จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจควบคุมตัว 9 บุคคล จาก 7 จังหวัด ที่ถูกระบุว่าอยู่ในเครือข่ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” พร้อมกับตรวจค้นพบอาวุธปืนและยุทธภัณฑ์ต่างๆ จากหลายจุดดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค.60 ก่อนเจ้าหน้าที่ระบุว่าได้นำตัวทั้ง 9 คน ไปควบคุมภายในมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อทำการสอบสวนเป็นเวลา 7 วัน

จากนั้น วันที่ 20 มี.ค.60 พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับนายวุฒิพงศ์ กับพวกรวม 6 คน ในหลายข้อหา อาทิ ครอบครองยุทธภัณฑ์ อาวุธสงคราม, ครอบครองยาเสพติด, อั้งยี่ และซ่องโจร โดยการขอออกหมายจับดังกล่าวเกิดขึ้นโดยผู้ต้องหาหลายคนอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ทหารอยู่แล้ว

ในวันนี้ (24 มี.ค.60) พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย ของคสช. และพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ควบคุมตัว 9 ผู้ต้องหา มายังกองบังคับการปราบปราม พร้อมนำของกลางมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่กองปราบฯ ด้วย จากนั้นได้มีการให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจตรวจร่างกายของผู้ต้องหา มีการแสดงหมายจับของผู้ต้องหาแต่ละราย จากนั้นจึงมีการแถลงข่าว และเปิดให้สื่อมวลชนซักถาม แต่ไม่ได้มีกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาที่กองปราบฯ แต่อย่างใด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้กับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในคดีก่อการร้าย สอบปากคำเบื้องต้น และพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา ประกอบสำนวนที่ดีเอสไอรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระบุว่าอาวุธของกลางที่พบบางส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในช่วงสถานการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นอำนาจของดีเอสไอในการดำเนินคดี

กลุ่มผู้ต้องหา 9 คน ขณะถูกนำตัวมาที่กองบังคับการปราบปราม

ฝ่ายกม.คสช.แจ้งความ 112-พ.ร.บ.คอมฯ แกนนำนปช.สุรินทร์ เหตุส่งข้อความทางไลน์

ขณะเดียวกัน ในกรณีนายสุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล นอกจากถูกแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปี 2553 อันเป็นคดีในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ทาง พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รองผู้กำกับกองกำกับการ 3 จากกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้เดินทางมาที่ดีเอสไอ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) ต่อเขาด้วย

ตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา ระบุว่าเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2559 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลมีพฤติการณ์ส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีเนื้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสืบทราบว่าหนึ่งในนั้น มีผู้ต้องหาซึ่งเป็นประธานนปช.จังหวัดสุรินทร์ และเป็นกลุ่มนปช. ในเครือข่ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มนปช. จังหวัดปทุมธานี กับพวก รวมอยู่ด้วย มีการส่งข้อความติดต่อพูดคุยกันทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ชื่อกลุ่มไลน์ “คนนอกกะลา” โดยผู้ต้องหาใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า “Suriyasak” และใช้รูปโปรไฟล์ของตนเอง

บันทึกแจ้งข้อหาระบุต่อว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อความการสนทนาพูดคุยและการส่งภาพในกลุ่มไลน์ พบว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2559 เวลา 19.35 น. ผู้ต้องหาได้ส่งข้อความพูดคุยกับสมาชิกในกลุ่มไลน์คนหนึ่ง มีข้อความที่เข้าข่ายเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 112  ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง จึงได้ทำการจัดเก็บและรวบรวมข้อความการสนทนาของผู้ต้องหา และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

