วันนี้(21ส.ค.2560) ศาลทหารมีนัดสืบพยานพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พยานปากแรกและเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีนักกิจกรรมพลเมืองโต้กลับจากการทำกิจกรรม เลือกตั้งที่(รัก)ลัก เมื่อวันที่ 14ก.พ.2558 แต่อัยการแจ้งว่าพยานติดราชการด่วนทำให้ไม่สามารถมาเบิกความในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนนัดสืบพยานปากนี้ออกไปก่อน โดยในนัดวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (25ส.ค.2560) จะขอเลื่อนสืบพยานลำดับที่ 2-3ก่อน

ทั้งนี้นายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 1 และเป็นทนายความจำเลยในคดีนี้ด้วยได้ถามอัยการทหารว่าทางพยานได้มีการทำหนังสือชี้แจงหรือไม่ว่าราชการด่วนที่พยานอ้างเป็นเรื่องอะไร ทั้งนี้อัยการทหารแจ้งว่าเป็นเพียงการแจ้งทางโทรศัพท์เท่านั้นและพยานก็ไม่ได้บอกว่าราชการด่วนดังกล่าวเป็นเรื่องอะไร นายอานนท์ได้ชี้แจงว่าการที่พยานไม่มาเบิกความต่อศาลทำให้คดีล่าช้าและทำให้จำเลยต้องมีค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น และหากพยานไม่มาตามหมายเรียกก็ควรมีการติดตามหรือออกหมายจับ

ตุลาการศาลทหารกล่าวว่าเรื่องการติดตามพยานศาลเองก็พยายามดูให้ ถ้าพยานจงใจหลบเลี่ยงไม่มาเบิกความศาลก็มีมาตรการอยู่แล้ว

ตุลาการศาลทหารให้เลื่อนการสืบพยานปากนี้ออกไป โดยในนัดวันที่ 25ส.ค.2560 นี้ซึ่งเดิมมีนัดสืบพยานอยู่แล้วให้นำพยานลำดับที่ 2-3 เข้าสืบก่อน

นายอานนท์ แถลงต่อศาลว่าวันนี้ได้ยื่นคำร้องขอให้ตุลาการศาลทหารระบุชื่อและชั้นยศในเอกสารรายงานกระบวนพิจารณาคดีด้วย เพราะจำเลยเห็นว่าการพิจารณาคดีต้องเป็นไปโดยเปิดเผย และในเมื่อเรื่องการระบุชื่อตุลาการศาลทหารไม่มีระบุอยู่ใน กฎหมาย กฎและข้อบังคับตามกฎหมายของฝ่ายทหารจึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม ตามมาตรา45ในพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498

นอกจากนั้นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 10 ยังบัญญัติว่าทุกคนมีสิทธิโดยเสมอภาคเต็มที่ในการได้รับพิจารณาคดีที่เป็นธรรมและเปิดเผยจากศาลที่เป็นอิสระและเที่ยงธรรมในการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของตนและการกระทำผิดอาญาใดๆ ที่ตนถูกกล่าวหา และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 14(1) ยังบัญญัติไว้ด้วยว่า บุคคลทั้งปวงย่อมเสมอกันในการพิจารณาของศาลและคณะตุลาการในการพิจารณาคดีอาญาซึ่งตนต้องหาว่ากระทำผิดหรือหรือการพิจารณาเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตน บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิได้รับการพิจารณาอย่างเปิดเผยและเป็นธรรมโดยคณะตุลาการซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีอำนาจ มีความเป็นอิสระและะเป็นกลาง ซึ่งให้การรับรองกระบวนการพิจารณาอย่างเปิดเผยและเป็นกลางและโดยตุลาการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบ

ในกรณีการคัดค้านตุลาการศาลทหาร กฎหมาย กฎและข้อบังคับตามกฎหมายของฝ่ายทหารก็ไม่มีบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ศาลทหารฯ ได้ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับ

อีกทั้งตามหลักความรับผิดชอบต่อกระบวนพิจารณาในศาล การที่ตุลาการไม่ระบุชื่อและยศจริงในรายงานกระบวนพิจารณาและคำพิพากษา เป็นการตัดสิทธิในการร้องเรียนหรือร้องขอความเป็นธรรมหรือร้องขอเปลี่ยนตัวตุลาการในการพิจารณาคดี

จำเลยที่ 1 จึงเห็นว่าตนมีสิทธิในการทราบชื่อชั้นยศของตุลาการเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกระบวนพิจารณา และการที่ตุลาการศาลทหารระบุชื่อย่อมทำให้การพิจารณาเปิดเผยและเป็นธรรม ตรวจสอบได้อันแสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ยุติธรรมแห่งการใช้อำนาจตุลาการที่คู่ความหรือประชาชนสามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้ตุลาการศาลทหารกล่าวว่าเนื่องจากในเรื่องนี้มีรายละเอียดอยู่จึงจะนำไปพิจารณา แต่โดยปกติแล้วก่อนการพิจารณาคดีใดก็มีการตรวจสอบองค์คณะตุลาการฯก่อนอยู่แล้วว่าตุลาการศาลทหารแต่ละท่านมีความเกี่ยวข้องกับคดีที่พิจารณาหรือไม่อย่างไร

หลังเสร็จสิ้นการพิจารณาคดีศาลนัดสืบพยานปากลำดับถัดไปในวันที่ 25 ส.ค.2560 นี้

ในคดีนี้นายอานนท์ นำภา, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว), นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, และนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ จำเลยข้อหาชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ขัดประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 จากการจัดกิจกรรม เลือกตั้งที่ (รัก) ลัก ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ เมื่อวันที 14ก.พ.2558 เพื่อรำลึกถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 ที่กลายเป็นโมฆะไป

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ศาลทหารยกคำร้องคดีเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก ชี้ไม่มีช่องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ศาลยุติธรรมเห็นพ้องคดีเลือกตั้งที่(รัก)ลัก อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร

[ประมวลสถานการณ์] งานเลือกตั้งที่ลัก 14 -15 กพ 2558 จับกุมทนายอานนท์ นำภา และนักกิจกรรม