19-20 ส.ค. 63 เป็นสองวันอันยาวนานอีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินปฏิบัติการจับกุมอานนท์ นำภา จากคดีปราศรัยเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในคดีชุมนุม “เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย” หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์  และยังจับกุม 8 นักกิจกรรม-แร็ปเปอร์-ประชาชน จากคดีชุมนุมเยาวชนปลดแอก รายงานนี้ประมวลลำดับเหตุการณ์จับกุมที่เกิดขึ้น จนกระทั่งทั้งหมดได้รับการประกันตัวที่ศาลอาญา

แสดงหมายจับทนายอานนท์ ขณะเพิ่งว่าความในศาลอาญาเสร็จสิ้น

ในช่วงเย็นวันที่ 19 ส.ค. หลังอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ทำหน้าที่ทนายความทางคดีที่ศาลอาญาตลอดทั้งวัน ได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบปรากฎตัวบริเวณศาลจำนวนมาก คล้ายรอจับกุมตลอดทั้งวันเช่นกัน โดยมีวนเวียนดูห้องพิจารณาคดีที่อานนท์ทำงานอยู่

หลังว่าความเสร็จในช่วง 17.00 น. เศษ อานนท์ได้มารออยู่บริเวณในรั้วหน้าศาลอาญา เพราะเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่จะมีการจับกุม แต่ก็ยังไม่มีดำเนินการ ในขณะที่สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหลาย 10 นาย อยู่รอบๆ ศาล แต่ไม่ยินยอมแสดงตัว เมื่อใกล้เวลาปิด ทำให้ผู้อำนวยการศาลอาญามาพูดคุย ให้ออกจากบริเวณในรั้วศาล

 

.

จนเวลา 19.10 น. เมื่ออานนท์และทีมทนายได้เดินออกจากรั้วศาล กลุ่มเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับอานนท์ นำภา ออกโดยศาลอาญา จากกรณีการ่วมปราศรัยที่มีเนื้อหาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในกิจกรรม #เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งชุมนุมในธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยระบุข้อกล่าวหาในหมายจับ 4 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ ตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯ, การใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต, และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

19.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 3 นาย พาอานนท์และทนายความ เดินทางไปยังสน.ชนะสงคราม ด้วยรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CRV หมายเลขทะเบียน ศส2588 กทม.

19.59 น.  เมื่อนำตัวถึงสน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าจะทำบันทึกจับกุมอานนท์ที่สถานีตำรวจ จากนั้นจะพาไปทำการสอบสวนที่ สน.ห้วยขวาง แต่เมื่อมีประชาชนและนักการเมืองทยอยเดินทางมาให้กำลังใจ หลังทราบข่าวการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นรั้วรอบบันไดทางขึ้นสถานีตำรวจ และไม่อนุญาตให้ผู้อื่นยกเว้นทนายความเข้า และได้เปลี่ยนมาสอบสวนที่สน.ชนะสงครามตามเดิม

เวลา 21.20 น. ที่ สน.ชนะสงคราม ตำรวจอ่านบันทึกจับกุมให้อานนท์ฟัง อานนท์ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นตำรวจ เนื่องจากยังมีภารกิจต้องไปว่าความ โดยใช้เงินสด 150,000 บาท และตำแหน่ง ส.ส. ของรังสิมันต์ โรม พรรคก้าวไกล

จนเวลา 23.10 น. พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกัน โดยอ้างว่ายังสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานไม่แล้วเสร็จ และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี พร้อมทั้งยืนยันว่าเตรียมจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาพรุ่งนี้

 

.

