นร.ม.5 ขึ้นเวที “นักเรียนเลว” ถูกครูเรียกพบ-โทรหาแม่ พยายามให้รับปากจะไม่ขึ้นอีก

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งเหตุจาก “ตาล” (นามสมมติ) นักเรียนหญิงอายุ 16 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ว่าหลังจากไปร่วมขึ้นเวทีของกลุ่ม “นักเรียนเลว” ในช่วงของการอ่านแถลงการณ์แนวร่วมนักเรียน ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ได้ถูกครูประจำชั้นเรียกพบเป็นการส่วนตัว พยายามถามสาเหตุการไปร่วม ขอรายชื่อเพื่อน และขอให้รับปากว่าจะไม่ไปขึ้นเวทีอีก เพราะอาจทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ทั้งยังมีการโทรศัพท์คุยกับผู้ปกครองด้วย

ตาลระบุว่าเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 63 เธอพร้อมกับกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนที่สนใจด้านการเมือง ได้เดินทางไปร่วมเวทีของกลุ่มนักเรียนเลว #หนูรู้หนูมันเลว ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยกลุ่มในโรงเรียนของเธอได้ร่วมเป็นแนวร่วมของการจัดกิจกรรมนี้ด้วย

ในช่วงท้ายของเวที เธอได้เป็นตัวแทนของกลุ่มขึ้นไปบนเวที ร่วมกับตัวแทนนักเรียนจากแนวร่วม 50 โรงเรียน ในการอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่ หยุดคุกคามนักเรียน, ยกเลิกประกาศและระเบียบที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของนักเรียน, ปฏิรูปการศึกษาไทยทั้งระบบ โดยหากรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถทำได้ ก็ขอให้ลาออกไป

ตาลระบุว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอไปร่วมขึ้นเวทีในลักษณะนี้ และได้มีการใช้เทปกาวปิดชื่อนักเรียนและโรงเรียนไว้ นอกจากนั้น เธอยังพูดคุยบอกคุณแม่ไว้ก่อน ซึ่งก็ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองแล้ว

 

 

ต่อมาวันที่ 8 ก.ย. 63 เป็นวันเปิดเรียนหลังช่วงวันหยุดยาว ระหว่างที่กำลังจะเข้าแถวหน้าเสาธง ได้มีครูประจำชั้นเข้ามาบอกให้ตาลไปพูดคุยกันที่ห้องประชุมของโรงเรียน โดยมีครูอีกคนหนึ่งซึ่งเธอไม่เคยเรียนด้วย และไม่แน่ใจว่าเป็นครูฝ่ายปกครองหรือไม่ เข้ามาร่วมพูดคุยด้วย แต่ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ มา

ครูระบุว่าได้ดูคลิปกิจกรรมเวทีหน้ากระทรวงศึกษา และเห็นเธอไปขึ้นเวทีในฐานะตัวแทนของโรงเรียน ครูจึงอยากสอบถามเหตุผลที่เธอไปร่วมเวที ครูถามว่าทำไมเธอต้องเอาตัวเองขึ้นไปแสดงออกบนนั้น และยังสอบถามว่าทำไมต้องใส่ชุดนักเรียนไปขึ้นเวที ซึ่งตาลก็ได้พยายามชี้แจงรายละเอียดกิจกรรมและจุดยืนที่ทางเครือข่ายนักเรียนเรียกร้อง และระบุว่าเนื่องจากประเด็นการแสดงออกเป็นเรื่องของนักเรียน เป็นเรื่องปัญหาการศึกษา จึงจำเป็นต้องใส่ชุดนักเรียนไป โดยได้มีการปิดชื่อโรงเรียนอยู่แล้ว

ครูยังพยายามสอบถามว่านักเรียนของโรงเรียนมีใครอีกบ้างที่ไปร่วมเวที ตาลได้แจ้งรายชื่อเพื่อนบางส่วนที่ไปร่วม ครูจึงได้จดชื่อไป โดยเมื่อทราบชื่อ ครูยังมีการพูดในลักษณะว่าคนนี้น่าจะเป็นแกนนำ

