จากกรณีบนโลกออนไลน์มีการเผยแพร่การจัดกิจกรรม #คนลำพูนก็จะไม่ทนโว้ย ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 63 นี้ เวลา 17.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นการนัดหมายแสดงออกต่อเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ในกรุงเทพมหานคร

ต่อมาวันที่ 21 ก.ค. 63 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับการร้องเรียนจาก “ฟ้า” (นามสมมติ) นักเรียนวัย 16 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน ระบุว่าตนและเพื่อนได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปห้ามไม่ให้จัดกิจกรรมถึงที่บ้าน

นักเรียนรายนี้เปิดเผยว่า ตนกับเพื่อนอีก 1 คน ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมดังกล่าว เนื่องจากอยากมีส่วนร่วมในการเรียกร้องประชาธิปไตย เพราะไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตอนแรกมีความคิดอยากจัดตั้งกลุ่มนักเรียน แต่ยังไม่รู้จักใคร เนื่องจากมีกันแค่สองคน เลยคิดว่าอยากหาผู้เข้าร่วมผ่านการจัดกิจกรรม และอยากเปิดให้ทุกคนได้มาร่วมกันแสดงจุดยืน

ฟ้าระบุว่าประเด็นที่อยากเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงในสังคมมีสามข้อหลัก ได้แก่ หนึ่ง อยากให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ออกจากอำนาจไป  สอง อยากให้มีการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่ไม่เป็นธรรม และแก้ไขรัฐธรรมนูญ  สาม อยากให้มีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะไม่ได้มีความจำเป็นแล้ว

ฟ้าระบุว่าหลังจากการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ได้มีคนติดต่อขอเฟซบุ๊กของตนจากเพื่อน และได้มีผู้หญิงคนหนึ่งทักข้อความทางเฟซบุ๊กเข้ามา โดยพยายามสอบถามว่าจะมีการจัดชุมนุมในวันที่ 24 ก.ค. ใช่หรือไม่ เป็นกลุ่มนักเรียนอย่างเดียวหรือไม่ และมีการพยายามสอบถามข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่ออะไร เรียนที่ไหน และขอเบอร์ติดต่อ โดยฟ้าได้พยายามเลี่ยงตอบคำถาม และเมื่อเข้าไปดูข้อมูลเฟซบุ๊กของผู้หญิงคนนี้ พบว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนปกครองของจังหวัดลำพูน

ต่อมาในช่วงบ่ายวานนี้ (20 ก.ค. 63) ระหว่างยังเรียนอยู่ในโรงเรียน ได้ทราบจากเพื่อนว่ามีครูในโรงเรียนท่านหนึ่งมาตามหาตน โดยมีการนำรูปภาพฟ้าและเพื่อนที่ประกาศจัดกิจกรรม มาสอบถามนักเรียนว่าเห็นสองคนนี้หรือไม่ โดยเป็นรูปถ่ายที่นำมาจากหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว และต่อมายังทราบว่ามีการประกาศเรียกครูในโรงเรียนให้มาประชุมกันด้วย ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องของนักเรียนที่ประกาศจัดกิจกรรม เมื่อได้ทราบข่าว เนื่องจากความตกใจกลัว ฟ้าจึงได้หลบเข้าไปอยู่ในห้องน้ำในช่วงคาบเรียนสุดท้าย และหลังเลิกเรียน จึงได้รีบออกจากโรงเรียนมา โดยมีเพื่อนมาช่วยรับกลับหอพัก

ในช่วงเย็น ฟ้ายังได้ทราบจากญาติว่าได้มีตำรวจนอกเครื่องแบบเดินทางไปหาแม่ที่บ้าน โดยตำรวจได้ระบุกับแม่ว่าฟ้าได้ประกาศทำกิจกรรมทางการเมือง ทำให้ถูกมีรายชื่อเป็นแกนนำในระดับชาติด้วย โดยตำรวจยังมีการระบุกับแม่ ว่าฟ้าโดน “แบล็คลิสต์” อีกด้วย ทั้งเธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ หากเกิดอะไรขึ้นทางครอบครัวก็ต้องรับผิดชอบด้วย จึงขอไม่อยากให้มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และให้ตั้งใจเรียนหนังสือดีกว่า

ตำรวจยังมีการแสดงรูปถ่ายให้แม่ดู ซึ่งเป็นรูปของฟ้าจากเฟซบุ๊กรูปเดียวกับที่ครูนำมาใช้ถามหา จึงคาดว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ น่าจะส่งข้อมูลให้กัน ทางตำรวจยังได้มีการถ่ายรูปกับครอบครัวเอาไว้ด้วย

เมื่อได้ทราบเรื่อง ฟ้าก็ตกใจมาก เนื่องจากไม่ทราบว่าถึงขนาดไปอยู่ใน “แบล็คลิสต์” และเป็นแกนนำระดับชาติได้อย่างไร เพราะไม่เคยเป็นผู้จัดกิจกรรมการเมืองใดๆ มาก่อน หลังจากนั้นทางครอบครัวยังได้ติดต่อมาสั่งห้ามไม่ให้ไปทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก ฟ้าจึงได้ตัดสินใจเบื้องต้นว่าคงไม่ได้ไปร่วมชุมนุมในวันศุกร์นี้ เนื่องจากกังวลต่อผลกระทบและความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้น แม้ส่วนตัวจะยังอยากร่วมแสดงออกถึงจุดยืนของนักเรียนก็ตาม

ขณะเดียวกัน ฟ้ายังเปิดเผยด้วยว่าเพื่อนของเธออีกรายหนึ่งที่ประกาศจัดกิจกรรมด้วยกัน ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ หลังกลับจากโรงเรียน ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปที่บ้านเช่นกัน โดยตำรวจเตือนเพื่อนในลักษณะเดียวกับฟ้า ว่าไม่อยากให้มายุ่งเรื่องการเมือง ยังเป็น “เด็ก” อยู่ อยากให้เรียนและทำหน้าที่ของตัวเองไปก่อนด้วย