อีกทั้ง การกระทำตามที่กล่าวหาในคดีนี้ ยังเกิดขึ้นก่อนการประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 55/2559 ลงวันที่ 12 ก.ย.2559 ที่ให้คดีบางประเภทที่มีประกาศคสช.ให้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่คำสั่งฉบับนี้ใช้บังคับ ไปอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลยุติธรรม ทำให้เจ้าหน้าที่ระบุว่าคดีนี้จึงยังอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารอยู่ จึงได้มีการขอหมายจับคดีนี้จากศาลทหาร และศาลทหารกรุงเทพได้อนุมัติหมายจับที่ 10/2560 ลงวันที่ 17 มี.ค.60 อันเป็นวันก่อนหน้าที่นายสุริยศักดิ์จะโดนจับกุมหนึ่งวัน

เผยเหตุการณ์ขณะจับกุม-เพื่อนเยี่ยมไม่ได้ขณะถูกคุมตัวในมทบ.11

สำหรับนายสุริยศักดิ์ อายุ 49 ปี ประกอบอาชีพเปิดร้านขายของในจังหวัดสุรินทร์ มีบทบาทเป็นแกนนำกลุ่มนปช.ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์  ผู้เห็นเหตุการณ์การจับกุม เปิดเผยกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าเมื่อวันที่ 18 มี.ค.60 เวลาประมาณ 06.00 น. ได้มีรถตู้ 2 คัน รถตำรวจ 1 คัน และรถฟอร์จูนเนอร์อีก 2 คัน ขับเข้าไปในซอยบ้านของนายสุริยศักดิ์ ก่อนจะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบจากหลายหน่วย ทั้งหน่วยจากกรุงเทพฯ และหน่วยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ รวมมากกว่า 10 นาย บางนายถือปืนยาวมาด้วย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกอย่างน้อย 5 นาย สนธิกำลังกันเข้าจับกุม โดยทราบว่ามีการแสดงหมายจับ และการเข้าตรวจค้นบ้าน ก่อนมีการนำตัวนายสุริยศักดิ์ออกไป

ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. ได้มีเพื่อนของนายสุริยศักดิ์เดินทางไปที่มณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อขอเข้าเยี่ยม โดยได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ทหารว่านายสุริยศักดิ์ถูกคุมตัวอยู่ภายใน มทบ.11 โดยจะควบคุมตัว 7 วัน แต่ปฏิเสธไม่ให้เพื่อนเข้าเยี่ยม

ก่อนที่ในวันที่ 20 มี.ค. เพื่อนของสุริยศักดิ์ จะเดินทางไปที่มทบ.11 อีกครั้ง และได้พบกับรองผู้บัญชาการมทบ.11 จึงได้แจ้งถึงความเป็นห่วงในความเป็นอยู่และความปลอดภัยจากญาติของนายสุริยศักดิ์ ทางรองผบ.ได้ระบุว่าเนื่องจากเป็นช่วงของการสอบสวน ญาติจึงไม่สามารถเข้าพบได้ในขณะนี้ ต่อมาทางรองผบ.มทบ.11 ได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งรูปห้องที่สุริยศักดิ์ถูกควบคุมตัวอยู่มาให้เพื่อนคนดังกล่าวดูทางไลน์ ก่อนให้สุริยศักดิ์พูดผ่านโทรศัพท์ของรอง ผบ. แจ้งเพื่อนว่าเขายังอยู่สบายดี แต่ไม่ได้ให้เข้าเยี่ยมใดๆ หลังจากนั้น

เพื่อนของสุริยศักดิ์ยังเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ก่อนหน้าการถูกจับกุม สุริยศักดิ์ยังได้รับเชิญจากทางจังหวัดให้ไปร่วมในเวทีระดมความคิดเห็นเรื่องการปรองดองที่ศาลากลาง โดยเขาได้ร่วมแสดงความคิดเห็นส่วนหนึ่งในการประชุมด้วยว่าหากยังมีการใช้กฎหมายในลักษณะสองมาตรฐานในสังคมต่อไป การปรองดองก็คงจะเกิดขึ้นได้ยาก

เบื้องต้นในการสอบปากคำสุริยศักดิ์ในคดีมาตรา 112 ของเจ้าหน้าที่ในวันนี้ ได้มีทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวไปขออำนาจศาลในการฝากขังในวันพรุ่งนี้ต่อไป (25 มี.ค.)