ครูยังพูดในลักษณะย้ำกับเธอว่าการไปขึ้นเวทีแบบนี้ อาจทำให้เสียชื่อเสียงของโรงเรียนหรือไม่ ทั้งยังมีการยกเนื้อหาบางเรื่องของเวทีที่อ้างว่าไม่เหมาะสม เช่น เรื่องนักเรียนที่พูดเสนอให้โสเภณีถูกกฎหมาย

ระหว่างการพูดคุย ครูยังพยายามถามซ้ำๆ ด้วยว่าตาลจะไม่ไปขึ้นเวทีอีกใช่ไหม โดยบอกว่า “แม่จะเป็นห่วงหนู และหนูจะมีอันตราย” แต่เธอยืนยันกับครูว่าแม่ได้อนุญาตให้เธอไปร่วมกิจกรรมและทราบว่าจะขึ้นเวทีแล้ว แต่ครูก็ยังพยายามให้เธอรับปากว่าจะไม่ขึ้นเวทีอีก

ครูยังบอกว่ารุ่นพี่ ม.6 ที่มีประวัติทำกิจกรรมการเมือง ก็ไม่ได้ไปร่วมเวที แต่เขาไปเรียนหนังสือ “เธอเห็นไหมว่าเขาเลือกอนาคตของเขา” ครูพยายามบอก ตาลระบุว่าเธอเถียงครูอยู่ในใจว่าที่เธอร่วมแสดงออก ก็เพื่ออนาคตของเธอเองเช่นกัน แต่ไม่ได้พูดออกไป

ตาลให้ความเห็นว่าการพูดคุยของครูเป็นไปด้วยดี ไม่ได้มีการใช้วาจารุนแรง แต่สิ่งที่เธอรู้สึก คือครูเหมือนไม่ได้เคารพความคิดเห็นของเธอเลย โดยมีการพูดประโยคทำนองว่า “ครูเข้าใจหนูน่ะ แต่…” อยู่หลายครั้ง เพื่อพยายามโต้แย้งสิ่งที่เธออธิบาย และไม่ได้พยายามเข้าใจเหตุผลของเธอ

การพูดคุยของครู ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงตั้งแต่ช่วงการเข้าแถวช่วงเช้า กินเวลาคาบเรียนที่ 1 ไปเกือบหมด ทำให้เธอไม่ได้เข้าเรียนในวิชาแรก

หลังจากนั้น ตาลยังทราบว่าครูได้โทรศัพท์ไปหาคุณแม่ของเธอ แจ้งปัญหาเรื่องการไปขึ้นเวทีทางการเมือง และเข้าใจว่ามีการแจ้งเรื่องการใส่ชุดนักเรียนไปขึ้นเวทีด้วยเช่นกัน โดยแม่ได้มาพูดคุยกับเธอ ตาลระบุว่าแม่ของเธอค่อนข้างเปิดรับ จึงสามารถพูดคุยทำความเข้าใจได้ ไม่ได้คัดค้านการแสดงออกของเธอ แต่คุณแม่ก็ยังมีข้อกังวลหลังครูโทรมาว่าจะมีผลกระทบต่อการเรียนหรือไม่ ถูกทางโรงเรียนเพ็งเล็งหรือไม่ หรือถึงขั้นต้องออกจากโรงเรียนหรือไม่ แต่เธอยืนยันว่าการแสดงออกดังกล่าวไม่ได้เป็นความผิด และครูยังไม่ได้บอกว่าจะมีการลงโทษใดๆ

 

อ่านคำถาม-คำตอบเรื่องการคุกคามนักเรียนในโรงเรียนได้ใน สิทธิเด็กอยู่ไหน? เมื่อถูกคุกคามจากโรงเรียน