ศุกร์ที่ 16 มิ.ย.2560 ศาลทหารจะมีนัดสืบพยานคดีของน.ส.พัฒน์นรี หรือ “แม่จ่านิว” ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์มาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 จากการถูกกล่าวหาว่าได้มีการพูดคุยกับนายบุรินทร์เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ด้วยการส่งข้อความในเฟซบุ๊ก(inbox)

คดีนี้เริ่มขึ้นภายหลังจากที่นายบุรินทร์ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 27เม.ย.2559 จากการเข้าร่วมกิจกรรม “ยืนเฉยๆ” กับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ แต่กลับถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา มาตรา 112 และ มาตรา 14 (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 จากการถูกเจ้าหน้าที่ทหารติดตามการโพสต์ในเฟซบุ๊กและการแชท ภายหลังนายบุรินทร์ถูกอัยการทหารฟ้องว่าได้แชทกับ น.ส.พัฒน์นรีเมื่อ 12 มี.ค.2559 และมีการพิมพ์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของตนเมื่อ 27 เม.ย.2559 รวมทั้งหมด 2 กรรม

ทั้งนี้ในส่วนของน.ส.พัฒน์นรีได้รับหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาจาก ปอท. จึงเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในวันที่ 6พ.ค.2559พนักงานสอบสวนได้แจ้งตามข้อหาที่กล่าวไปข้างต้นโดยบรรยายพฤติกรรมที่กระทำความผิดว่า นายบุรินทร์ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ไปก่อนหน้านี้ได้ลงข้อความผ่านเฟซบุ๊กที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่มารดาจ่านิวไม่ได้ห้ามปราม ตำหนิ หรือต่อว่าให้หยุดการกระทำดังกล่าว จึงถือว่ามีส่วนร่วมกับนายบุรินทร์ในการโพสต์ข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร (อ่าน ที่นี่)

จากนั้น13 ก.ค.59 พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง พนักงานสอบสวน ปอท. ได้ยื่นคำร้องขอยกเลิกฝากขังในคดีของน.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ ‘จ่านิว’ ในข้อหาความผิดตามมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา(อ่าน ที่นี่)

แต่เมื่อสำนวนถึงอัยการทหารกลับมีความเห็นสั่งฟ้องบุรินทร์ อินตินผู้ต้องหาที่ 1และน.ส.พัฒน์นรี ผู้ต้องหาที่ 2(อ่าน ที่นี่)

ทั้งนี้นายบุรินทร์ซึ่งเป็นคู่คดีได้ให้การรับสารภาพไปเมื่อวันที่ 24 ม.ค.2560 ศาลจึงได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 27 ม.ค. ศาลพิพากษาลงโทษกรรมแรกจากการจากการแชทจำคุก 7 ปี เพิ่มโทษ 1 ใน 3 เป็น 9 ปี 4 เดือน กรรมที่สองจากการพิมพ์ข้อความในเฟซบุ๊กจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษ 1ใน 3 เป็น 13 ปี 4 เดือน รวมเป็น 22 ปี 8 เดือน แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง กรรมแรกจึงเหลือ 4 ปี 8 เดือน ส่วนกรรมที่สองเหลือ 6 ปี 8 เดือน รวมแล้วเหลือจำคุก 10 ปี 16 เดือน(อ่าน ที่นี่)

แต่ในส่วนของน.ส.พัฒน์นรีเลือกที่จะสู้คดีโดยให้การปฏิเสธมาโดยตลอดตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นศาลจึงนำมาสู่การสืบพยานที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ แต่ในนัดสอบคำให้การศาลได้มีคำสั่งพิจารณาลับโดยอนุญาตเฉพาะอัยการ จำเลย และทนายความ อยู่ในห้องพิจารณาเท่านั้น (อ่าน ที่นี่)