จนท. ติดตามผู้จัด #เมืองอำนาจไม่เอาเผด็จการ สวนทางข้อเรียกร้อง ยุติคุกคามประชาชน

กรณีที่เพจ อำนาจเจริญไม่อินเผด็จการ นัดจัดกิจกรรม #เมืองอำนาจไม่หลงอำนาจไม่เอาเผด็จการ ที่หอนาฬิกา จ.อำนาจเจริญ​ ในวันที่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 16.00 น. โดยระบุว่า เป็นกิจกรรมเเสดงออกเชิง​สัญญลักษณ์​ ชูป้ายถ่ายรูปเเสดงจุดยืนเรียกร้องประชาธิปไตยให้กลับมาเป็นของประชาชน นั้น 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งจากแก้ว (นามสมมติ) หนึ่งในนักศึกษาผู้จัดกิจกรรมดังกล่าวว่า ถูกคุกคาม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาติดตามสอบถามข้อมูลจากคนรอบข้างและตัวเธอเอง ทั้งยังให้ข้อมูลกับคนแถวบ้านว่า เธอมีชื่ออยู่ในลิสต์เป็นแกนนำก่อม็อบ ราวกับเป็นตัวอันตราย ทั้งที่เธอและเพื่อนๆ แค่นัดกันไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และเพิ่งริเริ่มกิจกรรมนี้เป็นครั้งแรก   

การติดตามเริ่มตั้งแต่วานนี้ (28 ก.ค. 2563) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 1 นาย และนอกเครื่องแบบ 1 นาย ได้ไปที่บ้านของแก้ว และสอบถามยายของเธอที่อยู่ข้างบ้านว่า แก้วอยู่ไหม (ระบุชื่อ-นามสกุลจริงของแก้ว) แม่ของแก้วจึงออกไปหน้าบ้าน และพบว่าตำรวจนอกเครื่องแบบเป็นคนที่แม่รู้จัก ตำรวจนายนั้นแจ้งว่า อยากคุยกับแก้ว แม่จึงเรียกให้แก้วออกไปคุยด้วย ตำรวจถามแก้วว่า เรียนที่ไหน คณะอะไร หอพักอยู่ที่ไหน ได้ลงไปกรุงเทพฯ หรือยัง ไปร่วมม็อบที่ไหนหรือไม่ เเละขอถ่ายรูป แต่แก้วไม่อนุญาต และถามตำรวจกลับว่า ทราบชื่อเธอได้อย่างไร ตำรวจอ้างว่า “นายสั่งมา” 

อย่างไรก็ตาม แก้วระบุว่า ตำรวจทั้งสองนายไม่ได้ถามถึงกิจกรรมในวันที่ 30 ก.ค. แต่ก็พูดเป็นนัยๆ ว่า รู้ว่าเธอเป็นคนนัดทำกิจกรรมดังกล่าว

แม้ตำรวจจะได้ข้อมูลจากแก้วไปบ้างแล้ว แต่กลับเป็นว่าเช้าวันนี้ (29 ก.ค. 2563) ยังมีตำรวจทั้งในเเละนอกเครื่องเเบบไปสอบถามคนในละแวกบ้านตั้งเเต่วัดจนถึงตลาด ด้วยคำถามแบบเดียวกับที่มาถามเธอเมื่อวาน ทั้งยังให้บอกว่า แก้วมีชื่ออยู่ในลิสต์แกนนำก่อม็อบในพื้นที่ 

นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิกตลาดนัดถนนคนเดินในวันนี้ โดยแม่ค้าในตลาดได้ทราบข้อมูลว่า จะมีม็อบชนม็อบ ซึ่งแก้วรู้สึกว่า เจ้าหน้าที่เองเป็นฝ่ายสร้างความขัดแย้งในหมู่ประชาชน โดยสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนทั่วไปมองผู้จะมาทำกิจกรรมในแง่ร้าย ทั้งที่กลุ่มผู้จัดกิจกรรมเองเกรงว่า กิจกรรมจะส่งผลต่อประชาชนทั่วไปจึงได้เลื่อนกิจกรรมเป็นวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. ไม่ตรงกับตลาดนัดที่มีทุกวันพุธ 

ล่าสุด แก้วยังได้รับโทรศัพท์จากนายตำรวจในพื้นที่ยืนยันว่า การจัดกิจกรรมเป็นเสรีภาพการแสดงออกที่สามารถทำได้ ตำรวจไม่ได้ห้าม แต่ต้องการทราบข้อมูลเบื้องต้นของคนจัดเท่านั้น

ทั้งนี้ แก้วตั้งคำถามว่า การติดตามของตำรวจซ้ำๆ ทั้งที่ได้ข้อมูลแล้ว เป็นการคุกคามสิทธิพื้นฐาน เเละละเมิดความเป็นส่วนตัวของเธอหรือไม่ ข้อมูลที่ตำรวจสอบถามไปจะนำไปสู่การคุกคามเธอในรูปแบบอื่นๆ อีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้แก้วและครอบครัวจะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่หลังจากการพูดคุยปรึกษาหารือกัน ทีมผู้จัดกิจกรรมก็ยังยืนยันว่า จะจัดกิจกรรมตามกำหนดการเดิมต่อไป     

ท่ามกลางกระแสการชุมนุมวิพากษ์วิจารณ์และขับไล่รัฐบาลที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทุกวันวันละหลายๆ แห่ง โดยในช่วง 10 วันที่ผ่านมา มีการชุมนุมแล้วไม่น้อยกว่า 40 ครั้ง  พบว่า มีข่าวการคุกคามผู้ที่ประกาศจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ ทั้งจากเจ้าหน้าที่และสถานศึกษา เช่น ผู้จัด #เพชรบูรณ์จะไม่ทน ถูกตร.คุมตัวไปคุย ขู่หากจัดจะถูกดำเนินคดี หรือ นร.สตรีวิทยา2 จัด “รวมพลังต่อต้านเผด็จการ” ไม่ได้ หลัง รร.ฉีดยุง-ตร.เฝ้า-แกนนำถูกผอ.เรียกพบ และอีกในหลายๆ แห่ง แต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งสวนทางกับหนึ่งในข้อเรียกร้องของการชุมนุมคือ ให้รัฐบาลยุติการคุกคามประชาชน