ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกประกาศกระทรวงเรื่อง การงดเว้นการติดต่อกับบุคคลบนสื่ออินเทอร์เน็ต ลงวันที่ 12 เม..60 โดยระบุว่า “ด้วยศาลอาญา ได้มีคำสั่งให้ระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันไม่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.. 2550 จึงขอให้ประชาชนโดยทั่วไปงดการติดตาม ติดต่อ เผยแพร่ หรือกระทำอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการเผยแพร่ เนื้อหา ข้อมูล ของบุคคลตามประกาศนี้บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อมิให้เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.. 2550 ทั้งเจตนาและไม่เจตนา ดังนี้(ต้นฉบับของประกาศอยู่ข้างท้ายข้อสังเกต)

  1. นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
  2. นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
  3. Mr.Andrew Macgregor Marshall

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตต่อประกาศฉบับดังกล่าวต่อไปนี้

  1. การจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นไม่สามารถกระทำได้ ยกเว้นแต่การกำหนดโดยกฎหมาย ประกาศฉบับดังกล่าวซึ่งมีเนื้อหาเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนให้เลิกการติดตาม ติดต่อ เผยแพร่ข้อมูลของบุคคลทั้งสามนั้นกลับไม่มีการอ้างถึงฐานที่มาของอำนาจตามกฎหมายระบุไว้ ศูนย์ทนายความฯเห็นว่าประกาศดังกล่าวเป็นเพียงแต่การ “สื่อสาร” ของกระทรวงดิจิทัลต่อสาธารณชนเท่านั้น แต่ไม่ได้มีฐานะเป็น “กฎ” หรือ “คำสั่ง” ซึ่งจะมีสภาพบังคับต่อประชาชนแต่อย่างใด
  2. การระบุถึงเหตุในการออกประกาศดังกล่าวมีลักษณะที่ไม่ชัดเจน “คำสั่งของศาลอาญาให้ระงับการเผยแพร่ข้อมูลข้อมูลคอมพิวเตอร์อันไม่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.. 2550” นั้นเป็นข้อความซึ่งประชาชนทั่วไปไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าศาลมีคำสั่งต่อ “ข้อเท็จจริง” ใดที่เกิดขึ้น อีกทั้งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.. 2550 ก็ไม่ได้ให้อำนาจศาลสั่งให้ประชาชนเลิกติดตามหรือติดต่อบุคคลใดได้
  3. การติดตาม หรือติดต่อบุคคลใดนั้นไม่ได้เป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายใด ประชาชนย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกได้ ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลนั้นจะเป็นความผิดต่อกฎหมายหรือไม่นั้นจะต้องพิจารณาจาก “เนื้อหา” ที่เผยแพร่ แต่กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าการเผยแพร่ข้อมูลจากตัวบุคคลใดจะเป็นความผิดเสมอ ประชาชนทั่วไปย่อมมีวิจารณญานในการรับและเผยแพร่ข้อมูลจากบุคคลใดๆได้
  4. การกระทำความผิดตามกฎหมายอาญานั้นต้องเป็นการกระทำโดยเจตนาเท่านั้น หากเป็นการกระทำโดยไม่เจตนาแล้วโดยหลักแล้วไม่เป็นความผิด ยกเว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้การกระทำโดยประมาทนั้นเป็นความผิด อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.. 2550 นั้นไม่มีการกำหนดฐานความผิดเกี่ยวกับการกระทำโดยประมาทไว้แต่อย่างใด


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง การงดเว้นการติดต่อกับบุคคลบนสื่ออินเทอร์เน็ต นั้นเป็นข้อเสนอแนะที่สร้างความสับสนต่อประชาชนทั่วไป ทำให้ประชาชนหวาดกลัวที่จะใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และเนื้อหาตามประกาศดังกล่าวยังขัดต่อรัฐธรรมนูญและพันธกรณีตามกติการะกว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกไว้

ประกาศฉบับเต็ม