12 ก.ย.59 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้ยื่นฟ้องคดีนายสามารถ ขวัญชัย อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาในคดีความผิดตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง จากกรณีการเสียบใบปลิวโหวตโนบริเวณที่จอดรถของห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้นัดพร้อมและสอบคำให้การคดีในวันที่ 10 ต.ค.59

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ก.ค.59 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า พบการแจกจ่ายใบปลิวที่ระบุข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ 7 ส.ค. VOTE NO” พร้อมมีรูปสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว โดยแจกในลักษณะนำไปเสียบพับไว้บริเวณที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์ในที่จอดรถชั้นใต้ดินของห้างฯ ประมาณ 10 คัน และต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กว่า 60 นาย ได้เข้าจับกุมตัวนายสามารถ ขวัญชัย จากบ้านพัก พร้อมกับเข้าตรวจค้นยึดของกลาง นายสามารถได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และถูกพนักงานสอบสวนนำตัวไปขออำนาจศาลในการฝากขัง ทำให้เขาถูกควบคุมตัวที่เรือนจำเป็นเวลา 9 วัน ก่อนจะได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 1 แสนบาท (ดูรายงานก่อนหน้านี้)

IMG_8626

ในวันนี้ นายสามารถได้เข้ารายงานตัวตามนัดของศาล ก่อนศาลจะได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยฟังในห้องเวรชี้ โดยพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่มาเมื่อวันที่ 9 ก.ย.59 คำฟ้องระบุข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61

พนักงานอัยการบรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่ 20 ก.ค.59 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจเผยแพร่ข้อความและรูปภาพในกระดาษแผ่นพับ ซึ่งมีข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ 7 ส.ค. (รูปภาพรูปมือข้างขวาชูสามนิ้ว) VOTE NO” อันเป็นข้อความที่มีลักษณะรุนแรง ปลุกระดม เพื่อผู้ออกเสียง ผู้อื่น และประชาชน เข้าใจผิดในข้อเท็จจริงว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นเผด็จการ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้ออกเสียงประชามติ ผู้อื่น และประชาชนไปลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ และประเด็นเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในวันลงประชามติ วันที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งเป็นการออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือไม่ออกเสียง อันเป็นการกระทำให้ก่อความวุ่นวาย เพื่อให้ออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย  อัยการยังได้ขอให้ศาลพิจารณาสั่งริบกระดาษแผ่นพับของกลาง จำนวน 405 แผ่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32 และ 33 ด้วย

ต่อมาทางเพื่อนของจำเลยได้อาศัยหลักทรัพย์ประกันเดิมในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือจากกองทุนของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ จำนวน 1 แสนบาท ในการขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณาคดีชั้นศาล และศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว พร้อมกับนัดพร้อมและถามคำให้การในวันที่ 10 ต.ค.59 เวลา 9.00 น.

ลุงสามารถ 2

สำหรับนายสามารถ ขวัญชัย ปัจจุบันอายุ 63 ปี ประกอบอาชีพช่วยครอบครัวขายภาพโมเสคที่ร้านค้าในจังหวัดเชียงใหม่ นายสามารถเข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดงในฐานะมวลชนอิสระ เคยร่วมเป็นพยาบาลอาสาในการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์เมื่อปี 2553  อีกทั้ง นายสามารถยังมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวานและความดัน

จากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คดีนี้นับเป็นคดีที่ 5 ที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีการส่งฟ้องคดีต่อศาล โดยคดีที่มีการสั่งฟ้องต่อศาลก่อนหน้านี้ ได้แก่ คดีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติที่จังหวัดอุดรธานี มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย และคดีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติที่จังหวัดหนองบัวลำภู มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ทั้งสองคดีถูกกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 24 เช่นเดียวกัน

คดีต่อมาได้แก่ของสองนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่อีสานแจกเอกสารรณรงค์ประชามติที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โดยเป็นการฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเขียว ในข้อหาตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61  อีกคดีหนึ่งได้แก่ คดีของ 5 นักกิจกรรม-นักข่าว “น่าเชื่อว่าจะแจกเอกสารเกี่ยวกับประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ฟ้องต่อศาลจังหวัดราชบุรี ในข้อหาตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 เช่นเดียวกัน  โดยคดีทั้งหมดเป็นการสั่งฟ้องหลังวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค.ผ่านพ้นไปแล้ว

ทั้งนี้ ข้อหาตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) วรรคสอง ระบุโทษจำคุกไว้ไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกินห้าปีด้วยก็ได้

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นอนคุกแล้ว 4 วัน! ลุงวัย 63 ปี แปะใบปลิวโหวตโนที่ห้างในชม. ถูกแจ้งผิดพ.ร.บ.ประชามติ

ศาลเชียงใหม่ให้ประกันตัว ‘ลุงแปะใบปลิวโหวตโน’ หลังนอนคุกรวม 9 วัน