01.32 น. พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, พ.ร.บ.ชุมนุมฯ, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อานนท์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การในรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้ ยอมรับว่า ข้อความที่พนักงานสอบสวนให้ดูและลงชื่อรับรองเป็นข้อความที่ได้โพสต์จริง และประสงค์ให้พนักงานสอบสวนแจ้งว่า โพสต์ใดที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพราะมองว่าข้อความที่โพสต์ไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) กระทำไปโดยสุจริตตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ไม่มีข้อความใดเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 และกฎหมายอื่น

นอกจากนี้ การปราศรัยข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 63 ผู้ต้องหาได้รับเชิญในฐานะผู้ปราศรัยไม่ใช่ผู้จัด เนื้อหาที่ปราศรัยอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เป็นเนื้อหาทางวิชาการ อีกทั้งเป็นการอภิปรายในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ผู้ต้องหาได้ปราศรัยอย่างตรงไปตรงมา ตามหลักวิชา มีเจตนาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่มีการขยายพระราชอำนาจ รวมทั้งการปราศรัยในเรื่องอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อเท็จจริง ที่มุ่งหมายให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่กับสังคมไทยในระบอบประชาธิปไตยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ส่วนข้อหาตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ อานนท์ให้การว่า เงื่อนไขและคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดูแลการชุมนุมตามหนังสือสรุปสาระสำคัญ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอานนท์ไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุม ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ

ตำรวจได้ควบคุมตัวอานนท์ไว้ที่สน.ชนะสงคราม ในคืนนี้

 

จับคดีชุมนุมเยาวชนปลดแอกเพิ่ม 3 คน: เลขาฯ สมัชชาคนจน นักกิจกรรม 24 มิ.ย. นักกิจกรรม DRG

ขณะเดียวกันในช่วงเวลาประมาณ  21.36 น. มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าแสดงหมายจับ “บารมี ชัยรัตน์” เลขาธิการของสมัชชาคนจน หนึ่งในผู้มีรายชื่อถูกดำเนินคดีในการเข้าร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63 โดยบารมีเป็นหนึ่งผู้ขึ้นปราศรัยในการชุมนุมนี้ การแสดงออกหมายจับที่ออกโดยศาลอาญานั้นเกิดขึ้นบริเวณหน้าวัดบวรนิเวศ ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาตัวเขาไปยัง สน.สำราญราษฎร์ ทันที

 

 

เวลาประมาณ 22.00 น. ตำรวจได้จัดทำบันทึกการจับกุมบารมี ชัยรัตน์ โดยทนายความที่ติดตามมาและนายประกัน ยังไม่สามารถเข้าไปในห้องสอบสวนไม่ได้ เนื่องจากประตูทางเข้าหลักของสน.ถูกปิดล็อก ในขณะที่ด้านหน้า สน. มีประชาชน ทยอยมาให้กำลังใจ โดยตำรวจวางแผงกั้นไม่ให้เข้าด้านใน ระบุว่าเป็นพื้นที่ควบคุม

จนผ่านไปกว่าชั่วโมง เวลา 23.28 น. ทนายความและนายประกันได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องสอบสวนได้ โดยที่พนักงานสอบสวนทำบันทึกจับกุมเสร็จสิ้นไปแล้ว

จากนั้น จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่บารมี ชัยรัตน์ ใน 8 ข้อหา ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 385, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ มาตรา 34, พ.ร.บ.จราจรฯ มาตรา 114, พ.ร.บ.รักษาความสะอาด มาตรา 19, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง มาตรา 4 ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต บารมีให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยื่นคำร้องขอประกันตัวที่เขียนด้วยตัวเอง ต่อผู้กำกับ สน.สำราญราษฎร์ โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส. ของวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคก้าวไกล

 

.

ช่วงเวลา 23.50 น. ประชาชนที่มีรายชื่อถูกดำเนินคดีจากการเข้าร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอก ได้แก่ “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี กลุ่มประชาชนปลดแอก, ภานุมาศ สิงห์พรม นักศึกษา, กรกช แสงเย็นพันธ์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และสุวรรณา ตาลเหล็ก กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เดินทางมาถึงหน้า สน.สำราญราษฎร์

สุวรรณาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าถ้ามีหมายจับ ก็ขอให้ตำรวจนำมาแสดงดีๆ ไม่ควรแสดงในยามวิกาล อีกทั้งตนก็ไม่ได้คิดหลบหนี จนกระทั่งตำรวจได้เข้ามาแสดงตัวและอ่านหมายจับให้สุวรรณาฟัง และนำตัวเข้าไปใน สน.สำราญราษฎร์ ส่วนอีก 3 คน ตำรวจยังไม่นำหมายจับมาแสดงแต่อย่างใด ทั้งสามจึงยืนยันที่จะรออยู่ด้านหน้า สน.

