ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับการแจ้งว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 63 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ติดตามและเข้าไปถึงที่บ้านของเยาวชนอย่างน้อย 3 ราย เพื่อสอบถามข้อมูลการจัดชุมนุมแฟลชม็อบ “ไม่ทนเผด็จการ” ทั้งที่ทั้ง 3 ราย ไม่ใช่ผู้จัดกิจกรรมและไม่มีแผนจะเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด

กรณีแรก ซัน (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนในจังหวัดเพชรบูรณ์แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ช่วงกลางวัน ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.นาเฉลียง จ.เพชรบูรณ์ โทรศัพท์ติดต่อแม่ของเขา สอบถามเรื่องทราบหรือไม่ว่าซันจะไปชูป้ายประท้วงในวันที่ 22 ก.ค. เมื่อแม่ระบุว่าไม่ทราบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อพูดคุยกับซันโดยตรง แต่แม่ปฏิเสธ ทางตำรวจจึงได้วางสายไป

ขณะเดียวกันระหว่างอยู่ในโรงเรียนซันได้ถูกรองผู้อำนวยการเรียกเข้าพบ และสอบถามเกี่ยวกับการเผยแพร่ภาพโปสเตอร์เตรียมจัดการชุมนุมแฟลชม็อบในจ.เพชรบูรณ์ ว่าซันมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวหรือไม่ หรือจะไปร่วมกิจกรรมหรือไม่ ด้านซันระบุว่าไม่ได้โพสต์เผยแพร่โปสเตอร์ดังกล่าว และคงไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมดังกล่าว

รองผอ.ระบุในตอนท้ายของการพูดคุยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยากเข้ามาพูดคุยกับซันที่โรงเรียน แต่ทางโรงเรียนไม่อนุญาตเพราะเด็กไม่ควรต้องมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ ก่อนจะให้ซันกลับออกไปเรียนตามปกติ และในช่วงเย็นยังได้มีนายอำเภอเข้าไปที่บ้านในอำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ สอบถามแม่ว่าลูกชายอยู่บ้านหรือไม่อีกด้วย

 

กรณีที่สอง พิม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยว่าวันที่ 21 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบไม่ระบุสังกัด 2 นาย เข้าไปที่บ้านของพิมที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ สอบถามหาตัวพิม เมื่อที่บ้านแจ้งว่าพิมไม่อยู่บ้าน ไปเรียนที่กรุงเทพฯ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้ที่บ้านติดต่อพิมให้ ที่บ้านจึงได้โทรศัพท์ติดต่อพิมให้ตำรวจพูดคุย

เจ้าหน้าที่อ้างว่าเธอมีรายชื่อเป็นเครือข่ายของกลุ่มเยาวชน พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงอยากสอบถามว่าพิมจะไปร่วมกิจกรรมชุมนุมที่หน้าที่ว่าการอำเภอหนองไผ่หรือไม่ และพิมเป็นกลุ่มผู้จัดกิจกรรมหรือไม่ พิมแจ้งว่าไม่ได้เป็นผู้จัดและไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมดังกล่าว ตำรวจจึงวางสายไป ก่อนกลับไป ยังมีการถ่ายภาพบ้านของพิมเอาไว้ด้วย

พิมเล่าว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ที่บ้านของเธอรู้สึกตกใจ จนนอนไม่หลับ ซึ่งพิมก็ได้พยายามอธิบายให้เข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะพยายามหาตัวผู้จัดกิจกรรมชุมนุมที่จะเกิดขึ้น ซึ่งพิมยืนยันกับที่บ้านว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม

 

กรณีที่สาม บิว (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาปวศ.ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการอาชีพแห่งหนึ่ง ได้เปิดเผยว่าวันที่ 21 ก.ค. เวลาประมาณ 9.30 น. ได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบชุดสืบสวนจากสถานีตำรวจภูธรชนแดน จำนวน 4-5 นาย เดินทางเข้าไปที่บ้านในอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งขณะนั้นมีบิวอาศัยอยู่กับยายและน้องชาย ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบถามยายว่า แม่ของบิวอยู่หรือไม่ และทำงานอะไร จากนั้นสอบถามหาตัวบิว ยายจึงได้ไปตามบิวออกมา

เจ้าหน้าที่ได้สอบถามชื่อจริงของบิว และสอบถามว่าพรุ่งนี้จะไปร่วมชุมนุมหรือไม่ บิวจึงสอบถามว่าชุมนุมอะไร เพราะไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการจัดกิจกรรมขึ้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าไปชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ที่อำเภอหนองไผ่ พร้อมถามย้ำว่าจะไปร่วมกิจกรรมหรือไม่ ไปกี่คน และจะไปวันไหน บิวระบุว่าไม่ทราบและไม่ได้จะไปเข้าร่วม

ระหว่างพูดคุย เจ้าหน้าที่ได้ขอดูบัตรประชาชนของบิว และระบุว่าจะถ่ายรูปเก็บไว้ แต่บิวไม่ให้ดู พร้อมกับสอบถามว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลส่วนตัวของบิว และข้อมูลว่าจะไปร่วมกิจกรรมจากที่ใด ตำรวจระบุว่าข้อมูลมาจากส่วนกลาง และมีสายข่าวแจ้งมาว่าบิวจะไปร่วมกิจกรรม ก่อนเดินทางกลับไป เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายภาพบ้าน และบิวเข้าใจว่าระหว่างพูดคุย ก็ได้มีการถ่ายภาพบิวไว้แล้วด้วย

หลังเกิดเหตุการณ์ แม่ของบิวระบุว่าก็เข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่พยายามหาตัวผู้จัดกิจกรรม แต่ก็มีความกังวลอยู่บ้าง ว่าทางตำรวจจะดำเนินการอะไรอีก ส่วนบิวก็รู้สึกกังวลอยู่บ้างเนื่องจากไม่เคยเจอเหตุการณ์การติดตามจากเจ้าหน้าที่มาก่อน

 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การชุมนุม #เยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็ได้มีการนัดหมายชุมนุมตามมาในหลายจังหวัดเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาล และมีข้อเรียกร้องหลัก 3 ประการคือ 1.ประกาศยุบสภาทำการเลือกตั้งใหม่ 2.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3. หยุดคุกคามประชาชน รวมทั้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีการนัดหมายทำกิจกรรม 2 จุด ได้แก่ กิจกรรมที่หน้าที่ว่าการอำเภอหนองไผ่ ในวันที่ 22 ก.ค. และกิจกรรมที่อำเภอหล่มสัก ในวันที่ 25 ก.ค.