เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563  ที่ สภ.เมืองระยอง นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ หนึ่งในสอง “เยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย” ที่ออกมาชูป้ายข้อความวิพากษ์วิจารณ์และขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่ จ.ระยอง บริเวณหน้าโรงแรม ดีวารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาหลังจากถูกพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก

คดีนี้มี พ.ต.ท.โกศล เกิดมณี รองผู้กำกับสืบสวนสภ.เมืองระยอง เป็นผู้แจ้งความกล่าวหาผู้ชูป้ายแสดงออกทั้งสองคน โดยมีทาง พ.ต.ท.หญิงนิสากร กลิ่นผกา พนักงานสอบสวนสภ.เมืองระยอง เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ณัฐชนน ทั้งหมด 5 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ข้อหาตาม ...ฉุกเฉินฯ เรื่องการ ชุมนุมมั่วสุมให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย”, ...โรคติดต่อฯฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรค”, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 “ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน”, มาตรา 368 ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และมาตรา 190 “หลบหนีระหว่างการควบคุมตัว

พฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาระบุถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีกำหนดการเดินทางมาที่จังหวัดระยองเพื่อตรวจสอบปัญหาเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ช่วงเวลาราวสี่โมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่นายกฯ จะเดินทางมาถึง ด้านหน้าโรงแรมดีวารี ดีว่า พบสองบุคคลได้แก่ นายภาณุพงศ์ จาดนอก และนายณัฐชนน พยัฆพันธ์ ได้เชิญชวนคนผ่านสื่อโซเชียลให้มาร่วมกันชูป้ายข้อความเพื่อสะท้อนความไม่พอใจของคนระยองต่อการกระทำของทางรัฐบาล

ทาง พ.ต.อ.ฐาปนา คลอสุวรรณา ผู้กำกับสภ.เมืองระยอง ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ได้รับอำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ได้มีคำสั่งให้ทั้งสองเดินทางออกจากบริเวณดังกล่าว เพื่อรักษาความปลอดภัยของนายกฯ และเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อโรค แต่ทั้งสองกลับไม่ยอมออกจากพื้นที่ ถือเป็นการฝ่าฝืนตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทั้งสองว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำผิดกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินคดี แต่ทั้งคู่ยังยืนกรานไม่ยอมเคลื่อนย้าย ฝ่าฝืนและขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน จึงได้มีการใช้กำลังเข้าควบคุมตัว แต่ทั้งสองกลับมีการขัดขืนและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสองนาย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พาสองเยาวชนขึ้นรถ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังที่ทำการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรระยอง เพื่อทำบันทึกการจับกุม ระหว่างที่กำลังทำเอกสารนั้นเอง ทั้งสองได้หลบหนีจากการควบคุมมายังบริเวณตลาดสดสตาร์ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามมาเพื่อจับกุม แต่เห็นว่าบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยประชาชนและสื่อที่กำลังเสนอข่าวเกี่ยวกับนายกฯ อาจมีการต่อต้านและเกิดความรุนแรง จึงไม่ได้ทำการเข้าควบคุมตัว โดยในท้ายเอกสารได้ระบุพฤติการณ์ความผิดต่างๆ ทั้งหมด 5 ข้อกล่าวหา ที่นำไปสู่การดำเนินคดี

หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ทางนายณัฐชนนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 15 วัน ทางเจ้าหน้าที่ได้กำหนดนัดวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น. เพื่อให้ผู้ต้องหาเดินทางมามอบคำให้การชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบคดีกับพนักงานสอบสวน และปล่อยตัวผู้ต้องหาโดยไม่มีการควบคุมตัว ในส่วนของผู้ต้องหาอีกรายคือนายภาณุพงศ์ จาดนอก ได้ทำเรื่องกับเจ้าหน้าที่ขอเลื่อนวันเข้ารับข้อกล่าวหาออกไปก่อน

แม้ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเคยแถลงข่าวหลายครั้งถึงการขยายระยะเวลาการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ว่าไม่ได้เป็นไปเพื่อปิดกั้นใคร หรือใช้กับการแสดงออกทางการเมือง แต่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่าจนถึงปัจจุบัน มีนักกิจกรรมและประชาชนที่ออกมาทำกิจกรรมหรือชุมนุมทางการเมือง ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้ว อย่างน้อย 28 ราย คิดเป็นจำนวน 9 คดี โดยคดีของภาณุพงศ์และณัฐชนนก็เป็นหนึ่งในการแสดงออกทางการเมืองดังกล่าว