ศาลทหารเชียงราย นัดตรวจพยานหลักฐานโจทก์และจำเลย ในคดีของนายสราวุทธิ์ (สงวนนามสกุล) ช่างตัดแว่นตาในจังหวัดเชียงราย ข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ก่อนจะกำหนดวันนัดสืบพยานปากแรก ในวันที่ 12 มิ.ย. 60

11 เม.ย. 60 เวลา 10.30น.  ทนายจำเลยและอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 37 จึงได้ตรวจพยานของคู่ความ โดยที่ฝ่ายโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานขอนำพยานบุคคลเข้าสืบ จำนวน 10 ปาก พร้อมทั้งส่งพยานเอกสารจำนวน 17 รายการ ส่วนฝ่ายจำเลยได้ขอนำพยานเข้าสืบ จำนวน 4 ปาก พร้อมส่งเอกสารที่จะใช้ต่อสู้ในคดีจำนวน 2 รายการ  คู่ความทั้งสองฝ่ายใช้เวลาในการตรวจพยานหลักฐานประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะได้จะได้กำหนดวันนัดหมายสืบพยานโจทก์ปากแรก ในวันที่ 12 มิ.ย. 60 

ภายหลังการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ทางทนายความของจำเลย ได้กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้ในคดีนี้ว่า จะขอต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ได้ฟ้อง อีกทั้งจากที่ได้ตรวจดูพยานหลักฐานของโจทก์แล้ว ก็ยังไม่พบหลักฐานที่ชี้ได้ว่า จำเลยได้กระทำความผิดจริงหรือไม่

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 60 ตุลาการศาลทหาร ได้ขึ้นนั่งพิจารณาเพื่อถามคำให้การนายสราวุทธิ์จำเลย ตามคำฟ้องของอัยการที่ระบุว่า  เมื่อวันที่ 21 ก.ค.59 จำเลยได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย องค์รัชทายาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ราชวงศ์จักรี  โดยการโพสต์พระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งมีจำนวน 2 ภาพ เรียงต่อกันซ้ายและขวาในลักษณะเปรียบเทียบให้เห็นว่าภาพด้านซ้ายซึ่งเป็นภาพของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ในอิริยาบถเป็นการส่วนพระองค์ ลักษณะทรงยืนรับการถวายความเคารพจากเจ้าหน้าที่ คู่กับสุภาพสตรีไม่ทราบว่าเป็นบุคคลใด กับภาพด้านขวาที่ทับซ้อนกับภาพด้านซ้าย บางส่วนเป็นพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า “ทรงพระเท่มากพะยะค่ะ” ในบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว    โดยนายสราวุทธิ์ ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอต่อสู้คดีต่อศาลทนายความของจำเลยจึงได้แถลงขอให้มีการนัดตรวจพยานหลักฐาน ก่อนที่จะเริ่มการสืบพยานในคดี ศาลจึงได้อนุญาต (อ่านข่าวก่อนหน้า)

ภาพนายสราวุทธิ์ขณะประกอบอาชีพตัดแว่นสายตา

นายสราวุทธิ์ ปัจจุบันอายุ 32 ปี เปิดกิจการรับตัดแว่นและขายแว่นสายตาในจังหวัดเชียงราย เขาและภรรยามีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 5 ปี และคนเล็กอายุ 6 เดือน สราวุทธิ์เคยเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงในช่วงปี 2553 แต่ไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้สังกัดกลุ่มใด โดยมากเป็นการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ โดยตลอดสองปีกว่าที่ผ่านมาหลังการรัฐประหาร สราวุทธิ์ถูกเรียกตัวเข้าพูดคุยในค่ายทหารและถูกเจ้าหน้าที่เดินทางไปพบที่บ้านมากกว่า 10 ครั้ง  และยังเคยถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช.ที่ 7/2557 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง จากกรณีที่สราวุทธิ์ได้ไปชูป้ายในพื้นที่เชียงราย เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้ทำกิจกรรมกินแมคโดนัลด์ต้านรัฐประหารที่ถูกคุมตัวไปภายในค่ายทหาร คดีนี้ศาลทหารได้พิพากษาให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้เป็นเวลา 1 ปี

 

 

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

ศาลทหารไม่ให้ประกันคดี 112 ช่างตัดแว่นเชียงรายโพสต์ภาพพระบรมฯ

ศาลทหารไม่ให้ประกันตัวคดี 112 ‘ช่างตัดแว่นพ่อลูกอ่อน’ ครั้งที่ 3

ศาลทหารอนุญาตให้ประกันตัว ‘สราวุทธิ์ ช่างตัดแว่นเชียงราย’ คดีม.112 หลังนอนคุก 38 วัน

อัยการทหารสั่งฟ้องคดี ม.112 “ช่างตัดแว่นตาเชียงราย” ต่อศาลทหารแล้ว

คดี ม.112 “ช่างตัดแว่นตาเชียงราย” ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอต่อสู้คดีถึงที่สุด