5 ก.ค. 2560 ตามที่ประชาไทรายงานเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2560 ว่า กิมเพียว แซ่ตั้ง ให้ข้อมูลว่า เจริญชัย แซ่ตั้ง น้องชายวัย 60 ปี นักเคลื่อนไหวผู้เรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ มาตรา 112 ถูกเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนกว่าสิบนายและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบสวมหน้ากากอนามัย บุกเข้าทำการจับกุมที่บ้านพักย่านดาวคะนอง กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 1 ก.ค. 2560

กิมเพียว แซ่ตั้ง ผู้พี่ชายเล่าว่า ในวันที่ทหารเข้าทำการจับกุม หัวหน้าชุดจับกุมไม่ได้แสดงหมายจับหรือหมายค้นแต่อย่างใด แต่อ้างว่าใช้อำนาจตาม มาตรา 44 และอ้างว่าเป็นการนำตัวไปปรับทัศนคติเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นจับกุมบางส่วนใส่หน้ากากอนามัยปิดปากเอาไว้

นอกจากจับตัวเจริญชัยไปแล้ว กิมเพียวให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือทั้งของเจริญชัยและของเขาไปด้วย ก่อนนำโทรศัพท์ของเขาและน้องสาวมาคืนในเย็นวันอาทิตย์ที่ 2 ก.ค. 2560 และบอกว่าหากไม่มีอะไรก็จะปล่อยตัวเจริญชัยกลับบ้าน

ทั้งนี้ จากการติดตามกับทาง สน.บุคคโล ทราบว่า ทหารได้นำตัวเจริญชัยมาทำบันทึกการเชิญตัวที่สถานีตำรวจ โดยระบุเหตุผลว่า เจริญชัยมีการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อความผิดมาตรา 112 และจะนำตัวเจริญชัยไปที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11)

วันนี้ จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากกิมเพียวซึ่งไปติดต่อขอพบเจริญชัยที่ มทบ.11 ทราบว่า นายทหารนอกเครื่องแบบซึ่งลงมารับเรื่อง แจ้งว่าเจริญชัยถูกควบคุมอยู่ที่ มทบ.11 จริง แล้วนำภาพถ่ายขณะที่เจริญชัยรับประทานอาหารให้กิมเพียวดู แต่ไม่อนุญาตให้ได้พบเจริญชัย

นับเป็นเวลากว่า 5 วันที่เจริญชัยถูกทหารควบคุมตัวไปจากบ้าน แม้จะมีคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ว่าเจริญถูกควบคุมตัวอยู่ที่ มทบ.11 แต่ก็ยังไม่มีบุคคลอื่นได้พบจนสามารถยืนยันได้ว่าเจริญชัยถูกควบคุมตัวอยู่ที่นี่ และไม่ถูกกระทำอันตรายใดๆ จริง ซึ่งการควบคุมตัวบุคคลให้ค่ายทหารโดยไม่เปิดโอกาสให้บุคคลอื่นได้พบเช่นนี้ ทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวเสี่ยงที่จะถูกซ้อมทรมาน