ทนายประเวศ ประภานุกูล ขอถอนทนายก่อนยื่นหนังสือแถลงต่อศาล ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมเนื่องจากเห็นว่าศาลมีส่วนได้เสียในการพิจารณาคดีมาตรา 112  และไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขอปล่อยตัวชั่วคราว ชี้เท่ากับการพิพากษาล่วงหน้าก่อนการฟ้องคดี

วันนี้ (18 ก.ย. 60) เวลาประมาณ 09.00 น. ศาลอาญาเบิกตัวนายประเวศ จำเลยในคดี 112 ข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 10 กรรม, ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จำนวน 3 กรรม, และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว  เพื่อนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐาน

ต่อมาประเวศได้ยื่นคำร้องขอถอนทนายความทั้งสามราย พร้อมกับยื่นหนังสือแถลงต่อศาล 2 ฉบับ ที่เขียนด้วยลายมือของตนเองมาจากเรือนจำ โดย คำร้องระบุว่า ศาลไทยประกาศตนว่ากระทำในพระปรมาภิไธย  ศาลจึงมีส่วนได้เสียในการพิจารณาคดี ทำให้ขาดความเป็นกลางและขาดความชอบธรรมในการพิจารณาคดี ประเวศจึง “ขอประกาศไม่ยอมรับกระบวนการพิจารณาคดีนี้ของศาลไทย โดยศาลอาญา และข้าพเจ้าจะไม่เข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีนี้ โดยไม่ให้การ ไม่แต่งทนายความเข้าดำเนินคดี ไม่ถามค้านพยานโจทก์ ไม่นำสืบพยานจำเลย ไม่ลงชื่อในเอกสารใดๆของศาล”

 

ส่วนคำร้องฉบับที่ 2 ระบุว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากศาลอาญา ในกรณีที่เคยยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 60 ในนัดไต่สวนฝากขัง(อ่านข่าวเพิ่มเติมที่นี่ ) และศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดย คำสั่งคำร้องขอปล่อยตัวของศาลอาญาดังกล่าว เป็นคำสั่งเฉกเช่นเดียวกับคำพิพากษาไปแล้ว โดยถ้อยคำในคำสั่งของศาลที่ว่า “พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว กรณีเป็นการกระทำที่ร้ายแรงต่อสถาบันกษัตริย์” โดยประเวศระบุว่าข้อความดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความคิดเห็นของศาลอาญาว่าตนได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และการกระทำนั้นเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายทั้งที่ยังไม่ได้มีการสืบสวนและยังไม่ได้มีการตัดสินว่าตนได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ เป็นการพิพากษาล่วงหน้าก่อนการฟ้องคดีด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ประเวศยังได้เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เตรียมแถลงการณ์ฉบับที่สามเพื่อยื่นต่อศาลและหนังสือที่จะยื่นถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แต่หนังสือทั้งสองเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำออกมาจากเรือนจำได้

จากนั้นศาลได้อนุญาตให้ประเวศถอนทนายความและได้แจ้งให้ทนายความทราบ หลังจากนั้นฝ่ายโจทก์ได้แถลงว่ามีพยานเอกสาร 20 ฉบับ (เอกสารหมาย จ.1-จ.20) และประสงค์สืบพยานบุคคลรวม 11 ปาก โดยปากที่ 1.เป็นผู้กล่าวหา 2.เป็นผู้สืบสวนหาข้อมูลโปรแกรมเฟสบุ๊คของจำเลย 3.เป็นผู้จับกุมจำเลยตามหมายจับ 4.เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมและการใช้โปรแกรมเฟสบุ๊ค ส่วนพยานปากที่ 5 และที่ 7 เป็นพยานที่จะเบิกความให้ความเห็นเกี่ยวกับถ้อยคำที่จำเลยโพสต์ลงในโปรแกรมเฟสบุ๊ค  พยานปากที่ 8.เป็นผู้ตรวจพิสูจน์คอมพิวเตอร์ และพยานปากที่ 9-11เป็นพนักงานสอบสวน ศาลได้ระบุในรายงานกระบวนพิจารณาแต่ละขั้นตอน ว่าจำเลยไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมและได้นัดสืบพยานโจทก์ทั้งหมด 11 ปาก ในวันที่ 8-10 พ.ค. 61

ทั้งนี้ ประเวศถูกเจ้าหน้าที่ทหารหลายนายเข้าจับกุมจากบ้านพักไปที่มทบ.11 ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. 60 โดยไม่ได้มีการแจ้งหมายจับของศาลแต่อย่างใดและได้ยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินอย่างอื่นไปด้วย ระหว่างการควบคุมตัวที่ค่ายทหารไม่ได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาหรือแจ้งสิทธิและไม่สามารถแจ้งญาติหรือบุคคลอื่นว่าตนเองถูกควบคุมตัวที่ค่ายทหารได้ เป็นเวลา 4วัน จนได้พบพนักงานสอบสวนในวันที่ 3พ.ค. จึงได้รับแจ้งข้อกล่าวหาและทราบว่ามีหมายจับ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลสั่งไม่ปล่อยทนายประเวศ อ้างเป็นการกระทำที่ร้ายเเรงต่อสถาบันฯ

ทนายเตรียมค้านฝากขังทนายประเวศ คดี 112 พฤหัสฯ นี้

ศาลให้ฝากขังทนายประเวศ คดี 112 ต่อครั้งที่ 6 หลังยื่นค้านว่าคุมขังเกินจำเป็น

ทนายประเวศอดข้าวประท้วงใน มทบ.11 – ศาลไม่ให้ประกันสองผู้ต้องหาเพราะกลัวหลบหนี

เปิดรายชื่อเจ้าหน้าที่คุมตัวทนายประเวศ

ทหาร-ตร.คุมตัวคนโพสต์การเมืองจากเชียงใหม่ ส่วนทนายประเวศถูก คสช. เรียก ยังไม่ทราบสถานที่คุมตัวทั้ง 2คน