ผบ.ม.พัน 6 พยานโจทก์คดี ‘ขอนแก่นโมเดล’ ปากที่ 2 ติดราชการที่สระบุรี ไม่มาศาล เพื่อให้ทนายจำเลยซักค้าน ศาลเลื่อนไปสืบเดือนเมษา หลังเลื่อนมาจากเดือนกุมภา เหตุพยานป่วย

24 มี.ค. 60 ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 (ศาล มทบ.23) จ.ขอนแก่น นัดสืบพยานโจทก์ในคดีขอนแก่นโมเดล คดีอาญาหมายเลขดำที่ 10 ก/2557 ซึ่งอัยการศาล มทบ. 23 เป็นโจทก์ฟ้อง จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ กับพวกรวม 26 คน  เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 10 ก/2557 ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง, ร่วมกันตระเตรียมก่อการร้าย, เป็นซ่องโจร, มีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง, พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ, มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง และมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต

จำเลยบางคนและครอบครัว (ภาพเก่า)

นัดนี้ อัยการทหารต้องนำพยานโจทก์เข้าเบิกความ 1 ปาก และนำพยานโจทก์ที่เคยเบิกความไว้แล้ว มาให้ทนายจำเลยถามค้านในคราวเดียวกันอีก 2 ปาก เนื่องจากทั้ง 3 ปาก เป็นพยานคู่ หรือพยานที่ต่างก็อยู่ในเหตุการณ์การจับกุมจำเลยที่ 1 แต่อัยการทหารแถลงว่า พยานที่นัดไว้ ไม่มาศาล โดย พ.อ.พยัคฆพล ชุมแสง ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 6 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น ติดราชการที่ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี, ส.อ.สังวร บุญราษฎร์ ไม่ได้รับหมาย ส่วน ร.อ.ธนนันท์ มานะยิ่ง มาศาล แต่เห็นว่า อย่างไรวันนี้ก็คงสืบพยานไม่ได้ เพราะพยานอีก 2 คน ไม่มาศาล จึงกลับไปประชุม

ทั้งนี้ พ.อ.พยัคฆพล ขณะเกิดเหตุเป็นเสนาธิการกองพันทหารม้าที่ 6 ค่ายศรีพัชรินทร เป็นหัวหน้าชุดนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จำเลยที่ 1 ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) อยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  โดย ร.อ.ธนนันท์ ขณะเกิดเหตุเป็นรองผู้บังคับกองร้อยรถถัง กองพันทหารม้าที่ 6ฯ อยู่ในชุดที่เข้าตรวจค้นจับกุมดังกล่าวด้วย ขณะที่ ส.อ.สังวาลย์ เป็นหัวหน้า รปภ. ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยฯ ในขณะนั้น

อัยการทหารจึงแถลงขอเลื่อนการสืบพยานออกไป โดยในนัดหน้าขอนำ ส.อ.สังวาลย์ เข้าเบิกความและถามค้านให้เสร็จก่อน เพราะพยานอยู่ จ.ตาก เดินทางมาศาลลำบาก ส่วนอีก 2 ปาก ค่อยนำมาให้ทนายจำเลยถามค้านในนัดต่อไป

ทนายจำเลยคัดค้าน เนื่องจากพยานทั้งสามเป็นพยานในเหตุการณ์เดียวกัน ต้องถามค้านในนัดเดียวกัน หากถามค้านเฉพาะ ส.อ.สังวาลย์ ในนัดหน้า โจทก์อาจเอาคำถามค้านไปเตรียมพยานอีกสองปากมาตอบคำถามค้านในนัดต่อไป ทำให้ฝ่ายจำเลยเสียเปรียบ

ศาลพิเคราะห์แล้ว ให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์ในนัดนี้ออกไป และให้โจทก์นำ ส.อ.สังวาลย์  มาเบิกความนัดหน้า ในวันที่ 28 เม.ย. 60 ส่วนการซักค้านพยานโจทก์ทั้ง 3 ปาก ดังกล่าว ให้โจทก์นำพยานทั้งสามมาให้ทนายจำเลยซักค้านคราวเดียวกันในนัดต่อไป

คดีขอนแก่นโมเดล ซึ่งอัยการทหารอ้างพยานบุคคลรวม 90 ปาก เริ่มสืบพยานโจทก์นัดแรก เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 59 โดยพยานโจทก์ปากแรกคือ พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผู้สั่งการให้จับกุมจำเลยในคดีนี้ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 8 และผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 8 ซึ่งตั้งขึ้นหลังการรัฐประหาร พ.อ. พยัคฆพล และ ร.อ.ธนศักดิ์ เข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์ปากที่ 2 และ 3 ในวันที่ 23 ธ.ค.59 แต่ทนายจำเลยยังไม่ได้ซักค้าน เนื่องจากหมดเวลาเสียก่อน ศาลจึงนัดให้อัยการนำพยานทั้งสองมาให้ทนายจำเลยซักค้านในวันที่ 20 ก.พ. 60 แต่วันนัดดังกล่าว พ.อ. พยัคฆพล ป่วย ไม่มาศาล จึงเลื่อนการซักค้านมาเป็นวันที่ 24 มี.ค.นี้ พร้อมทั้งนัด ส.อ.สังวาลย์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์จับกุมจำเลยที่ 1 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยฯ เช่นเดียวกัน มาเบิกความ แต่แล้วก็ต้องเลื่อนออกไปอีก

