วันนี้ (29 ก.ค. 63) ศาลแขวงดุสิตอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีของนางพะเยาว์ อัคฮาด หรือ “แม่น้องเกด” จากเหตุจัดกิจกรรมเล่นละครใบ้ทวงความเป็นธรรมให้ลูกสาว บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 61 โดยพิพากษายืนให้ลงโทษปรับ 1,000 บาท เหตุไม่แจ้งจัดการชุมนุม ตามมาตรา 10 และมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558  เนื่องจากศาลเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการชุมนุมสาธารณะ

 

 

พิพากษายืนปรับ 1,000 บาท ริบของกลาง “ไม้กวาด 2 ด้าม และบัญชีหนังหมา 1 แผ่น”

เวลา 9.45 น. พะเยาว์ อัคฮาด เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมลูกชาย ศาลแขวงดุสิตอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยสรุปความได้ว่า จำเลยอุทธรณ์ว่าการแสดงละครใบ้เป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกเหตุการณ์การล้อมปราบประชาชนในปี 2553 ซึ่งเป็นวันสำคัญทางสังคมและประวัติศาสตร์ ทั้งกิจกรรมดังกล่าวก็ไม่มีการกล่าวปราศรัย จึงไม่ใช่การชุมนุมสาธารณะ
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจากข้อความในเฟซบุ๊กที่เชิญชวนผู้ไม่เห็นด้วยมาแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน และเมื่อมีการแสดง จำเลยได้เดินข้ามถนนและพวกที่เหลือได้ทำท่ากวาดถนน ซึ่งเป็นทางหลวงทางสาธารณะ หรือไปตามผิวจราจร และไม่มีพฤติการณ์ใดที่กีดกันไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมได้ จึงถือว่าจำเลยเป็นผู้ประสงค์จะจัดการชุมนุมในที่สาธารณะ ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 4 ซึ่งต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เจ้าของท้องที่ คือผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม และสน.สำราญราษฎร์ ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น
อีกทั้ง อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเอาแผงเหล็กมากั้น กำหนดขอบเขตการแสดงละครเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามหลักสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้ผู้จัดกิจกรรมเท่านั้น อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น
ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษปรับ 1,000 บาท  และสั่งริบของกลาง คือไม้กวาดและแผ่นป้าย “บัญชี หนัง หมา” เช่นเดียวกับศาลชั้นต้น
(ดูคำพิพากษาศาลชั้นต้นในรายงานข่าว ศาลสั่งปรับ 1,000 บาท ‘พะเยาว์ อัคฮาด’ เล่นละครใบ้รำลึกถึงลูกสาว ฐานไม่แจ้งการชุมนุม)

 

เสียงของแม่ในวันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หลังฟังคำพิพากษา พะเยาว์ อัคฮาด พูดถึงความรู้สึกต่อกระบวนการยุติธรรมหน้าศาลแขวงดุสิตด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ความว่า
“ถึงผลตัดสินของศาลจะออกมาเหมือนเดิม แม่ก็จะฎีกาให้รู้ว่าเราสู้ ถ้าเราโดนจับกดน้ำ ใครจะยอมตาย มันก็ต้องทะลึ่งพรวดขึ้นมา
“ถึงวันนี้คำอุทธรณ์จะยืนยันว่าแม่ผิด แต่แม่จะฎีกาต่อ จะสู้ให้ถึงที่สุดเลย แม่ไม่ได้ผิด มันเป็นสิทธิของแม่ที่จะแสดงให้เห็นว่าเราโดนกระทำ ไม่ใช่ปล่อยให้เขาเหยียบย่ำแล้วไม่หือไม่อือ มันเป็นไปไม่ได้”
พะเยาว์กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม่ไม่เคยหมดหวังในกระบวนการยุติธรรมนะ ทุกวงการมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่จริยธรรม สำนึกในหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญ คนเราถ้าไม่มีที่พึ่งแล้วก็ต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรม แล้วคุณจะตัดสินคนที่หวังพึ่งคุณยังไง แม่ยังเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน”

 

.

เหตุเล่นละครใบ้ในวันสิทธิมนุษยชนจนถึงการถูกดำเนินคดี

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 61 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เครือข่ายวิญญูชนผู้ยังได้รับผลกระทบจากเผด็จการ หรือ “ค.ว.ย.” ได้จัดกิจกรรม “แก้แค้น ไม่แก้ไข” โดยผู้ทำกิจกรรม 4 ราย ได้แก่ นางพะเยาว์ อัคฮาด, นายกฤษณะ ไก่แก้ว, นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ ได้ร่วมกันแต่งกายเป็นยมบาล และสวมชุดอาสาสมัครพยาบาล ถือคำว่า “บัญชี หนัง หมา” ซึ่งมีรูปภาพของเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 พร้อมภาพผู้นำรัฐบาลและกองทัพในขณะนั้น
กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์นี้จัดขึ้นเพื่อทวงถามความเป็นธรรมจากคดีของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด บุตรสาวพะเยาว์ ซึ่งได้ถูกยิงเสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ในเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชนที่ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นยุบสภา ซึ่งคดีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งพะเยาว์ตนได้รับบทเป็นบุตรสาวของตนเอง โดยได้สวมชุดที่เปื้อนเลือดของลูกสาวซึ่งได้เก็บรักษาไว้ เพื่อเตือนใจและเป็นกำลังใจในการต่อสู้ และมีเพื่อนตนรับบทเป็นยมทูตถือบัญชีหนังหมา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สำราญราษฎร์ได้ควบคุมตัวผู้ทำกิจกรรมทั้ง 4 รายไปยังสถานีตำรวจ ก่อนมีการแจ้งข้อหาต่อนางพะเยาว์ อัคฮาด ฐานเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งให้ผู้รับแจ้งทราบก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง ตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ มาตรา 10
ดูรายงานบันทึกการสืบพยานและการต่อสู้คดีนี้