ffa209d9-fa89-4234-862e-ce2458d6acbb
ฐิตารีย์(ขวา)

ศาลแขวงพระนครใต้ยกฟ้องคดีโพสต์อิทเหตุเพราะไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด การแปะโพสต์อิทไม่ถือเป็นการโฆษณาเพื่อมุ่งประโยชน์ทางการค้าแต่เป็นกิจกรรมที่ประชาชนเรียกร้องสิทธิเสรีภาพทางการเมือง

จากกรณีที่ ฐิตารีย์ อุทยานุกูลศิริกุล ถูกพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแขวง 4 มีความเห็นสั่งฟ้องมีความผิดฐานการโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนญาตจากเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 10 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 เหตุเพราะ เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ฐิตารีย์ร่วมทำกิจกรรม โพสต์-สิทธิกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับที่บริเวณทางเดิน สกายวอล์คสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนต้องมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเรียกร้องให้ปล่อยตัวแอดมินเพจ เรารักพล.อ.ประยุทธทั้งแปดคนที่ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหาร

วานนี้ (27 ธ.ค. 2559) ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ปิยนุช ศรุติพันธ์ เป็นผู้พิพากษานั่งบัลลังก์พิพากษาคดีดังกล่าว โดยวินิจฉัยในประเด็นเดียวก็คือ การกระทำของจำเลยมีความผิดตามที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง มาตรา 10 พ.ร.บ. รักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 หรือไม่ เมื่อพิจารณาจากพยาน หลักฐานแล้วพบว่า พฤติกรรมของจำเลยที่เขียนข้อความใส่กระดาษ แล้วแปะลงบนพื้นที่สาธารณะ เข้าข่ายเป็นการโฆษณาหรือไม่นั้น เนื่องจากใน พ.ร.บ.ดังกล่าวมิได้นิยามคำว่า โฆษณา เอาไว้ จึงต้องพิจารณาจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

โดยพจนานุกรมนิยามคำว่า โฆษณา  ไว้ว่า “กระทําการไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า” ดังนั้นเมื่อพิจารณาพฤติกรรมของจำเลยแล้วพบว่า การเขียนข้อความในกิจกรรมโพสต์สิทธิไม่เข้าข่ายและไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์ทางการค้า แต่เป็นการแสดงออกซึ่งสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้จึงเป็นเหตุให้พิพากษายกฟ้อง