จนเวลา 00.30 น. ตำรวจได้แสดงหมายจับต่อกรกช แสงเย็นทรัพย์ และนำตัวเข้าไปใน สน. โดยกรกชเดินชู 3 นิ้วเข้าไปด้วย

 

.

01.52 น. พนักงานสอบสวนทำบันทึกจับกุมและและแจ้งข้อกล่าวหา สุวรรณา ตาลเหล็ก ใน 8 ข้อหาเช่นเดียวกันกับบารมี ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือในวันที่ 7 ก.ย. 63

เวลา 02.17 น. พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวบารมี ชัยรัตน์ เนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี อาจมีการหลบหนี ยุ่งเหยิงกับหลักฐาน เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ต่อมา พนักงานสอบสวนทำบันทึกจับกุมและและแจ้งข้อกล่าวหา กรกช แสงเย็นพันธ์ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และไม่ลงชื่อในบันทึกคำให้การ

03.51 น. ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ไม่อนุญาตให้ประกันตัวสุวรรณาและกรกช เช่นกัน หลังจากทั้งสองยื่นประกันตัวโดยใช้ตำแหน่ง ส.ส. ของวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทำให้บารมี, สุวรรณา และกรกช ถูกควบคุมตัวในห้องขัง 1 คืน โดยพนักงานสอบสวนเตรียมนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในตอนเช้า

 

(ภาพประกอบจากเพจ Rap Against Dictatorship)

 

จับกุมผู้ร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอก เพิ่มอีก 5 รายรวด สองแร็ปเปอร์ก็โดนด้วย

เช้าวันถัดมา (20 ส.ค.) เวลา 8.20 น. มีรายงานอีกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวนายเดชาธร บำรุงเมือง หรือ “ฮอคกี้” (Hockhacker) แร็ปเปอร์จากวง Rap Against Dictatorship (RAD) ที่หน้าบ้านพัก ขณะกำลังจะออกเดินทางไปส่งภรรยาไปทำงาน และมีลูกเล็กอยู่ด้วยขณะจับกุม โดยเจ้าหน้าที่มีการแสดงหมายจับออกโดยศาลอาญา ก่อนจะนำตัวเดชาธรไปทำบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ และพาตัวไปยัง สน.สำราญราษฏร์

9.46 น. นายทศพร สินสมบุญ ผู้มีรายชื่อการถูกดำเนินคดีจากการร่วมชุมนุม “เยาวชนปลดแอก” อีกรายหนึ่ง ระบุว่าได้มีชุดเจ้าหน้าที่เข้าไปที่บ้านพักของตนเพื่อทำการจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา

10.00 น. นายธานี สะสม เป็นอีกรายที่ถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญาที่บริเวณซอยรางน้ำ ก่อนถูกพาตัวไป สน.สำราญราษฎร์ เช่นกัน

10.25 น. นายณัฐวุฒิ สะสมทรัพย์ ซึ่งมีรายชื่อถูกดำเนินคดีเช่นกัน ได้ถูกเจ้าหน้าที่หลายสิบนายเข้าแสดงหมายจับ ขณะขับรถบนทางด่วน เพื่อไปมอบตัวที่ สน.สำราญราษฎร์ เองอยู่แล้ว ก่อนตำรวจจะให้เขาขับรถต่อมาที่สถานีตำรวจโดยมีเจ้าหน้าที่นั่งประกบมาในรถด้วย

11.10 น. เดชาธรและทศพรถูกนำตัวมาถึง สน.สำราญราษฎร์ โดยมีสื่อมวลชนหลายสำนักเฝ้าติดตามทำข่าว โดยในตอนแรกตำรวจ สน.สําราญราษฎร์ ไม่ยินยอมให้ทนายความที่ติดตามไปเข้าไปด้านในห้องสอบสวน อ้างว่าผู้ต้องหามีทนายแล้ว และด้านในมีคนเยอะ ก่อนที่ต่อมาจะอนุญาตให้ทนายติดตามเข้าไป

