อ่อนสูง แกนนำคณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม ’24 มิถุนาประชาธิปไตย’ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นัดทั้งสองเพื่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 7 ก.ค. 2563 ที่จะถึง

คดีนี้นับเป็นการนำข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาดำเนินคดีกับการจัดกิจกรรมแสดงออกทางการเมืองในเชิงสัญลักษณ์เป็นคดีที่ 3 โดยก่อนหน้านี้มีการดำเนินคดีกับนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ‘ฟอร์ด เส้นทางสีแดง’ ในการจัดกิจกรรมรำลึกกิจกรรมครบรอบ 10 ปี การถูกสังหารของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดงฯ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2563  และอนุรักษ์ยังได้ถูกดำเนินคดีอีกครั้งในการทำกิจกรรมกิจกรรม​เล่นดนตรีเปิดหมวกหาเงินช่วยเหลือ​ชาวบ้านที่เดือดร้อนเพราะโควิด-19 ในวันรำลึก 6 ปีการรัฐประหาร ร่วมกับ น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ บริเวณลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 63 ต่อไปนี้คือความคิดเห็นของผู้ต้องคดีจากการทำกิจกรรมเรียกร้องความเป็นธรรมให้วันเฉลิมในครั้งนี้

แชมป์ 1984: “เราจำเป็นต้องผลักดันกฎหมายเพื่อป้องกันการอุ้มหายเสียที

“จากกิจกรรมเรียกร้องประมาณ 1 ชั่วโมงหน้าสถานทูต ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคดีตามมาจากการไปร่วมกิจกรรมในวันนั้น”

“ผมคิดว่าคนโกรธกันเยอะ เพราะคิดว่าเลือกตั้งไปแล้วอะไรๆ จะดีขึ้น คนอย่างต้าร์ไม่ได้หนีคดีมาตรา 112 ยังโดนอุ้ม ผมไม่ได้รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว แต่คุ้นเคยกับสยาม (สยาม ธีรวุฒิ – ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ถูกอุ้มหายรายก่อนหน้า ขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม) มากกว่าเพราะเขาทำกิจกรรมสายนักศึกษา และสะเทือนใจกับการหายตัวไปของเขา แต่พอมามีเรื่องต้าร์หายไปอีก เราคาดหวังให้มีการผลักดันกฎหมายป้องกันการอุ้มหายให้เกิดขึ้นในเมืองไทย เพื่อจะได้มีการคุ้มครองคนได้ดีขึ้น”

“คิดว่าถ้ากฎหมายผ่าน น่าจะทำให้คนทำต้องคิดหน้าคิดหลังมากขึ้น แต่การคุ้มครองคนในต่างประเทศ ก็ยังเป็นไปได้ยากอยู่ดี” – แชมป์ 1984

มัทนา: “ถ้าเป็นไปตามกระบวนการ จะเคลื่อนไหวกี่ครั้งก็คงไม่ต้องกลัวโดนจับ

“ตอนได้หมายเรียกจากการไปทำกิจกรรมเรียกร้องความเป็นธรรมให้วันเฉลิม ก็ไม่คิดว่าจะได้ เรายังตามหากันเลยว่าผู้ต้องหาที่เหลือจะเป็นใครบ้าง ตอนแรกก็คิดว่า ทำไมมีเราผู้หญิงคนเดียวเลย ปรากฏว่านก (นภัสสรณ์ บุญรีย์) ได้หมายอีกคน เลยมาเป็นเพื่อนกัน (หัวเราะ)”

ทัตเทพ เรืองประไพกิจ: “เราออกมาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และไม่ควรมีใครถูกดำเนินคดี

“การที่เราออกมาเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม ไม่ใช่แค่ของกรณีวันเฉลิม แต่รวมถึงผู้ถูกอุ้มหายคนอื่นๆ เป็นการกระตุ้นให้รัฐบาลเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ถ้าเขานิ่งแสดงว่าเขาวางเฉยกับความรุนแรงครั้งนี้”

“การเอา พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ มาใช้ อ้างว่าควบคุมโควิด แต่ถ้าอ้างอิงจากตัวเลขที่รัฐรายงาน จำนวนคนป่วยน้อยลง ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ไม่ควรถูกใช้แล้ว และไม่ควรแจ้งข้อหากับพวกเรา หรือประชาชนที่มาเรียกร้องความเป็นธรรม”

นภัสสรณ์ บุญรีย์: “ที่ออกมาเพราะอยากเรียกร้องให้คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม

“ตัวป้านกเริ่มออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2535 สมัยพฤษภาเลือด พอเราเห็นข่าววันเฉลิมถูกอุ้มก็คิดว่าควรออกมาเรียกร้องให้คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม พอเห็นโพสต์ของโชติ (โชติศักดิ์ อ่อนสูง) ที่ชวนคนออกมาเรียกร้องในวันที่ 7 มิถุนายน เลยตามไปที่สถานทูตกัมพูชาช่วงเช้าของวันที่ 8”

“ถามว่าเราโดน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้วยังอยากเคลื่อนไหวอีกไหม ส่วนตัวเฉยๆ นะเพราะโดนจนชินแล้ว (หัวเราะ) ตัวป้าโดนคดีตั้งแต่ตอนเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ตอนออกมาเรียกร้องเรื่องตรวจสอบการทุจริตอุทยานราชภักดิ์ก็โดน”

“คดีของคนอยากเลือกตั้ง 4 คดี จบไป 3 คดีแล้ว เหลืออีก 1 มาเจอคดีจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 1 ก็เท่ากับเป็น 2 คดีที่ยังไม่จบ” – นภัสสรณ์ บุญรีย์

 

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง:

ตร.ออกหมายเรียก สมาชิกสนท.จากกิจกรรม “ทวงความเป็นธรรมให้วันเฉลิม” อ้างผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

แจ้งข้อหาพ.ร.บ.ความสะอาดฯ สนท. ผูกโบว์ขาวอีก 3 คดีรวด น.ศ.เลือกจ่ายค่าปรับ

ก่อนการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ รอบ 2 ที่ไม่ฉุกเฉิน-ไม่ยึดโยงประชาชน: ข้อสังเกตทางกฎหมายฯ

5 เหตุผล “ไม่ควร” ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีกต่อไป