photo_2017-02-06_16-08-48

อัยการทหารฟ้องคดีโปรยใบปลิวต้านรัฐประหาร จ.ระยอง พลวัฒน์ให้การปฏิเสธข้อหายุยงปลุกปั่นและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ขอต่อสู้คดี ศาลมณฑลทหารบกที่ 14 (มทบ.14) จ.ชลบุรี นัดตรวจพยานหลักฐาน 9 พ.ค. 2560

6 ก.พ. 2560 ศาล มทบ.14 จ.ชลบุรี นัดถามคำให้การคดีที่นายพลวัฒน์ วโรดมพุฒิกุล ถูกกล่าวหาว่า ทำผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 จากการโปรยใบปลิวต่อต้านรัฐประหารที่ จ.ระยอง และเผยแพร่ลงเพจเฟซบุ๊กศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย เป็นความผิดจำนวน 2 กรรม

องค์คณะตุลาการศาล มทบ.14 ซึ่งประกอบด้วยตุลาการพระธรรมนูญ 1 คน และนายทหารชั้นสัญญาบัตรซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการทหาร แต่งกายชุดเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะอีก 2 คน อ่านคำฟ้องให้พลวัฒน์ฟังก่อนถามคำให้การ พลวัฒน์ให้การปฏิเสธทุกข้อหาและขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีวันที่ 9 พ.ค. 2560 โดยคดีของพลวัฒน์เป็นคดีที่การกระทำตามฟ้องอยู่ระหว่างการประกาศกฎอัยการศึก หากศาลทหารชั้นต้นมีคำพิพากษาจะไม่สามารถอุทธรณ์ หรือฎีกาได้ เนื่องจากเข้าข่ายต้องห้ามฎีกาตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 61

ตามฟ้องของอัยการทหารที่ยื่นฟ้องเมื่อ 13 ต.ค. 2559 ระบุว่า จำเลยเป็นบุคคลพลเรือน ได้กระทำผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 อันเป็นความผิดที่ คสช. ประกาศให้เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557 เรื่องความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร และเป็นคดีที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกัน แม้แต่ละอย่างจะเป็นความผิดได้ในตัวเอง และไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ก็ให้อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษาด้วย ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 38/2557 เรื่อง คดีที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร

คำฟ้องข้อ ก. บรรยายว่า  เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2558 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง อันเป็นเวลาที่อยู่ระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร จำเลยได้บังอาจนำแผ่นใบปลิวซึ่งจำเลยได้ประดิษฐ์ หรือจัดทำขึ้นเอง มีข้อความว่า “ตื่น!!! และลุกขึ้นสู้ได้แล้ว…… ผู้รักประชาธิปไตยทุกคน…. “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”” และมีรูปสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว มีข้อความว่า “เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ต่อต้านรัฐประหาร” จำนวนหลายแผ่น ไปทิ้ง โปรย บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลระยอง และบริเวณสะพานเทศบาล 9 ทางเข้าสวนศรีเมือง หน้าหอพระพุทธอังคีรส จากนั้นนำแผ่นใบปลิวแบบดังกล่าวจำนวนหลายใบไปแปะติดและโปรย ทิ้ง บริเวณป้ายโฆษณาในศาลาที่พักผู้โดยสาร หน้าโรงเรียนระยองวิทยาคม และที่บริเวณโต๊ะม้านั่งหินอ่อนหน้าวิทยาลัยเทคนิคระยอง

อัยการทหารระบุว่า พลวัฒน์มีเจตนาให้ประชาชนทั่วไปได้พบเห็นข้อความในแผ่นใบปลิวดังกล่าว และเกิดการต่อต้าน คสช. อันเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยหนังสือ อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือิชมโดยสุจริต

ทั้งนี้ การกระทำของจำเลยมีเจตนาเพื่อให้เกิดควมปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และเป็นไปโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน และต่อความมั่นคงของประเทศ

คำฟ้องข้อ ข. บรรยายว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2558 เวลาประมาณ 07.19 น. หลังจากที่จำเลยได้ทำผิดตาฟ้องข้อ ก. แล้ว จำเลยได้บังอาจโพสต์ภาพพร้อมข้อความรายงานว่า มีการพบใบปลิวต้านเผด็จการทหารบริเวณหน้าโรงเรียนระยองวิทยาคม และหน้าเทคนิคระยองจำนวนมาก บนเพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์กลางนิสิตนักศึกาาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย”

อัยการทหารระบว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา และข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ การรกระทำของพลวัฒน์ดังกล่าว เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน และต่อความมั่นคงของประเทศ