20 ม.ค.60 ศาลจังหวัดภูเขียว นัดพร้อมโจทก์จำเลยในคดีแจกเอกสารประชามติในตลาดอำเภอภูเชียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 2 นักศึกษา ‘ไผ่’ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และนายวศิน พราหมณี เพื่อฟังผลการพิจารณาของอัยการสูงสุด ตามที่จำเลยทั้งสองยื่นขอความเป็นธรรมให้อัยการสูงสุดพิจารณาถอนฟ้องคดีนี้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจตุภัทร์ถูกขังอยู่ในระหว่างสอบสวนอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และคัดค้านการฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นในวันเดียวกันนี้ ในคดีที่เป็นความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thai ทนายความของจตุภัทร์จึงได้ยื่นคำร้องขออนุญาตเลื่อนนัดคดีนี้ออกไปก่อน ประกอบกับยังไม่มีผลการพิจารณาจากอัยการสูงสุดว่าจะถอนฟ้องหรือไม่ ศาลจังหวัดภูเขียวจึงให้เลื่อนนัดคดีนี้ไปนัดพร้อมเพื่อฟังผลการพิจารณาจากอัยการสูงสุด หรือตรวจพยานหลักฐานในคดี ในวันที่ 16 มี.ค.60

photo_2016-08-06_19-11-21

จตุภัทร์ และวศิน จำเลยในคดีนี้ ขณะถูกจับและขังอยู่ที่ สภ.ภูเขียว

ทั้งนี้ หนังสือขอความเป็นธรรมให้อัยการสูงสุดพิจารณาถอนฟ้องคดีนี้ ซึ่งจำเลยทั้งสองยื่นผ่านอัยการศาลจังหวัดภูเขียวเมื่อวันที่ 29 ก.ย.59 และอัยการจังหวัดภูเขียวได้ยื่นหนังสือแจ้งไปที่อธิบดีอัยการภาค 3 เพื่อพิจารณาส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดนั้น อัยการภาค 3 ได้มีหนังสือให้จำเลยไปยื่นหนังสือคำร้องต่ออัยการสูงสุดโดยตรง

คดีนี้ พนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวฟ้องจตุภัทร์และวศินเป็นจำเลย ในความผิดฐาน ร่วมกันก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงประชามติไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และฝ่าฝืน ไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61(1), 61 วรรค 2 และประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 25 พ.ศ.2549 จากกรณีที่ทั้งสองไปแจกเอกสารเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่ตลาดอำเภอภูเขียวในวันที่ 6 ส.ค.59 ก่อนวันลงประชามติ 1 วัน และถูกตำรวจจับกุม โดยจตุภัทร์ได้อดอาหารเป็นเวลา 13 วัน เพื่อประท้วงการจับกุมดำเนินคดี ก่อนที่ศาลจังหวัดภูเขียวจะให้ประกันตัว  

ต่อมา จตุภัทร์และวศินได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้อัยการสูงสุดพิจารณาถอนฟ้องคดี โดยระบุเหตุผลว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายตามฟ้องของอัยการ อีกทั้งการฟ้องคดีไม่ได้ทำให้เกิดผลประโยชน์ต่อรัฐ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญได้ผ่านการประชามติไปแล้ว แต่จะกระทบต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศในด้านสิทธิมนุษยชน เนื่องจากพฤติการณ์ที่ถูกฟ้องว่ากระทำความผิดนั้นสืบเนื่องมาจากการแสดงความเห็นต่างในร่างรัฐธรรมนูญก่อนวันลงประชามติ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและแสดงออกที่กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ได้รับรองไว้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เปิดหนังสือขอความเป็นธรรม !!! คดี พ.ร.บ.ประชามติ ไผ่ดาวดินและพวกรณรงค์ “โหวตโน” ให้ถอนฟ้องคดี

ศาลขอนแก่นสั่งฝากขังผัด5 ต่อ ขณะ “ไผ่” ให้ทนายวอล์คเอาท์จากห้อง ค้านกระบวนพิจารณาลับ

แจ้งข้อหาพ.ร.บ.ประชามติ 2 นักกิจกรรม NDM อีสาน หลังแจกเอกสารโหวตโนในตลาดสด