17ต.ค.2560 อัยการทหารเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ต้องหา8 คนในคดี “พูดเพื่อเสรีภาพ” ต่อศาลทหารมณฑลททหารบกที่ 23 จ.ขอนแก่น ในข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งศาลมีคำสั่งรับฟ้องของโจทก์ในตอนบ่าย จำเลย7 คน ได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล ก่อนมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 7 คน โดยเรียกหลักทรัพย์ประกันตัวเป็นเงินสด คนละ 10,000บาท

ในคำฟ้องของอัยการทหารบรรยายโดยสรุปได้ว่าจำเลยทั้ง 8 คน ได้แก่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน จำเลยที่ 1 นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ จำเลยที่ 2 นายอาคม ศรีบุตตะ จำเลยที่ 3 น.ส.ณัฐพร อาจหาญ จำเลยที่ 4 น.ส.ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ จำเลยที่ 5 น.ส.นีรนุช เนียมทรัพย์ จำเลยที่ 6 นายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ จำเลยที่ 7 และนายเอ(นามสมมติ) จำเลยที่ 8 กับพวกที่ยังไม่ได้นำตัวมาฟ้องและสมัครใจเข้ารับการอบรมจากเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ได้ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. จากการเข้าร่วมกิจกรรม จากกิจกรรม ‘พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน?’ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 59 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในกิจกรรมมีการเชิญชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมโหวตโนและร่วมกันอ่านแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับลงประชามติ 7ส.ค.2559 ซึ่งเป็นการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองที่มีจำนวนตั้งแต่ 5คนขึ้นไป

อัยการทหารยังขอให้นับโทษจำคุกนายจตุภัทร์ต่อจากคดีของศาลจังหวัดขอนแก่น(คดีโพสต์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10) คดีในศาลจังหวัดภูเขียว (คดีแจกเอกสารประชามติ) และคดีในศาล มทบ.23 (คดีชุมนุมครบรอบ1ปี รัฐประหาร) และขอไม่ให้หักวันคุมขังที่ทับซ้อนกับโทษจำคุกคดีในศาลจังหวัดขอนแก่นออกจากโทษจำคุกคดีที่อัยการทหารได้ยื่นฟ้องวันนี้

จำเลย7 คน (ยกเว้นนายจตุภัทร์) ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล แต่ถูกนำตัวไปขังที่ทัณฑสถานพิเศษขอนแก่นระหว่างรอศาลมีคำสั่งว่าจะให้ปล่อยตัวหรือไม่ จากนั้นในเวลาประมาณ 16.30 น. ศาลจึงมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 7 คน โดยเรียกหลักทรัพย์ประกันตัวเป็นเงินสด คนละ 10,000บาท

กิจกรรม ‘พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน?’ จัดขึ้นโดยนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่อีสาน ร่วมกับกลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ ในช่วงก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค. 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและการลงประชามติ ซึ่งในช่วงดังกล่าวมีการจัดงานในลักษณะเดียวกันนี้จากทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางการเรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช. สร้างบรรยากาศการลงประชามติที่ ‘Free and Fair’ คือทุกฝ่ายแสดงความเห็นได้อย่างอิสระและเท่าเทียมกัน แต่มีกิจกรรมนี้เพียงกิจกรรมเดียวที่ผู้จัดงานและผู้เข้าร่วม ตลอดจนผู้สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนถูกดำเนินคดี

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ผู้ต้องหาเตรียมขอความเป็นธรรม หลังตำรวจส่งสำนวนคดี ‘พูดเพื่อเสรีภาพ’ ให้อัยการทหาร

ตำรวจสั่งฟ้อง 10 ผู้ต้องหาคดี “พูดเพื่อเสรีภาพฯ” นัดส่งตัวให้อัยการศาลทหาร

ตร.ยังไม่สรุปสำนวนคดี “พูดเพื่อเสรีภาพ” เลื่อนส่งอัยการทหาร

ผอ.สถาบันสิทธิฯ มหิดล ชี้ ‘พูดเพื่อเสรีภาพ’ เป็นสิทธิพื้นฐานไม่ใช่การชุมนุม

พยานผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมหาชนให้การตร. ชี้ผู้ต้องหาคดี “พูดเพื่อเสรีภาพ” ไม่ได้กระทำผิด

...ประชามติฯ รับรองการจัดเวที “พูดเพื่อเสรีภาพฯ” พยานผู้เชี่ยวชาญให้การตำรวจ

10 ผู้ต้องหาพูดเพื่อเสรีภาพปฏิเสธข้อหา เห็นว่าการพูดเรื่องรัฐธรรมนูญและประชามติเป็นเสรีภาพ

อีกคดี หมายเรียก “ไผ่ ดาวดิน” ขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. กรณีจัดกิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพ