อัยการศาล มทบ.24 ส่งฟ้องชาวบ้านและแกนนำ นปช.จ.สกลนคร รวม 20 ราย ฝ่าฝืน 3/58 ชุมนุมทางการเมือง เหตุถ่ายรูปกับป้ายศูนย์ปราบโกงฯ เกือบครึ่งอายุกว่า 60 แกนนำ และพ่อค้าส่งไก่ย่างโดนด้วย ฐานสนับสนุนและเป็นตัวการ

9 พ.ย.59 อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 24 (ศาล มทบ.24) จ.อุดรธานี นัดนายลำไพ พาเสน่ห์ กับพวกรวม 20 คน ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป กรณีถ่ายรูปกับป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติที่ อ.ส่องดาว จ.สกลนคร เพื่อรับฟังผลการพิจารณาสั่งคดี หลังจากผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรส่องดาวส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหามาให้อัยการศาล มทบ.24 พิจารณาดำเนินคดีเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อัยการศาล มทบ.24 มีความเห็นสั่งฟ้อง และส่งฟ้องจำเลยทั้ง 20 ราย ต่อศาลในวันเดียวกันนี้ กล่าวหาจำเลยทั้ง 20 ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้ง 20 กับพวก ร่วมกันมั่วสุมชุมนุมกับบุคคลอื่นอีกหลายคนในบริเวณสวนยางพาราของจำเลยที่ 17 โดยมีการจัดตั้งและเปิดป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและ คสช. อันเป็นการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป โดยมิได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. เป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12

ต่อมา นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย ทนายความ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้ง 20 ราย ศาล มทบ.24 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้วางเงินสดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันคนละ 10,000 บาท และนัดพร้อมโจทก์จำเลยครั้งต่อไปในวันที่ 9 ม.ค.60 ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 20 ซึ่งเป็นชาย 13 หญิง 7 และอย่างน้อย 8 คน มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำกลางจังหวัดอุดรธานีในเวลา 19.00 น. หลังเจ้าหน้าที่นำตัวจำเลยไปขังในระหว่างรอคำสั่งศาล

ทั้งนี้ นายจิรวัฒน์ แก้วก่า 1 ในจำเลย เปิดเผยว่า ขณะชาวบ้านทั้งผู้ต้องหาและญาติ รวมตัวกันที่ อ.ส่องดาว เพื่อมาศาลในตอนเช้า ได้มีทหาร 1 นาย มาสังเกตการณ์และถ่ายรูปด้วย

591109

ถ่ายรูป-ส่งไก่ย่าง หลังยกเลิกเปิดศูนย์ปราบโกง

เหตุแห่งคดีนี้มีที่มาจากการที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติพร้อมกันทุกจังหวัดในวันที่ 19 มิ.ย.59 แต่สำหรับ จ.สกลนคร ในวันที่ 17 มิ.ย.59 กำลังทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง จำนวนหลายนายได้เดินทางไปที่สำนักงานของนายธนชาติ ไชยทองพันธ์ที่ อ.สว่างแดนดิน แจ้งไม่ให้เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ อีกทั้ง เช้าวันที่ 19 มิ.ย.59 เจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านสกัด แกนนำ นปช.จ.สกลนคร จึงยกเลิกการเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ที่ อ.สว่างแดนดิน

นายนราสิทธิ์ ฤทธิธรรม แกนนำ นปช.อ.ส่องดาว ให้ข้อมูลว่า ชาวบ้านอำเภอส่องดาวกว่า 100 คน ได้ออกเดินทางเพื่อไปร่วมกิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ที่ อ.สว่างแดนดิน แต่แกนนำจังหวัดแจ้งยกเลิกกลางคัน ชาวบ้านจึงเดินทางกลับ ตนเองได้เตรียมข้าวกล่องไว้แล้ว จึงให้ชาวบ้านเข้าไปเอาข้าวกล่องที่สวนยาง หลังรับข้าวกล่องชาวบ้านก็ถ่ายรูปกันสนุกๆ แล้วทยอยกลับ โดยไม่รอไก่ย่างที่ตนเองสั่งมาเพิ่ม

ต่อมา ทหาร  ตำรวจกว่า 10 นาย ก็เข้ามาที่สวนยางของเขา พร้อม ๆ กับนายจิรวัฒน์ แก้วก่า ที่นำไก่ย่างมาส่ง เจ้าหน้าที่ไม่พบอะไรจึงขอถ่ายรูป แล้วร่วมวงกินไก่ย่างด้วยกัน จากนั้นไม่นาน  พ.อ.ธงชาติ โล่งจิตร รอง เสธ.มทบ.29 พร้อมทหารในเครื่องแบบรวมประมาณ 20 นาย ก็ตามเข้ามาที่สวนยาง แล้วให้นราสิทธิ์, จิรวัฒน์ และนายอดิศร ชาพา คนขับรถของนายจิรวัฒน์ พร้อมทั้งเพื่อนของนราสิทธิ์ที่บังเอิญเข้ามาที่สวนยางอีก 3 คน ไปพบที่ที่ว่าการอำเภอส่องดาว โดยมีนายอำเภอ ร่วมกับตำรวจ ทหาร ทำการสอบทั้ง 6 คน ซึ่งมีข้อสรุปว่า ไม่มีการชุมนุมที่สวนยาง และเจ้าหน้าที่ให้ทั้งหมดเซ็นข้อตกลงว่า จะไม่เปิดศูนย์ปราบโกงฯ และจัดกิจกรรมทางการเมืองอีก

