พนักงานอัยการเลื่อนส่งสำนวนคดีฟ้องศาลจังหวัดพระโขนงเหตุจำเลยเตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวยังไม่ครบถ้วน เลื่อนมาฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 13 ธ.ค.

จากกรณที่ปิยรัฐ จงเทพ โตโต้วิศวกรไฟฟ้า นายกสมาคมเพื่อเพื่อนฉีกบัตรลงคะแนนเสียงประชามติในช่วงลงคะแนนเสียงประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ……. โดยมี ทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ และจิรวัฒน์ เอกอัครนุวัฒน์ เป็นผู้ติดตามและถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่นายปิยรัฐฉีกบัตรลงคะแนนเสียง  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น แล้วพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางนาแจ้งข้อกล่าวหาและมีความเห็นสั่งฟ้อง 4 ข้อหา ได้แก่ ฐานกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ (ฉีกหรือทำลายบัตรออกเสียงประชามติ) มีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานทำให้เสียทรัพย์ มาตรา 358 มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ฐานทำลายเอกสารราชการ มาตรา 188 มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ และฐานร่วมกันก่อความวุ่นวายขึ้นในที่ออกเสียง หรือกระทำการใดอันเป็นการรบกวนหรือเป็นอุปสรรคในการออกเสียงในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนออกเสียง

วานนี้ (23 พ.ย.59) ที่ศาลจังหวัดพระโขนงพนักงานอัยการอนุญาตให้เลื่อนยื่นฟ้องคดีต่อศาลเนื่องจากทนายความขอเลื่อนไปก่อน เหตุเพราะเจ้าหน้าที่ศาลระบุว่า ต้องใช้เงินประกันตัวคนละ 200,000 บาท ทำให้ผู้ต้องหายังเตรียมเงินประกันไม่ครบถ้วน โดยปิยรัฐเตรียมเงินสดเป็นหลักทรัพย์ประกันตัว 20,000 บาท ส่วนผู้ต้องหาอีกสองคนเตรียมหลักทรัพย์มาคนละ 10,000 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้อัยการเลื่อนส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนคดีแก่ศาลจังหวัดพระโขนงวันที่ 13 ธันวาคมนี้ โดยอัยการเตรียมฟ้องปิยรัฐในข้อหาความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 59 มาตรา 60 (9) และกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188 และมาตรา 358 ขณะที่จิรวัฒน์ เอกอัครนุวัฒน์ และทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 60 (9) จากกรณีที่ทั้งสองคนอยู่ในเหตุการณ์ และถ่ายคลิปขณะที่ปิยรัฐเดินออกจากคูหามาฉีกบัตร