ศาลจังหวัดขอนแก่นสั่งถอนประกัน ‘ไผ่’ จตุภัทร์ เหตุไม่ลบโพสต์ข่าว BBC ที่เป็นเหตุแห่งคดี ทั้งโพสต์เย้ยหยันอำนาจรัฐ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ศูนย์ทนายความฯ มีความเห็น โพสต์เป็นหลักฐานทางคดี และไม่เกี่ยวกับสัญญาประกัน อีกทั้งศาลใช้ดุลพินิจจำกัดเสรีภาพ

22 ธ.ค.59 ศาลจังหวัดขอนแก่น นัดไต่สวนคำร้องขอถอนประกันตัว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ผู้ต้องหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ข่าว BBC ไทย โดยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นผู้ยื่นคำร้องอ้างเหตุจากการที่นายจตุภัทร์โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า “ตอนแรกก็อยากจะขอโทษเพื่อนประชามติทั้ง 3 คน เพราะคดีล่าสุดก็โดนไป 400,000 แต่ผมไม่ได้ผิดไง ผมไม่สามารถกระทำการขอโทษได้จริง ๆ #เศรษฐกิจมันแย่แมร่งเอาแต่เงินประกัน” (ดูข่าวเดิม https://www.tlhr2014.com/?p=3079 )

ไผ่

เวลาประมาณ 09.15 น. ก่อนศาลจะเริ่มพิจารณาไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนสัญญาประกันตัว ผู้พิพากษาได้สั่งพิจารณาคดีเป็นการลับ ทำให้ผู้สังเกตการณ์และเพื่อนไม่สามารถเข้าไปในห้องพิจารณาคดีได้ คงมีเพียงพยานฝ่ายที่ร้องขอให้เพิกถอนการประกันตัว กับ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา นายประกัน, ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมารดาจตุภัทร์เท่านั้น ที่สามารถรับรู้เรื่องราวในห้องพิจารณาคดีซึ่งพิจารณาเป็นการลับได้ โดยศาลใช้เวลาพิจารณาไต่สวนกว่า 2 ชั่วโมง

ต่อมา เวลาประมาณ 13.45 น. ศาลได้นัดอ่านคำสั่งโดยมีคำสั่งให้เพิกถอนสัญญาประกันตัวของนายจตุภัทร์ด้วยเหตุผลดังนี้

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลได้มีคำสั่งกำชับให้นายประกัน, ผู้ต้องหาให้มาศาลตามนัด ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ พยานหลักฐานในคดี หรือก่อความเสียหายใดๆ หลังปล่อยตัวชั่วคราว หากผิดนัด ผิดเงื่อนไข ศาลอาจถอนประกันและอาจไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีก และภายหลังปล่อยตัวชั่วคราว ได้ความจากทางไต่สวนว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีนี้ในสื่อสังคมออนไลน์บนเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา กับทั้งผู้ต้องหาได้แสดงออกถึงพฤติกรรมในสื่อสังคมออนไลน์ในเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งผู้ต้องหายังมีแนวโน้มจะกระทำการในลักษณะเช่นนี้ต่อไปอีก ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มีอายุ 25 ปี ย่อมรู้ดีว่า การกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล จึงฟังได้ความตามคำร้องว่า ผู้ต้องหาได้กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายภายหลังการปล่อยตัวชั่วคราว ประกอบกับนายประกันผู้ต้องหาไม่ได้กำชับหรือดูแลให้ผู้ต้องหาปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลที่มีคำสั่ง จนก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าว จึงให้เพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา หมายขังผู้ต้องหา ตรวจคืนหลักประกันให้นายประกัน

ก่อนเวลาประมาณ 15.00 น. นายจตุภัทร์ จะถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวขึ้นรถเข้าไปขังไว้ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น โดยไม่รอนำตัวไปพร้อมผู้ต้องหาคนอื่น ๆ ที่อยู่ศาลจังหวัดขอนแก่น

และเวลาประมาณ 15.30 น. ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง หลังทนายยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง โดยระบุว่า ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ทั้งนี้ เหตุผลในการขอปล่อยตัวชั่วคราวคือ ผู้ต้องหามิได้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ได้แสดงการกระทำใด ๆ ที่มีลักษณะไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเลย นอกจากนี้ ผู้ต้องหาต้องเตรียมตัวสอบวิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นวิชาบังคับวิชาสุดท้ายก่อนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี โดยมีกำหนดสอบในวันที่ 17-18 ม.ค.60

ไผ่2
  หนึ่งในรูปที่ไผ่ถูกพนักงานสอบสวนและศาลตีความว่าเย้ยหยันอำนาจรัฐ เป็นเหตุถอนประกัน

 

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตต่อกรณีการถอนประกันนายจตุภัทร์ในครั้งนี้ว่า

1. ตามหลักสิทธิมนุษยชนได้กำหนดหลักการพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไว้ว่า “บุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความผิดอาญามีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่ามีความผิดตามกฎหมายในการพิจารณาโดยเปิดเผยและผู้นั้นได้รับหลักฐานทั้งหลายที่จำเป็นในการต่อสู้คดี” ดังปรากฏอยู่ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ข้อ 11

