ศาลยกฟ้อง คดีม.116 บก.ลายจุด โพสต์ชวนชูสามนิ้วต้านรัฐประหาร หลังสู้คดีนาน 6 ปี

วันนี้ (30 ก.​ค. 2563) ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในคดีของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก.ลายจุด” โพสต์ชวนชูสามนิ้วต่อต้านรัฐประหารและ คสช. เมื่อปี 2557  ที่เคยถูกอัยการศาลทหารฟ้องในข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) ก่อนถูกโอนย้ายมาพิจารณาต่อศาลพลเรือน โดยตั้งแต่เกิดเหตุ คดีนี้ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว

ศาลได้อ่านพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าข้อความตามโพสต์เป็นเพียงการเสียดสี และวิพากษ์​วิจารณ์​ติชมโดยสุจริต​ ไม่ถึงขั้นก่อให้เกิดความ​ไม่สงบในราชอาณาจักร​ 


เวลา 9.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 908​  จำเลย และทนายจำเลยมาศาล​ รวมถึงมีผู้สังเกตการณ์​จาก​องค์กรสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมที่สนใจติดตามคดี โดยมีจำนวนคนในห้องพิจารณาคดีค่อนข้างแน่น เนื่องจากมีนัดพิจารณาพร้อมกันหลายคดี โดยศาลอ่านคำพิพากษาในอีกคดีหนึ่งก่อน จึงจะเริ่มอ่านคำพิพากษาคดีของสมบัติในเวลาประมาณ 9.50 น.

ศาลได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟัง โดยเริ่มอ่านจากเนื้อความที่โจทก์ฟ้อง และข้อความที่จำเลยโพสต์ในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2557 อาทิ “การชุมนุมต้าน รปห. ไม่สามารถล้มล้าง คสช. ได้ แต่มันเป็นการประกาศจุดยืนว่าคนไทยกลุ่มนี้ไม่เห็นด้วยกับเผด็จการทหาร” “นัดใหญ่ 3 นิ้ว วันอาทิตย์ที่ 8 มิย. เที่ยงตรง เห็นชอบกดไลค์ ไปร่วมกดแชร์”

ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยได้ยอมรับว่าโพสต์ข้อความทั้งหมดตามฟ้องจริง เหลือในส่วนที่ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่

ศาลเห็นว่าพยานโจทก์ทั้ง 4 คน ได้แก่ พันตำรวจเอกปรัชญา ประสานสุข, ร้อยเอกเมธาสิทธิ์ พิมพ์อภิฤติยา, พันตำรวจโทวันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา และพันตำรวจโทพิพัฒน์ เฉวงราษฎร์ ผู้กล่าวหาและผู้ร่วมจับกุม ทั้งสี่เบิกความไปในทิศทางเดียวกันว่า พยานกับพวกได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามพฤติกรรมของจำเลย ว่าได้โพสต์ข้อความดังกล่าวในทวิตเตอร์จริง แต่ในการตอบคำถามค้านของทนายจำเลย พยานไม่สามารถยืนยันได้ว่า ข้อความดังกล่าว ก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักรอย่างไร และไม่ปรากฏความปั่นป่วนวุ่นวายจากการโพสต์ข้อความของจำเลยแต่อย่างใด 

ศาลยังพิเคราะห์เห็นว่าข้อความของจำเลยตามฟ้อง เป็นเพียงการแสดงความรู้สึกของจำเลยที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร เป็นเพียงการเสียดสี และการวิพากษ์วิจารณ์ติชมโดยสุจริต ยังไม่ถึงขนาดจะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือทำให้เกิดการล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินแต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์จึงยังไม่สามารถรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

ทั้งนี้ ระหว่างที่ศาลอ่านคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ศาลได้เข้ามานั่งประกบ และกล่าวห้ามผู้สังเกตการณ์จดคำพิพากษาในคดีนี้ โดยอ้างถึงความดูวุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ผู้สังเกตการณ์การพิจารณาไม่สามารถจดบันทึกได้ แม้ว่าคดีนี้จะไม่ได้สั่งพิจารณาเป็นการลับ และศาลไม่ได้สั่งห้ามการจดบันทึกมาก่อน 

อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามอ่านเนื้อหาคำพิพากษาฉบับเต็มในคดีนี้ได้ต่อไป 

 

อ่านประเด็นและเรื่องราวการต่อสู้คดี ม. 116 ของสมบัติเพิ่มเติม

6 ปี เส้นทางการต่อสู้คดี ม.116 ของ ‘บก.ลายจุด’ ก่อนฟังคำพิพากษา 30 ก.ค.นี้ 

อ่านบทสัมภาษณ์สมบัติ ทบทวนการต่อสู้คดีนี้และผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงกว่า 6 ปี 

คุยกับ “บก.ลายจุด” ในวันที่เขาไม่สงสัยเลยว่า ประเทศจะไม่เป็นประชาธิปไตย