ศาลจังหวัดภูเขียวสั่งจำหน่ายคดีแจกเอกสารประชามติที่ ‘ไผ่’จตุภัทร์และวศินเป็นจำเลยชั่วคราว หลังโจทก์-ฝ่ายจำเลยแถลงขอ เหตุจากศาลขอนแก่นจะไม่ส่งตัวไผ่มาคดีนี้จนกว่าคดี 112 จะแล้วเสร็จ อีกคดีที่ศาลทหารขอนแก่นก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกัน

 

16 มี.ค.60 ศาลจังหวัดภูเขียวนัดพร้อมโจทก์จำเลยเพื่อตรวจพยานหลักฐานในคดีแจกเอกสารประชามติที่ตลาดอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 2 นักศึกษา ‘ไผ่’นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และนายวศิน พรหมณี เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1370/2559 ในความผิดฐานร่วมกันก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงประชามติไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตาม พ.ร.บ.ประชามติฯ มาตรา 61(1) วรรค 2 และ 3 และฝ่าฝืนไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน ตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 25 พ.ศ.2549

วศิน และทนายจำเลยทั้ง 2 มาศาล ส่วนจตุภัทร์ถูกขังในระหว่างพิจารณาอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นในคดีหมายเลขดำที่ 301/2560 ของศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจตุภัทร์ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thai (อ่านข่าวล่าสุดคดีนี้ที่นี่ )

โดยทนายความได้แถลงต่อศาลจังหวัดภูเขียวในนัดพร้อมเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้วและศาลจังหวัดภูเขียวมีคำสั่งให้มีหนังสือถึงศาลจังหวัดขอนแก่นให้แจ้งเรือนจำจังหวัดขอนแก่นส่งตัวจตุภัทร์มาศาลจังหวัดภูเขียวเพื่อพิจารณาคดีในวันที่ 16 มี.ค.60 ตามที่ศาลได้กำหนดนัดโจทก์จำเลยไว้แล้ว (อ่านรายละเอียดที่นี่)

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการส่งตัวจตุภัทร์มายังศาลจังหวัดภูเขียว โดยศาลได้แจ้งว่าศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีหนังสือลงวันที่ 16 มี.ค.60 แจ้งเหตุขัดข้องว่าไม่สามารถส่งตัวจตุภัทร์มาพิจารณาที่ศาลนี้ได้ เนื่องจากศาลจังหวัดขอนแก่นนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 21 มี.ค.60 เมื่อศาลขอนแก่นพิจารณาคดีเสร็จแล้วจึงจะส่งตัวจตุภัทร์มาให้ศาลจังหวัดภูเขียว ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

อัยการและฝ่ายจำเลยจึงแถลงร่วมกันว่า เนื่องจากคดีนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าศาลจังหวัดขอนแก่นจะส่งตัวจำเลยที่ 1 มาพิจารณาคดีที่ศาลนี้ได้เมื่อไหร่จึงขอให้ศาลจำหน่ายคดีชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ชั่วคราว หากศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาคดีแล้วเสร็จให้คู่ความแถลงต่อศาลเพื่อให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ต่อไป หากโจทก์ไม่แถลงภายใน 15 วัน นับแต่คดีของศาลจังหวัดขอนแก่นถึงที่สุด ให้ถือว่าทิ้งฟ้อง

นอกจากนี้ นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาและนายประกันของจตุภัทร์ ได้ยื่นคำร้องขอถอนประกันจตุภัทร์ในคดีนี้ ซึ่งได้ประกันตัวไปเมื่อวันที่ 19 ส.ค.59 โดยใช้ใบอนุญาตทนายความ พร้อมทั้งเงินสด 30,000 บาท วางเป็นหลักประกัน(อ่านรายละเอียดที่นี่) เหตุที่ถอนประกันเนื่องจากจตุภัทร์ถูกคุมขังในคดีของศาลจังหวัดขอนแก่น และศาลจังหวัดขอนแก่นไม่ส่งตัวมาพิจารณาคดีที่ศาลนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วจึงมีคำสั่งให้มีหนังสือถึงศาลจังหวัดขอนแก่นให้เบิกตัวจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 301/2560 มาสอบถามว่า เป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยที่ 1ในคดีนี้หรือไม่ และจะคัดค้านการที่นายประกันจะถอนประกันหรือไม่ หากจำเลยยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน และไม่คัดค้านการถอนประกันก็อนุญาตให้นายประกันถอนประกันได้ และให้ศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายขังจตุภัทร์แทนศาลจังหวัดภูเขียวต่อไป

 

คดีนี้ จตุภัทร์และวศินได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 29 ก.ย.59 ให้พิจารณาถอนฟ้องคดี  เนื่องจากจำเลยไม่ได้กระทำความผิดต่อกฎหมาย จำเลยเพียงใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและแสดงออกที่กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ได้รับรองไว้และการฟ้องคดีไม่ได้ทำให้เกิดผลประโยชน์ต่อรัฐ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญได้ผ่านประชามติแล้ว (อ่านรายละเอียดที่นี่) แต่ยังไม่มีผลการพิจารณาจากอัยการสูงสุด

กรณีที่ศาลขอนแก่นพิจารณาไม่ส่งตัวจตุภัทร์มาเพื่อพิจารณาคดีของศาลจังหวัดภูเขียวนี้ นายอานนท์ นำภา ทนายความของจตุภัทร์ให้ความเห็นว่าเท่ากับจตุภัทร์ถูกละเมิดสิทธิ เพราะทำให้คดีอื่นล่าช้าไป ทั้งที่คดีของศาลภูเขียวนี้มีการดำเนินคดีมาก่อน ซึ่งกรณีเช่นนี้ปกติสามารถจะทำได้ ในคดีอื่น ๆ ก็มีการส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยไปมา กรณีของไผ่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินเพราะระยะทางไม่ได้ห่างไกล ใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมง สามารถเดินทางไปกลับได้ในวันเดียวกัน

นอกจากคดีประชามติที่ศาลจังหวัดภูเขียวนี้แล้ว จตุภัทร์ยังมีคดีชูป้ายต้านรัฐประหารในโอกาสครบรอบ 1 ปี รัฐประหารที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 (ศาล มทบ.23) จ.ขอนแก่น ซึ่งนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่ศาลจังหวัดขอนแก่นไม่ส่งตัวจตุภัทร์มาศาลตามที่ศาล มทบ.23 มีหนังสือขอไป โดยให้เหตุผลว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนว่า จตุภัทร์ถูกดำเนินคดีที่ศาล มทบ.23 จึงไม่อาจส่งตัวมาศาล มทบ.23 ได้ ศาล มทบ.23

จึงเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์เป็นวันที่ 27 มี.ค. 60 และต้องทำหนังสือถึงศาลจังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง ให้ส่งตัวจตุภัทร์มาสืบพยานโจทก์ ในวันดังกล่าว (อ่านรายละเอียดที่นี่)

ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่าศาลจังหวัดขอนแก่นจะไม่ส่งตัวจตุภัทร์อีก ตามที่ได้แจ้งกับทนายเมื่อคราวไต่สวนคำร้องฝากขังครั้งที่ 6 ในคดี 112 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น(อ่านรายละเอียดที่นี่)