19 ก.ค. 63 เวลา 17.00 น. ที่ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในนาม “พรรควิฬาร์ (WilarParty)” ได้นัดหมายทำกิจกรรมแฟลชม็อบ #คนเชียงใหม่จะไม่ทนtoo โดยประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เช่นเดียวกันกับกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ ในช่วงวานนี้ ได้แก่ เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา, ให้เจ้าหน้าที่รัฐหยุดคุกคามประชาชนในรูปแบบต่างๆ และให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ดูสรุปสถานการณ์)

ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ได้มีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทยอยมาที่ข่วงประตูท่าแพ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบมากกว่า 10 นาย ประจำอยู่ในจุดรอบๆ ข่วง และยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหน่วยต่างๆ มากกว่า 30 นาย คอยสังเกตการณ์กิจกรรม ขณะเดียวกันบนร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามถนนกับลานประตูท่าแพ บริเวณชั้นสาม ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบหลายนายประจำการอยู่ มีการใช้กล่องส่องทางไกลติดตามผู้ร่วมกิจกรรม

กลุ่มประชาชนที่มาร่วมหลายคนสวมเสื้อสีดำ และมีการเตรียมแผ่นป้ายข้อความต่างๆ มาแสดง อาทิข้อความ “ไวรัสก็กลัว! คนชั่วก็ต้องไล่ #ออกไปเต๊อะลุง” “หมู่ KING มันเห็นแก่ตั๋ว ค่ำหัวประชาชน” “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” “ไม่เคยศรัทธาตั้งแต่แรกแล้ว” “Freedom of Speech is a Human Rights” “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” “We Need Real Democracy” “กลัวอะไรกัน…กระดาษ ป้าย หรือความจริง” “คืนอำนาจที่ขโมยไปจากประชาชน” หรือป้ายตามหาบุคคลที่ถูกอุ้มหายในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นต้น โดยในกิจกรรม ยังได้มีผู้เตรียมผ้าสีขาวมาให้ประชาชนร่วมกันเขียนแสดงความเห็นอีกด้วย

เวลาราว 17.15 น. มีรถตำรวจของสภ.เมืองเชียงใหม่ 1 คัน พร้อมชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามายังบริเวณข่วงประตูท่าแพ พร้อมกับมีการใช้โทรโข่งประกาศแจ้งเตือนผู้มาทำกิจกรรม ว่าขณะนี้ยังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากเหตุการระบาดของโรคโควิด-19 ตามประกาศที่ออกโดยอำนาจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มิให้มีการชุมนุมมั่วสุมกัน ทำให้การรวมตัวทำกิจกรรมอาจฝ่าฝืนต่อกฎหมาย หลังการประกาศ ผู้ร่วมชุมนุมที่ทยอยมาเพิ่มขึ้นได้มีการโห่โล่เจ้าหน้าที่ 

เวลา 17.20 น. แกนนำนักศึกษา นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ ได้เริ่มกล่าวปราศรัยบริเวณข่วงด้านที่ติดกับถนนมูลเมือง และพูดถึงจุดประสงค์การชุมนุมที่ต้องการเรียกร้อง 3 ข้อกับทางรัฐบาล เช่นเดียวกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก ขณะเดียวกันบริเวณข่วงอีกด้าน ได้มีชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเสริมกำลัง เข้ามาจัดแถวรวมกัน ประมาณ 20 นาย 

เวลา 17.24 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มประกาศอีกครั้ง โดยเป็นการอ้างขอให้งดกิจกรรมนี้ เพราะอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนการชุมนุม ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้จัดและประชาชนอาจจะถูกดำเนินคดีได้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้โห่ไล่การประกาศดังกล่าว

เวลา 17.30 น. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังทยอยมาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง มีทั้งกลุ่มนักเรียนที่นำป้ายต่างๆ มาแสดง และมีผู้ชูภาพของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากยุค คสช. และเป็นก่อตั้งกรุ๊ปรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพสในเฟซบุ๊ก ทำให้ผู้เข้าร่วมส่งเสียงปรบมือจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีผู้นำสติ๊กเกอร์ข้อความต่างๆ เช่น รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส #Saveทิวากร, #ให้มันจบที่รุ่นเรา, เสื้อตัวนี้สีเหลือง มาแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วม และยังมีผู้นำน้ำดื่มมาคอยแจกจ่ายอีกด้วย

เวลาประมาณ 17.50 น. ผู้จัดกิจกรรมได้สลับกันกล่าวปราศรัย สลับการเล่นดนตรี พร้อมกับให้ผู้เข้าร่วมนั่งลง ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศจากรถของสภ.เมืองเชียงใหม่ เป็นครั้งที่ 3 ว่าขอให้ยุติกิจกรรม เนื่องจากอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผู้ชุมนุมได้โห่ร้องเช่นเดิม ผู้ปราศรัยยังมีการชวนผู้เข้าร่วมตะโกน ข้อความ “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” อีกด้วย

จนเวลาประมาณ 18.20 น. ประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ แกนนำนักศึกษา ได้กล่าวสรุปข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อรัฐบาล ได้แก่  1. ประกาศให้มีการยุบสภา 2. หยุดคุกคามประชาชน และ 3. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และให้ผู้เข้าร่วมร่วมกันชูสามนิ้ว และประกาศจะมีการนัดหมายทำกิจกรรมกดดันรัฐบาลต่อไป ก่อนประกาศยุติกิจกรรม

หลังจากยุติกิจกรรม กลุ่มผู้เข้าร่วมกลุ่มต่างๆ ยังมีการรวมตัวถ่ายรูปพร้อมชูป้ายข้อความเรียกร้องทางการเมืองต่างๆ มีกลุ่มแสดงละครอาร์ต และมีกลุ่มนักศึกษาที่คอยช่วยเก็บขยะในที่ชุมนุม ขณะที่กลุ่มเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบยังมีการติดตามผู้ร่วมกิจกรรม และมีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่บนร้านกาแฟสตาร์บัคส์โดยตลอด 

จนเวลาประมาณ 18.50 น. กลุ่มนักศึกษาพร้อมประชาชนที่ยังเหลืออยู่จำนวนหนึ่งยังได้ร่วมกันร้องเพลง “เพื่อมวลชน” และชูสามนิ้วปิดท้าย ก่อนแยกย้ายกันกลับ