ทนายความ ‘ไผ่’ จตุภัทร์ ยื่นอุทธรณ์ถึงศาลอุทธรณ์ภาค 4 ค้านคำสั่งไม่ให้ประกันตัวของศาลจังหวัดขอนแก่น  และขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากจะมีการเริ่มพิจารณาคดีในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ หากศาลไม่ปล่อยตัวชั่วคราว อาจะส่งผลกระทบต่อการสู้คดีของไผ่ได้

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 60 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ทนายความเข้ายื่นอุทธรณ์ถึงศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อคัดค้านคำสั่งศาลจังหวัดขอนแก่นลงวันที่ 21 มี.ค. 60 ที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัว ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนักกิจกรรมกลุ่มดาวดิน และขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จำเลยในคดีหมิ่นพระมหากษัตริย์ฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีแชร์ข่าว “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย” จากเว็บข่าว BBC Thai โดยคำสั่งไม่ให้ประกันดังกล่าวระบุว่า แม้จำเลยจะอ้างเหตุเพื่อปฏิบัติตัว แต่จากพฤติการณ์แห่งคดี เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง และศาลอุทธรณ์ภาค 4 เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว  (อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่นี่) โดยอุทธรณ์ดังกล่าวขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลจังหวัดขอนแก่น  และอนุญาตให้จำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี

ต่อมา ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ดังกล่าวเพื่อส่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาต่อไป

ด้านทนายความของไผ่ ให้เหตุผลในการยื่นอุทธรณ์ในครั้งนี้ว่า เนื่องจากปัจจุบันมีเหตุเปลี่ยนแปลงแล้ว และสืบสวนเสร็จแล้วเพราะโจทก์ได้สั่งฟ้องแล้ว อีกทั้ง หากศาลไม่ปล่อยตัวไผ่ อาจส่งผลกระทบต่อการสู้คดี ทำให้ไผ่ไม่สามารถปรึกษาหารือ เตรียมพยานหลักฐานการต่อสู้กับทนายได้อย่างเต็มที่  เนื่องจากนัดสืบพยานอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

คดีนี้ พนักงานอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 4 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดขอนแก่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุภัทร์ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น เป็นคดีหมายเลขดำที่ 301/2560 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 และ 14 (3) โดยจตุภัทร์ให้การปฏิเสธ และศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 3-4, 15-17 ส.ค. 60 สืบพยานจำเลยในวันที่ 30-31 ส.ค. และ 5-7 ก.ย. 60

หลังการถูกจับกุม ไผ่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลา 18 วัน ก่อนถูกถอนประกัน หลังจากนั้น ทนายได้ยื่นประกันทั้งหมด 8 ครั้ง อุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกัน 1 ครั้ง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ปัจจุบันไผ่ถูกขังในคดีนี้มาแล้ว 103 วัน ขณะที่ยังไม่มีคำพิพากษาว่าได้กระทำผิด

ทั้งนี้ คำร้องอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งไม่ให้ประกันจตุภัทร์ของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ระบุเหตุผลโดยสรุป ดังนี้

  1. การที่ศาลขอนแก่นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งตั้งแต่ตอนแรกนั้นเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เนื่องจากจำเลยได้กำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตัวโดยจะไม่กระทำการอันใดให้ถูกถอนประกันอีก และในชั้นระหว่าพิจารณาคดี เหตุผลในการควบคุมตัวได้เปลี่ยนแปลงไปจากชั้นสอบสวนแล้ว เนื่องจากโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลทำให้จำเลยไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
  2. เนื่องจากมีกำหนดสืบพยานในเดือนสิงหาคมและกันยายนที่จะถึงนี้ หากไม่ได้รับการปล่อยตัวจะทำให้มีอุปสรรคในการหารือเพื่อเตรียมการต่อสู้คดีกับทนายความเป็นอย่างมาก หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยจะได้มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และทำให้จำเลยได้เข้าถึงความยุติธรรมโดยเสมอภาค ทั้งนี้ เนื่องจากจำเลยไม่ได้มีพฤติกรรมร้ายแรงถึงขนาดต้องคุมขัง ซึ่งเป็นการลงโทษไว้ล่วงหน้าโดยยังไม่ได้ถูกตัดสินว่ากระทำความผิด
  3. การที่ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัว ยังขัดต่อเจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งมุ่งให้โอกาสจำเลยในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด อีกทั้งคดีนี้แม้จะเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคง แต่พฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดไม่ได้ร้ายแรงจนถึงขั้นจะไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งข้อกล่าวหานั้นเป็นพียงการแชร์ข่าวจากเว็บไซต์บีบีซีไทย โดยจำเลยไม่ได้คิดและเขียนข้อความนั้นด้วยตนเองและไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ข้อความข่าวก็มีการแชร์ถึงสองพันกว่าคนและไม่ได้มีการดำเนินคดีกับบุคคลอื่นและเว็บไซต์ข่าวบีบีซีไทยด้วย จำเลยในคดีอื่นซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันนี้หรือในข้อหาร้ายแรงอื่นๆ  ก็ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวได้ หากศาลได้ยึดมั่นตามหลักการและรับรองสิทธิในการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยความยุติธรรมทั่วกันแล้ว  จำเลยย่อมได้รับสิทธิดังกล่าวนั้นดังเช่นจำเลยในคดีอื่นโดยเสมอกัน  จึงจะถือว่าเป็นการไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
  4. จากเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์เป็นเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐ เป็นการเลือกปฏิบัติกับจำเลยเพียงเพราะจำเลยแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เนื่องจากจำเลยเคยมีการแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างเปิดเผย  แต่การกระทำดังกล่าวก็ล้วนแล้วแต่เป็นไปโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธและไม่ได้มีลักษณะยั่วยุ ปลุกปั่น หรือปลุกระดมไม่ให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง เหตุที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวดังกล่าวจึงไม่เป็นธรรมกับจำเลย และเป็นการเลือกปฏิบัติเนื่องจากจำเลยไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารอย่างชัดแจ้ง  เพราะจำเลยไม่ได้มีแนวโน้มที่จะกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาในคดีนี้อีกแต่อย่างใด ทั้งยังอาจเป็นการพิพากษาลงโทษจำเลยเนื่องจากจำเลยแสดงความเห็นในเฟซบุ๊ค ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาหรือคำฟ้องคดีนี้แต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ไผ่’ ยื่นอุทธรณ์ถึงศาลอุทธรณ์ภาค 4 หลังศาลขอนแก่นไม่ให้ประกันแล้ว 6 ครั้ง

ครอบครัวผิดหวังอีก ศาลขอนแก่นไม่ให้ประกัน ‘ไผ่ ดาวดิน’ ครั้งที่ 7

กระบวนการยุติธรรมกับการจำกัดเสรีภาพ ‘ไผ่ ดาวดิน’: ประมวลคดี 112 ‘ไผ่’ ก่อนถึงวันสิ้นปี 59