วันนี้ (22 ต.ค. 59) นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.สำราญราษฏร์ ในข้อหาชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 บันทึกแจ้งข้อหาระบุเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.58 อ้างทนายความมีพฤติการณ์ “กระทำผิด” ร่วมกับนักกิจกรรมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ โดยนำสิ่งของของนักกิจกรรมไปเก็บในรถยนต์

1

( ภาพทนายความศิริกาญจน์ ผู้แทนจากสถานทูตและองค์กรสิทธิมนุษยชน)

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ก.ย.59 น.ส.ศิริกาญจน์เพิ่งได้ทราบว่ามีหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าวส่งมาที่บ้านพัก ขณะเดินทางกลับจากกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะเดินทางไปตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.2559 เพื่อร่วมการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council) ทนายความของน.ส.ศิริกาญจน์จึงเข้ายื่นหนังสือต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขอเลื่อนวันเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไป และพนักงานสอบสวนให้เลื่อนนัดมาในวันนี้ (อ่านต่อที่นี่)

ในการแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้ มีเจ้าหน้าที่จากคณะผู้แทนสหภาพยุโรปและเจ้าหน้าที่จากสถานทูต แคนนาดา, ฝรั่งเศสและ สวิสเซอร์แลนด์  รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากองค์กรสิทธิมนุษยชนได้แก่ คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ), แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (AI), Lawyer for lawyer, Lawyer right watch และ Frontline defenders  เดินทางมาร่วมรับฟังการแจ้งข้อกล่าวหาต่อน.ส.ศิริกาญจน์ด้วย

พ.ต.ท.มานิตย์ ทองขาว พนักงานสอบสวนสน.สำราญราษฎร์ ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อน.ส.ศิริกาญจน์ ระบุว่าเหตุจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558 มีการชุมนุมของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน และมีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม และพวก จากการกระทำดังกล่าวในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยั่วยุปลุกปั่น เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร และร่วมกันชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 ไว้แล้ว

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุว่าเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.58 พันโทพงศฤทธิ์  ภวังค์คะนันท์ เจ้าหน้าที่ทหาร ได้มาร้องทุกข์เพิ่มเติมให้ดำเนินคดีกับน.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ  โดยอ้างว่าน.ส.ศิริกาญจน์ได้ร่วมกันกระทำความผิดกับนายรังสิมันต์และพวก  จากการที่เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.58 พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายรังสิมันต์และพวก ไปร้องฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพฯ ระหว่างที่รอคำสั่งเวลา 22.00 น. พันโทพงศฤทธิ์พบเห็นน.ส.ศิริกาญจน์นำสิ่งของบางอย่างไปที่รถยนต์ รู้สึกผิดสังเกตในพฤติการณ์ของน.ส.ศิริกาญจน์ สงสัยว่าจะมีสิ่งของเกี่ยวกับการกระทำผิดของนายรังสิมันต์และพวก อีกทั้งจากการนำภาพถ่ายของน.ส.ศิริกาญจน์ไปให้ชุดสืบสวนฝ่ายทหารตรวจสอบ ทราบว่าน.ส.ศิริการญจน์มีพฤติการณ์ร่วมกับนายรังสิมันต์และพวกมาโดยตลอด ประกอบกับเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.58 ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง จึงเชื่อว่าน.ส.ศิริกาญจน์ มีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำความผิดกับนายรังสิมันต์และพวก

2

( ภาพทนายความศิริกาญจน์หลังจากเข้ารับทราบข้อกล่าวหา )

น.ส.ศิริกาญจน์ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนโดยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าตนทำหน้าที่เป็นทนายความในศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และเป็นทนายความในคดีของนายรังสิมันต์ โรมและพวก ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะให้การเป็นหนังสือต่อไปในภายหลัง

ทั้งนี้ คดีนี้เป็นคดีที่ 3 ที่น.ส.ศิริกาญจน์ถูกดำเนินคดีจากการปฏิบัติหน้าที่ทนายความ โดยเป็นการติดตามสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนคดีแรก พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ได้แจ้งความดำเนินคดีข้อหากระทำความผิดฐานซ่อนเร้นพยานหลักฐานและทราบคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 142 และมาตรา 368 ในประมวลกฎหมายอาญา จากการที่ น.ส.ศิริกาญจน์ทำหน้าที่ทนายความปกป้องสิทธิของลูกความโดยการไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นรถของตน โดยไม่มีหมายค้นเพื่อยึดโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาทั้ง 14 คน ซึ่งฝากทีมทนายความไว้ก่อนถูกนำตัวเข้าเรือนจำในคืนวันที่ 26 มิ.ย. 2558 ตำรวจจึงยึดรถไว้ข้ามคืน ก่อนนำหมายศาลมาตรวจค้นในวันต่อมา คดีแรกนี้มีนัดฟังคำสั่งอัยการว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องต่อศาลแขวงดุสิตในวันที่ 3 พ.ย.นี้

ภายหลังถูกยึดรถไว้ข้ามคืน ศิริกาญจน์ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดชและพวกเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาในการยึดรถไว้ ตำรวจจึงแจ้งความกลับว่าศิริกาญจน์แจ้งความเท็จตามมาตรา 172 และมาตรา 174 ประมวลกฎหมายอาญา เป็นคดีที่ 2 โดยยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

คดีที่ 3 ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้นั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ก่อนมีการประกาศใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 55/2559 เรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร  ทำให้คดีนี้หากมีการสั่งฟ้องต่อศาล คดีจะยังอยู่ในการพิจารณาคดีของศาลทหาร รวมทั้งน่าสังเกตว่าตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้มาแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.58 แต่เพิ่งมาการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหากว่าหนึ่งปีให้หลัง

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ทนายความของศูนย์ทนายฯ ถูกออกหมายเรียกข้อหาชุมนุมตั้งแต่ 5 คน และม.116

10 องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประเทศเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีกับ “นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ” โดยทันที

อัยการเลื่อนฟังคำสั่ง คดีทนายสิทธิฯ ไม่ยอมให้ จนท.ค้นรถเพราะไม่มีหมายค้น เป็นวันที่ 3 พ.ย.นี้