ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับการร้องเรียนจาก “หนุ่ม” (นามสมมติ) นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ว่าตนได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเดินทางมาพบที่บ้าน หลังแชร์ข่าวการควบคุมตัวทิวากร วิถีตน และข่าวราคาของซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ของสำนักข่าวประชาไท พร้อมกับถูกให้ลงนามในเอกสารข้อตกลงว่าจะไม่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อีก

หนุ่มเปิดเผยว่าเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ก.ค. 63 ได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวน 2 นาย ระบุตนว่าเป็นตำรวจ แต่ไม่ระบุว่าสังกัดหน่วยงานใด เดินทางมาที่บ้านของตน โดยเจ้าหน้าที่พบกับบิดาของตนก่อน และได้มีการแสดงบัตรประจำตัวให้ดู แต่บิดาหนุ่มไม่ได้จดรายละเอียดชื่อของเจ้าหน้าที่ไว้ เจ้าหน้าที่ระบุกับบิดาว่าได้รับคำสั่งให้มาพูดคุยกับหนุ่ม บิดาตนจึงให้มาพูดคุยในบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีหมายใดๆ มาด้วย

หนุ่มระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการนำเอกสารมาชุดหนึ่ง มีทั้งรูปถ่ายของตนตามบัตรประชาชน มีหน้าเฟซบุ๊กของตน และมีการแค็ปภาพข้อความที่ตนแชร์และโพสต์ในเฟซบุ๊ก ประมาณ 4-5 ข้อความมาด้วย แต่ละโพสต์มีการระบุจำนวนคนไลค์หรือแชร์เอาไว้  เท่าที่หนุ่มจำได้มีการแชร์ข่าวจากเว็บไซต์ประชาไท 2 ข่าว ได้แก่ ข่าวเรื่องการควบคุมตัวนายทิวากร วิถีตน ผู้ใส่เสื้อ “เราหมดศรัทธาสถาบันกษัตริย์แล้ว” และข่าวเรื่องสำรวจราคาของซุ้มเฉลิมพระเกียรติขนาดต่างๆ โดยหนุ่มระบุว่าตนเพียงแต่แชร์ข่าวทั้งสองข่าวนี้เท่านั้น ไม่ได้เขียนข้อความประกอบใดๆ ในการแชร์ เพียงแต่ตนใช้ชื่อนามสกุลจริงในเฟซบุ๊ก และตั้งค่าเป็นสาธารณะ

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุกับหนุ่มว่าทั้งสองคนได้รับคำสั่งจาก “นาย” ให้มาติดตามพฤติการณ์ พร้อมกับมีการเตือนว่าหากมีการแชร์ข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อีก อาจจะเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ทั้งระบุว่าถ้ามีสิ่งใดไม่พอใจ ก็ขอให้เก็บไว้ในใจ ไม่ต้องนำข้อมูลมาแชร์

เจ้าหน้าที่ยังมีการนำเอกสารข้อตกลงมาให้หนุ่มลงนาม โดยเอกสารระบุในลักษณะว่าหนุ่มจะไม่โพสต์ข้อความพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์อีก ซึ่งหนุ่มก็ได้ยินยอมลงนามในเอกสารดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้เอกสารดังกล่าวไว้กับหนุ่ม และไม่ยินยอมให้มีการถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ได้มีการถ่ายรูปบัตรประชาชนหนุ่มไปด้วย

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังสอบถามว่าหนุ่มได้ไปร่วมการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค. หรือไม่ ซึ่งหนุ่มปฏิเสธว่าไม่ได้ไปแต่อย่างใด ตำรวจใช้เวลาพูดคุยอยู่ที่บ้านเขาเพียงสั้นๆ ราว 10 นาที จึงเดินทางกลับไป

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่าสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐเดินทางไปตามบ้านของผู้โพสต์แสดงความคิดเห็น หรือแชร์ข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและในหลายพื้นที่ บางรายก็ถูกพาตัวไปพูดคุยที่สถานีตำรวจในพื้นที่ต่างๆ และมีการให้ลงนามในบันทึกข้อตกลงในลักษณะเดียวกับหนุ่ม ปฏิบัติการดังกล่าวยังเกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีหมายใดๆ มาแสดง

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏกรณีของนายเกรียงไกร สิงห์หฬ เจ้าของร้านสแตนเลสในจังหวัดเลย เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 63 ได้ถูกเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ควบคุมตัวไปที่ สภ.เชียงคาน เพื่อเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน โดยไม่มีหมายจับใด จากกรณีการใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งค่าภาพปก (cover) เป็นรูปของนายทิวากร วิถีตน พร้อมเขียนข้อความประกอบว่า “#Saveทิวากร หยุดพฤติกรรมคุกคามประชาชน” ก่อนปล่อยตัวมาโดยยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใด

อ่านเพิ่มเติม จนท.หลายฝ่ายบุกบ้านผู้โพสต์รูปทิวากรสวมเสื้อ “เราหมดศรัทธาฯ” นำตัวไปสถานี ตร.