ในขณะที่ “โตโต้” นายปิยรัฐ จงเทพ นักกิจกรรม ที่เดินทางพร้อมกับหมายเรียกพยานจากกรณีชุมนุมเยาวชนปลดแอก เช่นกัน ได้ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไปในสถานีตำรวจเช่นกัน โดยหมายเรียกพยานระบุให้มาพบตำรวจวันที่ 21 ส.ค. แต่เนื่องจากเขาไม่ว่าง จึงมาในวันนี้แทน แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานีตำรวจ

11.30 น. พนักงานสอบสวนจะทำบันทึกตรวจยึดโทรศัพท์ทศพรด้วย ผู้ต้องหาแจ้งว่าไม่ยินยอมให้ยึด เนื่องจากตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เจ้าหน้าที่ต้องแสดงหมายจากศาลก่อน

 

.

12.40 น. ธนายุทธ ณ อยุธยา หรือ “บุ๊ค” แร็ปเปอร์วง Elevenfinger วัย 19 ปี ผู้เติบโตในสลัมย่านคลองเตยและได้ขึ้นแร็ปการเมืองในการชุมนุมเยาวชนปลดแอก ถูกนำตัวมาถึง สน.สำราญราษฏร์ หลังถูกจับกุมตามหมายจับอีกราย

13.40 น. พนักงานสอบสวนทำบันทึกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับกุมทั้ง 5 ราย พร้อมให้แพทย์ตรวจร่างกาย เตรียมนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อขอฝากขัง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบกว่า 10 นาย ตรึงกำลังอยู่ด้านล่าง สน.สำราญราษฎร์

14.10 น. ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ถูกนำตัวเดินลงจากอาคาร สน.สำราญราษฎร์ มาขึ้นรถตำรวจเพื่อนำตัวไปขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญา ทั้งหมดร่วมกันชูสามนิ้ว ประชาชนตะโกนให้กำลังใจว่า “สู้ๆ”

 

 

รวมแล้วทั้งสองวันมีผู้ถูกจับกุมในคดีชุมนุมเยาวชนปลดแอกทั้งหมด 8 ราย

1. บารมี ชัยรัตน์ เลขาธิการของสมัชชาคนจน ขึ้นปราศรัยในการชุมนุม

2. สุวรรณา ตาลเหล็ก สมาชิกกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยในการชุมนุม

3. กรกช แสงเย็นพันธ์ สมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) ร่วมจัดการชุมนุม

4. เดชาธร บำรุงเมือง แร็ปเปอร์จากวง Rap Against Dictatorship ขึ้นแร็ปในการชุมนุม

5. ทศพร สินสมบุญ ประชาชนชูป้ายในการชุมนุม

6. ธานี สะสม ประชาชนชูป้ายในการชุมนุม

7. ณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ ประชาชนผู้ขึ้นปราศรัยในการชุมนุม

8. ธนายุทธ ณ อยุธยา แร็ปเปอร์จากวง Elevenfinger ขึ้นแร็ปในการชุมนุม

.

ศาลอนุญาตฝากขัง 9 ผู้ถูกจับกุม แต่ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน

ทางด้านศาลอาญา รัชดาภิเษก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตำรวจจะนำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดไปขออำนาจในการฝากขังนั้น ตั้งแต่ช่วงเช้า 08.19 น. เจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นรั้วรอบบันไดศาล บริเวณทางเข้าประตู 8 พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเฝ้าประมาณ 15 นาย และยืนบริเวณรั้วใกล้ๆ อีกราว 10 นาย นอกเครื่องแบบอีกราว 20 นาย รวมทั้งมีการระดมกำลังตำรวจประมาณ 70 นาย เฝ้าประจำการอยู่บริเวณหลังริมแผงกั้น

 

.