เมื่อนายจตุภัทร์ ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นครบถ้วนกระบวนความจนถูกพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจริง จึงย่อมต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์โดยกฎหมาย สิทธิต่าง ๆ และพยานหลักฐานหรือสิ่งของอื่นใดย่อมจะต้องได้รับความคุ้มครองในฐานะผู้บริสุทธิ์ ทั้งนี้ รวมถึงข้อความที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในเฟซบุ๊กด้วย

2. เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตให้ประกันตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา โดยกำชับกับนายประกันเพียงว่า ให้มาศาลตามนัด ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พยานหลักฐานในคดี หรือก่อความเสียหายใดๆ เท่านั้น ไม่ได้มีข้อกำชับหรือเงื่อนไขให้ลบข้อความในเฟซบุ๊กที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด การลบหรือไม่ลบข้อความในเฟซบุ๊กจึงไม่น่าจะเป็นสาระสำคัญของการพิจารณาเพิกถอนการประกันตัว เพราะไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดในสัญญาประกันตัวแต่อย่างใด

และหากข้อความในเฟซบุ๊กของนายจตุภัทร์ เป็นข้อความที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานในคดี การลบข้อความดังกล่าวนั้นก็เท่ากับเป็นการทำลายพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดหรือบริสุทธิ์ของนายจตุภัทร์เอง ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่เป็นธรรมตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 14 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 8

3. การวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงออกซึ่งความคิดเห็นใดโดยสุจริตย่อมเป็นสิทธิเสรีภาพของพลเมืองที่ถูกรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การแสดงออกซึ่งความคิดเห็นใด ๆ จึงชอบที่จะทำได้ หากเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย ก็ชอบที่จะว่ากล่าวหรือฟ้องร้องเป็นคดีความผิดอื่นแยกต่างหากได้

ที่ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวของนายจตุภัทร์ ว่า “ผู้ต้องหาได้แสดงออกถึงพฤติกรรมในสื่อสังคมออนไลน์ในเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งผู้ต้องหายังมีแนวโน้มจะกระทำการในลักษณะเช่นนี้”

จึงอาจถือเป็นการใช้ดุลพินิจจำกัดกรอบการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ถูกรับรองไว้ตามกฎหมาย อันเป็นการสร้างภาระหน้าที่หรือเงื่อนไขให้แก่นายจตุภัทร์เกินจำเป็น ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 112 วรรคท้าย

และคำสั่งศาลที่ระบุว่าเย้ยหยันอำนาจรัฐ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ก็ไม่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่าเป็นการเย้ยหยันอำนาจรัฐอย่างไรบ้าง มีองค์ประกอบอย่างไร  รวมทั้งที่ศาลจังหวัดขอนแก่นระบุว่า “ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ” ก็ยังคงคลุมเครือไม่มีเหตุผลระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างประจักษ์ชัดเจนคืออะไร

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

แจ้งข้อหาม.112-พ.ร.บ.คอมฯ “ไผ่ ดาวดิน” แชร์ข่าวบีบีซีไทย ก่อนส่งควบคุมตัวสภ.น้ำพอง

ปล่อยตัวชั่วคราว ‘ไผ่ ดาวดิน’ คดี 112 ศาลเห็นความจำเป็นต้องสอบและศึกษาต่อ

พงส.ยื่นคำร้องถอนประกัน ‘ไผ่’ คดี 112 อ้างเหตุยังโพสต์เฟซบุ๊ก อาจยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

 

หมายเหตุ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 8 นับแตเวลาที่ยื่นฟองแลวจําเลยมีสิทธิดังตอไปนี้

(1) แตงทนายแกตาง ในชั้นไตสวนมูลฟอง หรือพิจารณาในศาลชั้นตน ตลอดจนชั้นศาลอุทธรณและ

ศาลฎีกา

(2) พูดจากับทนายหรือผูที่จะเปนทนายสองตอสอง

(3) ตรวจดูสํานวนการไตสวนมูลฟอง หรือพิจารณาของศาลและคัดสําเนาหรือขอสําเนาที่รับรองวา

ถูกตองโดยเสียคาธรรมเนียม

(4) ตรวจดูสิ่งที่ยื่นเปนพยานหลักฐาน และคัดสําเนาหรือถายรูปสิ่งนั้นๆ

ถาจําเลยมีทนายๆ นั้น ยอมมีสิทธิทํานองเดียวกับจําเลยดั่งกลาวมาแลวนั้นดวย

มาตรา 112 เมื่อจะปลอยชั่วคราวโดยมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกัน กอนปลอยไป ใหผูประกันหรือผู

เปนหลักประกันลงลายมือชื่อในสัญญาประกันนั้น

ในสัญญาประกันนอกจากขอความอยางอื่นอันพึงมีตองมีขอความดั่งนี้ดวย

(1) ผูถูกปลอยชั่วคราว หรือผูประกัน แลวแตกรณีจะปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของเจาพนักงานหรือ

ศาลซึ่งใหปลอยชั่วคราว

(2) เมื่อผิดสัญญาจะใชเงินจํานวนที่ระบุไว