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 23 พ.ค.57 หลังคณะรัฐประหารเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพียง 1 วัน กำลังทหารจากกรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย จ.ขอนแก่น ได้เข้าตรวจค้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และที่โรงแรมชลพฤกษ์เลคไซด์ และจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายคน วันต่อมา พล.ต.ธวัช สุกปลั่ง รองแม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ต.ศักดา เปรุนาวิน ผู้บัญชาการกองพลทหารที่ 3 ร่วมกันแถลงข่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีจะออกปฏิบัติการ “ขอนแก่นโมเดล” ในลักษณะกวนเมืองขอนแก่น จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า ที่หมู่บ้านชลพฤกษ์ ในอำเภอเมืองขอนแก่น ได้มีกลุ่มดังกล่าวประชุมร่วมกัน พล.ต.ศักดา จึงได้นำกำลังเข้าทำการตรวจค้น และจับกุมผู้ต้องหาที่มาประชุมร่วมกันในที่ดังกล่าวได้ 23 คน พร้อมของกลาง ได้แก่ บัตรประจำตัว “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” 2 ใบ, โทรศัพท์มือถือ 25 เครื่อง, แท็บเล็ต 2 เครื่อง, วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง, มีดสปาต้า 1 เล่ม, มีดปลายปืน 2 เล่ม, ลูกระเบิดขว้าง 2 ลูก, ลูกระเบิดปิงปอง 1 ลูก, ลูกระเบิดควัน เอ็ม 18 จำนวน 1 ลูก, แม็กกาซีนปืน 2 อัน, กระสุนปืนพกขนาด 9 มม. 202 นัด, 11 มม. 154 นัด, กระสุนปืนลูกซอง 15 นัด, ถังแก๊ส 2 ใบ, ไขควง 3 อัน, ค้อน 2 ตัว, กุญแจมือ 8 อัน, เสื้อเกราะ 1 ตัว, ผ้าพันคอสีแดงประมาณ 300 ผืน, เสื้อยืดสีขาวประมาณ 100 ตัว, ป้ายไวนิลสีแดงขนาดใหญ่จำนวน 3 ผืน เอกสารเป็นแผนภูมิวางระเบิดในภาคใต้ แผนผังทำวงจรระเบิดในเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น, ภาพฝึกอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ จากนั้น วันที่ 12 มิ.ย. 57 ทหารและตำรวจ ร่วมกันแถลงข่าวว่า มีการจับกุมต่อเนื่องผู้ต้องหาในคดี “ขอนแก่นโมเดล” รวมทั้งสิ้น 25 ราย และตรวจยึดอาวุธเพิ่มเติมได้อีกในท่อประปาภูเขา บริเวณป่าละเมาะที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์

จำเลยขณะยังไม่ได้รับประกันตัว (ที่มาภาพ ประชาไท)

หลังการจับกุม ผู้ต้องหาถูกส่งไปควบคุมตัวที่กรมทหารราบที่ 8 เป็นเวลา 7 วัน ก่อนถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และขังที่เรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น โดยอัยการศาล มทบ.23 ส่งฟ้องต่อศาล มทบ.23 ในวันที่ 22 ส.ค.57 จากนั้น ในเดือน ต.ค. 57 – ก.พ.58 ศาลทยอยให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 26 คน อย่างไรก็ตาม ปลายเดือน พ.ย.58 จ.ส.ต.ประธิน ถูกจับอีกครั้งและถูกนำไปควบคุมตัวใน มทบ.11 ก่อนถูกออกหมายจับพร้อมจำเลยขอนแก่นโมเดลอีก 3 คน และคนอื่น ๆ รวม 9 คน ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีการแถลงข่าวว่า ทั้งหมดเตรียมการก่อเหตุในกิจกรรม Bike for Dad และเชื่อมโยงว่าเป็นขบวนการเดียวกับ “ขอนแก่นโมเดล” จนสื่อมวลชนเรียกขานกรณีดังกล่าวว่า “ขอนแก่นโมเดล 2” ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมในกรณีดังกล่าว รวม 6 คน ปัจจุบันถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลาง และเรือนจำพิเศษจังหวัดขอนแก่น โดยไม่ได้รับการประกันตัว

อย่างไรก็ตาม   จำเลยคดีขอนแก่นโมเดลบางคนให้ข้อมูลกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า ในวันเกิดเหตุ พวกเขาตั้งใจมาประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลเรื่องการปลูกพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ คือ ดาวอินคา แต่กลับถูกบุกเข้าจับกุม โดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่สอบปากคำ โดยกล่าวถึง “ขอนแก่นโมเดล” นั้น พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และการถูกควบคุมในค่ายทหาร 7 วัน แม้ไม่ถูกทำร้ายร่างกาย แต่ได้รับการปฏิบัติที่กดดันต่อสภาพร่างกายและจิตใจอย่างมาก หลังได้รับการประกันตัว จำเลยบางคนและครอบครัวยังถูกทหารติดตามพฤติกรรมอยู่โดยตลอด โดยเข้าไปพบที่บ้านหรือที่อื่นประมาณอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ฉก.ร.8 ผู้สั่งการจับกุมจำเลย ‘ขอนแก่นโมเดล’ เข้าตอบคำถามค้านทนายจำเลยนัดที่สอง

ขอนแก่นโมเดลยังไม่เริ่มสืบพยาน ศาล มทบ.23 เลื่อนตรวจพยานหลักฐานอีก

ศาลทหาร-ศาลจังหวัดขอนแก่นเห็นพ้อง ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดี ‘ขอนแก่นโมเดล’ พร้อมชี้ รธน.57 รับรองประกาศ คสช.