ศาลจังหวัดราชบุรีนัดสืบพยานต่อเนื่อง 4 วัน พยานทั้ง 3 ปาก เป็นตำรวจที่ทำการสืบหาข่าวในจังหวัดราชบุรี ทหารที่เข้าร่วมการจับกุมและตำรวจสืบสวนที่ร่วมจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาจำเลยทั้ง 5คน ทั้งนี้การพิจารณาคดีตลอด4วันที่ผ่านมาศาลได้สั่งห้ามผู้สังเกตการณ์และนักข่าวจดบันทึกและห้ามรายงานข่าวรายละเอียดการสืบพยานตั้งแต่วันแรกของการสืบพยาน แต่การสืบพยานฝ่ายโจทก์ทำได้เพียง 2 ปาก ศาลจึงนัดสืบพยานต่อในวันที่ 1 พ.ค.60

ระหว่างวันที่ 21-24 มี.ค.2560 ที่ศาลจังหวัดราชบุรี มีนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยที่พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี เป็นโจทก์ ฟ้อง นายปกรณ์ อารีกุล จำเลยที่ 1นายทวีศักดิ์ เกิดโภคา จำเลยที่ 2 นายอนันต์ โลเกตุ จำเลยที่ 3 นายอนุชา รุ่งมรกต จำเลยที่ 4 นายภานุวัฒน์ ทรงสวัสดิ์ชัย จำเลยที่ 5รวม 5 คน ในข้อหา ร่วมกันดำเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ ในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะปลุกระดม โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียงตามมาตรา 61พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี2559 และขัดคำสั่งของพนักงานสอบสวนที่ให้พิมพ์ลายนิ้วมือ ตาม ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ 25 เรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญา

ตั้งแต่วันแรกของการสืบพยาน ศาลได้สั่งห้ามผู้สังเกตการณ์คดีจากศูนย์ทนายความฯ iLawและนักข่าวจากประชาไท จดบันทึกการสืบพยานและรายงานข่าวถึงรายละเอียดการสืบพยานระหว่างที่มีการพิจารณาคดีนี้

พยานที่เข้าเบิกความในช่วง 4 วันที่ผ่านมามี 3 ปาก ได้แก่ พ.ต.ท.เนรมิต งามขำ ตำรวจสันติบาลในพื้นที่ราชบุรี ร.ท.คเณศ เจียมดี ทหารที่เข้าร่วมจับกุมจำเลยทั้ง 5 และพ.ต.ท.สรายุทธ บุรีวชิร ตำรวจสืบสวนสภ.บ้านโป่งที่เข้าร่วมการจับกุมจำเลยทั้ง 5

ประเด็นในการเบิกความของพยานทั้ง 3 คน คือ จำเลยทั้ง 5 คน ได้มีการแจกสติกเกอร์ที่มีข้อความ “7 สิงหา ร่วมกันVote No ไม่รับกับอนาคตที่ไม่ได้เลือก” จริงหรือไม่ เนื้อหาดังกล่าวนี้เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 61 วรรค2ของ พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติฯ หรือไม่ และการรณรงค์โหวตโนซึ่งเป็นการแสดงความคิดว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการออกเสียงประชามติเมื่อ 7ส.ค.2559นั้นสามารถทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ในการถามพยานของอัยการต่อพยานทั้งสามปากไม่ได้ให้การถึงเนื้อหาของข้อความบนสติกเกอร์ว่าเป็นเนื้อหาที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะปลุกระดมหรือไม่อย่างไร

การสืบพยานเมื่อวันที่ 24มี.ค.ยังไม่เสร็จสิ้นศาลจึงได้นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ค.2560

คดีนี้สืบเนื่องจากการที่จำเลยที่ 1, 3และ4 เดินทางไปร่วมให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ บ้านโป่ง ที่สภ.บ้านโป่งเมื่อ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2559 โดยจำเลยที่ 2 นักข่าวประชาไทได้ติดตามไปทำข่าวและจำเลยที่ 5 เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ต้องเข้ารายงานตัวในคดีเปิดศูนย์ปราบโกงฯ จากนั้นตำรวจได้ตรวจค้นรถที่ทั้งหมดโดยสารมาและพบเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญ และรณรงค์โหวตโนหลายรายการในรถดังกล่าวจึงจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาโดยระบุว่ามีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะแจกจ่ายเอกสารดังกล่าว โดยที่คดีนี้ในคำฟ้องของอัยการระบุถึงสติ๊กเกอร์โหวตโนเพียงรายการเดียวว่าจำเลยทั้ง 5 ได้ร่วมกันแจกจ่ายสติกเกอร์ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางอื่นๆ อีกรวม 19 รายการ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นัดตรวจพยานหลักฐานคดี พ...ประชามติ ราชบุรี 5 นักกิจกรรม NDM พร้อมนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก 21 มี.. 60

เปิดคำฟ้องอัยการ คดี 5 จำเลยรณรงค์ประชามติ จ.ราชบุรี : ขอศาลสั่งตัดสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งหมด 10 ปี

จับ 3 นักกิจกรรม NDM พร้อมนักข่าว แจ้งผิด พ...ประชามติ หลังค้นรถเจอเอกสาร Vote No

จับกลางดึกอีก 1 นักศึกษา แจ้งผิด พ...ประชามติ ร่วมกับ NDM

ศาลราชบุรีอนุญาตฝากขัง 5 ผู้ต้องหา พ...ประชามติ ก่อนให้ประกันตัวหลักทรัพย์คนละ 1.4 แสนบาท

เปิด ‘19 ของกลาง’รายชื่อจนท.ชุดจับกุม 5 นักกิจกรรมนศ.-นักข่าว ที่บ้านโป่ง