ตามที่สื่อมวลชน รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว บุคคลผู้ต้องสงสัยว่าเผาทำลายซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ร.9 จนทำให้เกิดความเสียหาย ที่อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 พ.ค. จำนวน 4 ราย จากผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 6 ราย ได้แก่ นายจิรายุ, นายรัฐธรรมนูญ, นายอัครพงษ์ และเยาวชนอายุ 14 ปี โดยทั้งหมดได้ถูกควบคุมตัว ไปสอบสวนที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่กรุงเทพมหานครนั้น ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีความเห็นดังต่อไปนี้

  1. การควบคุมตัวตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/58 เป็นระยะเวลา ไม่เกิน 7 วัน โดยที่บุคคลผู้ถูกควบคุมตัวไม่สามารถติดต่อญาติ หรือทนายความได้ และส่วนใหญ่ถูกควบคุมตัวโดยไม่เปิดเผยสถานที่ ถือเป็นการควบคุมตัวโดยพลการ อันขัดต่อข้อ 9 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม  ในการที่รัฐจะต้องรับรองเสรีภาพและความปลอดภัยของร่างกาย บุคคลจะถูกจับกุมหรือควบคุมโดยอำเภอใจมิได้ และบุคคลที่ถูกจับกุมจะต้องได้รับแจ้งถึงเหตุและข้อหาที่ถูกจับกุมโดยพลัน  ทั้งนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติยังได้มีข้อสังเกตเชิงสรุป (Concluding Observation) ต่อรายงานฉบับที่สองของประเทศไทย ในประเด็นการควบคุมตัวบุคคลว่า “ ไทยควรจะปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวโดยพลการโดยทันที และจัดให้พวกเขาเข้าถึงการเยียวยาอย่างเต็มที่”
  1. กรณีการควบคุมตัวเยาวชนอายุ 14 ปี ไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นค่ายทหารนั้น ยังเป็นการละเมิดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตามข้อ 37 และ 40 ซึ่งรับรองว่าจะไม่มีเด็กคนใดถูกริดรอนเสรีภาพโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยพลการ การจับกุมหรือคุมขังจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ใช้เป็นมาตรการสุดท้ายและในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เด็กทุกคนจะต้องแยกควบคุมตัวจากผู้ใหญ่และมีสิทธิได้รับการติดต่อครอบครัวและการเยี่ยมเยียน  และได้รับแจ้งข้อหาทันทีและโดยตรง และจะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายหรือทางอื่นที่เหมาะสม

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนกังวลถึงการควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมตัวเด็กอายุ 14 ปี ซึ่งจำเป็นต้องกระบวนการที่เหมาะสมอันแตกต่างจากผู้ใหญ่

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียกร้องเจ้าหน้าที่รัฐให้มีการตรวจสอบการควบคุมตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวและปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยมิชอบในทันทีในกรณีมีการควบคุมตัวเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ หากกลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องหาว่ากระทำความผิดใดตามประมวลกฎหมายอาญาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ชอบที่จะดำเนินการจับกุมและแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553

ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน