‘ไผ่’ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งถอนประกันถึงศาลอุทธรณ์ภาค 4 ชี้ไม่เคยผิดเงื่อนไขประกัน หรือก่อความเสียหายและไม่มีแนวโน้มจะก่อความเสียหาย ข้ออ้างของผู้ร้องขอถอนประกันเลื่อนลอย และข้อวินิจฉัยของศาลจังหวัดขอนแก่นคลาดเคลื่อน ขอศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งยกเลิก

DSC_0709

23 ธ.ค.59 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้ายื่นคำร้องอุทธรณ์ถึงศาลอุทธรณ์ภาค 4 กรณีที่ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถอนประกัน นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ผู้ต้องหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ข่าว BBC ไทย (ดู คำร้องขอถอนประกัน และคำสั่งถอนประกัน)  หลังไต่สวนพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น พยานของผู้ร้องให้เพิกถอนประกัน และสอบข้อเท็จจริงจากจตุภัทร์ ผู้ต้องหา และนายประกัน เป็นการลับ ไม่อนุญาตให้เพื่อนและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟัง โดยผลจากคำสั่งดังกล่าวของศาลจังหวัดขอนแก่น ทำให้นายจตุภัทร์ถูกควบคุมตัวไปขังที่สถานบำบัดพิเศษขอนแก่นในทันที

คำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลจังหวัดขอนแก่นดังกล่าว ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาและมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลจังหวัดขอนแก่น  โดยให้ยกเลิกคำสั่งถอนประกันฉบับลงวันที่ 22 ธ.ค. 59, ยกเลิกหมายขังผู้ต้องหา และมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาไปในระหว่างพิจารณาคดีตามคำสั่งและสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาในวันที่ 4 ธ.ค. 59 ทั้งนี้ คำร้องอุทธรณ์ระบุเหตุผลในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง สรุปความได้ดังนี้

  1. จากเงื่อนไขในการอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุภัทร์ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.59 ที่กำหนดให้นายประกันและผู้ต้องหามาศาลตามนัด ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ พยานหลักฐานในคดี หรือก่อความเสียหายใด ๆ นั้น ผู้ต้องหาไม่ได้กระทำการใด ๆ ผิดไปจากเงื่อนไขที่ศาลจังหวัดขอนแก่นกำหนดเลยทั้งสิ้น ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ในชั้นไต่สวน พนักงานสอบสวน พยานผู้ร้องก็มิได้เบิกความใด ๆ ต่อศาลเพื่อให้เห็นว่า ผู้ต้องหากระทำผิดเงื่อนไขดังกล่าวอย่างไร
  2. กรณีที่ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำวินิจฉัยว่า  ผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีนี้บนเฟสบุ๊คของผู้ต้องหานั้น เป็นการยกเหตุนอกไปจากคำร้องขอถอนประกัน และกรณีที่ศาลจังหวัดขอนแก่นวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาลและไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลนั้น ศาลไม่เคยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีนี้แต่อย่างใด อีกทั้ง ในชั้นไต่สวน ผู้ต้องหาก็ได้ชี้แจงต่อศาลชัดเจนแล้วว่า  เหตุที่ไม่ได้ลบข้อความดังกล่าว เนื่องจากมีความประสงค์ที่จะเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่า ผู้ต้องหาไม่ได้กระทำความผิด ซึ่งผู้ร้องก็มิได้คัดค้านแต่อย่างใด นอกจากนี้ กรณีที่ผู้ร้องอ้างว่า คดีนี้เป็นคดีร้ายแรง  และผู้ต้องหามีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีความมั่นคงหลายคดีนั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่อาจนำมาเป็นเหตุที่ขอให้ศาลถอนประกันผู้ต้องหาได้ เนื่องจากศาลจังหวัดขอนแก่นก็ได้พิจารณาแล้วและอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาไปแล้ว อีกทั้งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนคดีนี้  และเป็นข้อหาที่ผู้ต้องหาเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อช่วยเหลือประชาชนและต่อต้านคณะรัฐประหาร  ซึ่งทุกคดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด  รวมทั้งศาลก็ได้ให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาแล้วในทุกคดี
  3. ข้อวินิจฉัยของศาลจังหวัดขอนแก่นว่า  ผู้ต้องหาได้แสดงออกถึงพฤติกรรรมในเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นข้อวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อน เพราะตามคำร้องขอถอนประกัน ผู้ร้องระบุว่าข้อความที่ผู้ต้องหาพิมพ์ในสื่อสังคมออนไลน์นั้นเป็นข้อความในเชิงเยาะเย้ยเจ้าพนักงาน เป็นคนละเรื่องกับการวินิจฉัยว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย อีกทั้ง พยานหลักฐานในชั้นไต่สวน ไม่มีประเด็นใดที่จะวินิจฉัยไปในทางนั้นได้เลย
  4. นับแต่ที่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. 59 นั้น  ผู้ต้องหามิได้กระทำการใด ๆ ผิดจากข้อกำหนดและเงื่อนไขของศาลแต่อย่างใด  ข้ออ้างของผู้ร้องขอถอนประกันนั้นเลื่อนลอยไม่มีเหตุไม่มีผลและไม่น่าเชื่อถือแต่อย่างใดทั้งสิ้น พยานหลักฐานที่ยื่นต่อศาลก็เป็นเพียงเป็นการแสดงออกของวัยรุ่นในชีวิตประจำวัน ทั้งการแสดงความยินดีและเห็นอกเห็นใจเพื่อนฝูง และการสนุกสนานกันในหมู่เด็กมหาวิทยาลัย  ซึ่งทั้งหมดนี้พยานของผู้ร้องเองก็เบิกความชัดเจนว่า ไม่มีข้อความหรือลักษณะใด ๆ ที่เป็นการเยาะเย้ยถากถางเจ้าหน้าที่หรือเย้ยหยันอำนาจรัฐแต่อย่างใด อีกทั้งคดีนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าผู้ต้องหากระทำการอันเป็นความผิดจริงหรือไม่ มีเพียงคำกล่าวโทษของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารซึ่งมีความขัดแย้งกับผู้ต้องหาอยู่ตลอดมา
  5. การที่ศาลจังหวัดขอนแก่นวินิจฉัยว่า  ผู้ต้องหาได้กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายภายหลังจากการปล่อยตัวชั่วคราว เป็นการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาในคดีนี้ที่ผ่านมาไม่เคยก่อให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด  และไม่มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความเสียหายเลย เห็นได้จากในชั้นไต่สวน พยานผู้ร้องไม่ได้เบิกความและยืนยันให้ศาลเห็นว่ามีความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไป และมีแนวโน้มจะเกิดความเสียหายใด ๆ 

อย่างไรก็ตาม หากศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยังไม่มีคำสั่งในกรณีนี้ หรือมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลจังหวัดขอนแก่น พนักงานสอบสวนต้องยื่นคำร้องเพื่อขออำนาจศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขังนายจตุภัทร์เป็นผัดที่ 3 ในวันที่ 27 ธ.ค. ที่จะถึงนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ถอนประกัน ‘ไผ่’ เหตุไม่ลบโพสต์ข่าวBBC-โพสต์เย้ยหยันอำนาจรัฐ

พงส.ยื่นคำร้องถอนประกัน ‘ไผ่’ คดี 112 อ้างเหตุยังโพสต์เฟซบุ๊ก อาจยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ปล่อยตัวชั่วคราว ‘ไผ่ ดาวดิน’ คดี 112 ศาลเห็นความจำเป็นต้องสอบและศึกษาต่อ