วานนี้ (15 ก.ค. 2563) สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาววันเฉลิมได้รับจดหมายแจ้งความคืบหน้าการดำเนินตามขั้นตอนของคณะกรรมการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บังคับบุคคลสูญหาย (CED) องค์การสหประชาชาติว่า รัฐบาลกัมพูชาดำเนินการตรวจสอบการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ใน 2 ข้อ ได้แก่

1) ตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้า-ออกกัมพูชาของนายวันเฉลิมในกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งในระหว่างปี 2557-2558 โดยนายวันเฉลิมได้เดินทางเข้ากัมพูชาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2558 และได้รับการต่ออายุวีซ่าเพื่อพำนักในกัมพูชาชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2560 หลังจากนั้น กัมพูชาไม่เคยได้รับคำขอต่ออายุวีซ่าจากวันเฉลิมอีกเลย

และ 2) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชาไม่มีข้อมูลหรือเบาะแสการหายตัวไปของนายวันเฉลิม นอกเหนือไปจากที่ปรากฎในรายงานข่าว ทั้งนี้ ในปัจจุบัน กัมพูชาระบุว่าอยู่ในระหว่างการสืบสวนกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ให้ข้อสังเกตว่าหนังสือของรัฐบาลกัมพูชาถึงยูเอ็นนี้ มีเนื้อหาเหมือนกับหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศของไทยที่ส่งถึงครอบครัวเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2563 และจัดทำขึ้นก่อนการร้องเรียนของครอบครัวอย่างเป็นทางการ การตอบสนองต่อการลักพาตัวหรือบังคับให้สูญหายนายวันเฉลิมนี้จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเพื่อทราบชะตากรรมของนายวันเฉลิมอย่างเต็มความสามารถ

สิตานันหวังว่ารัฐบาลกัมพูชาจะบังคับใช้กลไกตามกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาในการเร่งดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้เพราะทางครอบครัวได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อพนักงานอัยการประจำศาลแขวงพนมเปญ ศาลชั้นต้น และกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2563 และร้องเรียนกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2563

คำตอบของรัฐบาลกัมพูชานี้เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บังคับบุคคลสูญหาย (CED) แจ้งว่าได้รับการร้องเรียนว่าได้มีการบังคับสูญหายนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยจากประเทศไทย หายตัวไปขณะอยู่ที่ประเทศกัมพูชา และทางคณะกรรมการฯ ได้ส่งหนังสือด่วนถึงเอกอัครราชทูต​และผู้แทนถาวรกัมพูชา ประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ขอให้กัมพูชาซึ่งเป็นประเทศที่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาคุ้มครองมิให้บังคับบุคคลสูญหาย ทำการสืบสวนสอบสวนอย่างเร่งด่วน ต่อชะตากรรมของวันเฉลิม และรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการฯ ภายวันที่ 24 มิ.ย. 2563 รัฐบาลกัมพูชาจึงมีหนังสือตอบกลับมายังคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2563

 

สำหรับ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันอายุ 37 ปี เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนหน้านี้เคยทำงานองค์กรพัฒนาเอกชนในประเด็นด้านเอชไอวีและความหลากหลายทางเพศมาก่อน เขาต้องลี้ภัยหลังรัฐประหาร 2557 เพราะปฏิเสธการเข้ารายงานตัวกับ คสช. ตามคำสั่ง คสช. ที่ 44/2557  และภายหลังถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ” ซึ่งโพสต์เสียดสีการเมืองและวิพากษ์วิจารณ์ คสช. ในช่วงระหว่างคณะรัฐประหารยังอยู่ในอำนาจ (ดูในรายงานข่าว)

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่าวันเฉลิมถูกออกหมายจับในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก และอดีตฝ่ายกฎหมาย คสช.ได้ออกมายืนยันกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 63 ว่า ทาง คสช.ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายวันเฉลิมในฐานความผิดข้างต้น ดังที่ปรากฏในข่าวทั่วไปช่วงก่อนหน้านี้

 

คณะกรรมการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บังคับบุคคลสูญหาย (The Committee on Enforced Disappearances CED) เป็นคณะประสานงานตาม อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บังคับสูญหาย (The Convention for the Protection of all Persons from Enforced Disappearances) องค์การสหประชาชาติ (United Nations)

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ยูเอ็นรับลูก จี้กัมพูชาตามตัววันเฉลิมผู้ลี้ภัยใน 2 สัปดาห์, UN gives Cambodian govt 2 weeks to investigate Wanchalearm’s disappearance

ครอบครัววันเฉลิม ร้องเรียนต่อทางการกัมพูชาสำเร็จแล้ววันนี้

อีกขั้นของการตามหาความยุติธรรม: พี่สาว ‘ต้าร์’ วันเฉลิม ตั้งเรื่องดำเนินคดี ต่อ DSI

พี่วันเฉลิม-แม่สยาม-ภรรยาสุรชัย จี้ 3 หน่วยงานรัฐตามหา ‘วันเฉลิม’ และผู้ลี้ภัยที่สูญหาย

ครอบครัวยื่นหนังสือ กต.-กมธ. เร่งติดตาม-สืบสวน หลัง ‘วันเฉลิม’ ถูกอุ้มหายหน้าที่พัก 5 วันแล้ว