แต่หลังจากนั้น ทหารก็ไปตามหาคนที่อยู่ในรูปถ่ายกับป้ายศูนย์ปราบโกงฯ ที่มีคนโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า เป็นการเปิดศูนย์ปราบโกงที่ อ.ส่องดาว พร้อมทั้งให้นราสิทธิ์ ซึ่งเป็นแกนนำไปตามชาวบ้านมาพบตำรวจด้วย โดยตำรวจได้ทำการสอบปากคำชาวบ้านทั้งหมดในฐานะพยาน ต่อมา วันที่ 21 มิ.ย.59 ร.ท.อนุสรณ์ อินต๊ะกัน ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี ชาวบ้านที่อยู่ในภาพถ่าย พร้อมทั้งนายนราสิทธิ์ ที่ไม่ได้อยู่ในภาพถ่าย ฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ๆ ที่มีตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป, นายจิรวัฒน์ และนายอดิศร ฐานสนับสนุนให้มีการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ฯ จากการไปส่งไก่ย่าง และนายพราหมณ์ศักดิ์รพี พรหมชาติ ฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ฯ จากการเป็นแกนนำ นปช.จ.สกลนคร ที่เข้าร่วมประชุมกับแกนนำ นปช.ที่กรุงเทพฯ

7 ราย ถูกอีกคดี หลังฉีกคำให้การรับสารภาพ

หลังการเรียกชาวบ้านและแกนนำรวม 21 คน มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทุกคนให้การปฏิเสธ นายนราสิทธิ์เล่าว่า มีความพยายามจากทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองให้ชาวบ้าน ยกเว้นแกนนำ ยอมรับสารภาพ แล้วการเข้าอบรม เพื่อให้คดีจบ (อาศัยเงื่อนไขตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 วรรค 2) ผู้ต้องหาหลายคนยืนยันปฏิเสธ แต่อีกหลายคนลังเล จนกลับคำให้การไปมา และถูกดำเนินคดีข้อหาทำลายเอกสารราชการอีก 1 คดี จากการฉีกบันทึกคำให้การฉบับเดิมของตนเองที่ให้การรับสารภาพ ซึ่งพนักงานสอบสวนเอามาวางให้ฉีกแล้วถ่ายภาพไว้  ท้ายที่สุด 2 ใน 7 คนที่ถูกดำเนินคดีข้อหาทำลายเอกสารราชการ ยอมรับสารภาพ และยอมเข้ารับการอบรมในค่ายทหาร โดยเข้าใจว่าคดีทั้งหมดจะยุติ แต่ข้อเท็จจริงคือ มีเพียงคดีชุมนุมเท่านั้นที่ยุติ ส่วนคดีทำลายเอกสารราชการ ปัจจุบันยังอยู่ในชั้นสอบสวน

ด้านนายพราหมณ์ศักดิ์รพี พรหมชาติ ซึ่งในวันเกิดเหตุอยู่ที่สถานี Peace TV ที่กรุงเทพฯ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง โดยให้การปฏิเสธ ส่วนรายละเอียดขอให้การในชั้นศาล ทั้งนี้ นายพราหมณ์ศักดิ์รพี ถูกออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกับแกนนำ นปช. คนอื่น ๆ จากกรณีร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ไปก่อนหน้านี้แล้ว 1 คดี โดยคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาสั่งฟ้องของอัยการศาลทหารกรุงเทพ ซึ่งนัดฟังคำสั่งในวันที่ 19 ธ.ค.59

กรณีการจัดกิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช. ทั่วประเทศ พบว่า มีการดำเนินคดีในข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป อย่างน้อย 8 จังหวัด 142 คน ผู้ต้องหายอมรับเงื่อนไขของเจ้าหน้าที่ โดยการรับสารภาพ แล้วเข้ารับการอบรม หรือปรับทัศนคติ พร้อมทั้งเซ็นข้อตกลงไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก เพื่อให้คดียุติ ไม่ต้องถูกส่งฟ้องต่อศาล อย่างน้อย 56 คน ส่วนผู้ต้องหาที่ยืนยันให้การปฏิเสธ ถูกส่งฟ้องต่อศาลทหารแล้ว ซึ่งรวมถึงกรณีจังหวัดสกลนครนี้ด้วย อย่างน้อย 27 คน  โดยจะเริ่มมีการสืบพยานในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ใกล้ถึงวันประชามติ เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง: อัพเดตสถานการณ์การละเมิดสิทธิช่วงประชามติ ยังไม่เสรีและไม่เป็นธรรม

ศูนย์ปราบโกงฯ หนองบัวลำภู ถูกฟ้องตามหลังอุดรฯ ชุมนุมทางการเมือง

จำเลยศูนย์ปราบโกงฯ หนองบัวลำภู-อุดรธานี ขอสู้คดีต่อหลังถูกฟ้องชุมนุมทางการเมือง