ที่สน.ชนะสงคราม เวลา 09.10 น. พนักงานสอบสวน ได้ให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทำการตรวจร่างกายของอานนท์ นำภา ที่ถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่เมื่อคืน ก่อนเตรียมนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลอาญา

10.50 น. ก่อนเคลื่อนรถออกจาก สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงหมายค้น เลขที่ 609/2563 ที่กองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาลร้องขอให้ค้นที่พักของอานนท์ โดยนายอนิรุจ ใจเพียง ผู้พิพากษาศาลอาญา อนุมัติตามคำร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย มีอำนาจในการค้นสิ่งของที่จะเป็นพยานหลักฐานในคดีหรือมีไว้เป็นความผิด หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด และอนุญาตให้ทำการค้นตั้งแต่เวลา 10.30 น. ติดต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น

อานนท์ได้เขียนหนังสือมอบอำนาจให้ทนายความ 2 คน และเจ้าของห้องพักร่วมกระบวนการตรวจค้นแทน และขอสงวนเงื่อนไขไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นถ่ายภาพนิ่งและเคลื่อนไหวในห้องเด็ดขาด

 

.

11.09 น. อานนท์ถูกควบคุมตัวถึงศาลอาญา และถูกนำตัวเข้าห้องควบคุมตัวชั่วคราวใต้ถุนศาล ขณะที่พนักงานสอบสวนดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอฝากขัง

11.43 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายค้นเดินทางมายังบริเวณด้านล่างที่พักของอานนท์ โดยมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบราว 8 นาย ในเครื่องแบบ 1 นาย ขณะที่เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เดินทางมาสมทบ จนกระทั่งเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีอำนาจตามหมายค้น 4 นาย จากกองบังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และรองผู้กำกับการสอบสวน สน. ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ในและนอกเครื่องแบบอย่างละ 2 นาย เริ่มเข้าตรวจค้นห้องพัก

12.30 น. หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีอำนาจเข้าตรวจค้นห้องพักของอานนท์ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วไม่พบสิ่งของที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี หรือสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด ตามหมายค้น เจ้าหน้าที่จึงยุติการตรวจค้น

ที่ศาลอาญา เวลา 15.05 น. ผู้ร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอก 5 คน ได้ถูกนำตัวจาก สน.สำราญราษฎร์มาถึง และถูกควบคุมตัวเข้าห้องเวรชี้ซึ่งอยู่ใต้ถุนศาล เพื่อรอกระบวนการฝากขัง โดยมี ส.ส.พรรคก้าวไกล ส.ส.พรรคเพื่อไทย และกลุ่มนักวิชาการ เดินทางมารอให้กำลังใจและเสนอให้ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวได้

เอกสารท้ายคำร้องขอฝากขังอานนท์ จากชุมนุม “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ที่พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ยื่นต่อศาลอาญา ระบุว่าขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจากเกรงว่าจะไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ส่วนกรณีผู้ร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอกทั้งหมด พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ไม่ได้ระบุขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว และให้ศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวแต่อย่างใด

16.45 น. ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังระหว่างสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดประสงค์จะยื่นประกันตัวโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ ก่อนที่ทนายความดำเนินการยื่นขอประกันตัวโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ แต่ใช้ตำแหน่งของ ส.ส. และนักวิชาการ

18.14 น. ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวอานนท์และผู้ต้องหาทัังหมด กำหนดวงเงินคนละ 100,000 บาท โดยยังไม่ต้องวางหลักประกันในวันนี้ เมื่อผิดสัญญา จึงจะบังคับเอาหลักประกัน ศาลยังกำหนดเงื่อนไขว่าห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับคดีนี้อีก มิฉะนั้นจะให้ถือว่าผิดสัญญาประกัน ศาลนัดทุกคนรายงานตัวอีกครั้ง วันที่ 7 ต.ค. 63

18.34 น. ผู้ต้องหาทั้ง 9 คนได้รับการปล่อยตัว และเดินออกมาหน้าศาลอาญาเพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารออยู่ โดยมีประชาชนมาให้กำลังใจประมาณ 30 คน ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 3-4 นาย คอยปีนรั้วศาลเพื่อถ่ายรูปและถ่ายคลิปเหตุการณ์ด้านนอกศาลตลอดเวลา ผู้ถูกปล่อยตัวและประชาชนได้ร่วมกันร้องเพลงเพื่อมวลชนพร้อมกับชูสามนิ้ว และร้องตะโกน “ศักดินาจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” ก่อนแยกย้ายกันกลับ

.