24 ต.ค.60 เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ ผู้ต้องหาในคดีติดป้าย “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” ในงานประชุมไทยศึกษา ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่ออัยการศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ตามการนัดหมาย เจ้าหน้าที่ที่สำนักงานอัยการได้ให้ผู้ต้องหาลงนามรับทราบนัด และนัดให้ผู้ต้องหามารายงานตัวในวันที่ 24 พ.ย. และ 25 ธ.ค. โดยที่ได้ให้ผู้ต้องหาลงนามทราบนัดล่วงหน้าในเดือนพ.ย.เอาไว้ด้วย เพื่อความสะดวกของผู้ต้องหา และให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 25 ธ.ค.60

ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้แก่  ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นางภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลและนักเขียนอิสระ, นายนลธวัช มะชัย นักศึกษาปริญญาตรีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอกคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโทคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถูกกล่าวหาดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากกรณีการติดแผ่นป้ายมีข้อความว่า “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” ที่ฝาผนังห้องประชุมศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.60

 

ภาพขณะผู้ต้องหาคดีติดป้าย “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” เข้ายื่นคำให้การที่ สภ.ช้างเผือก เมื่อวันที่ 1 ก.ย.60 

.

ในการเข้ารายงานตัว ทางผู้ต้องหาทั้งห้าคนยังได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเพิ่มเติมกับทางอัยการศาลแขวง โดยได้ขออ้างพยานบุคคลให้พนักงานสอบสวนได้สอบเพิ่มเติมอีกหนึ่งปาก เพื่อสนับสนุนข้อต่อสู้ของฝ่ายผู้ต้องหา ได้แก่ ดร.อิสระ ชูศรี  อาจารย์ด้านภาษาศาสตร์ จากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทางอัยการได้รับเรื่องเอาไว้

ในการรายงานตัวครั้งนี้ ทางนายธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโท และบรรณาธิการสำนักข่าวประชาธรรม ได้ติดภารกิจในการอบรม ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาได้ แต่ได้ทำหนังสือแจ้งกับทางอัยการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว รวมทั้งในการรายงานตัว ยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าติดตามถ่ายรูประหว่างการรายงานตัวภายในสำนักงานอัยการด้วย

ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาทั้งห้าคนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้ขอให้พนักงานสอบสอนได้สอบพยานนักวิชาการในสาขาต่างๆ เพิ่มเติมจำนวน 5 ปาก ต่อมาทางอัยการแขวงได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบพยานบุคคลเพิ่มเติมได้ และฝ่ายผู้ต้องหาได้ทยอยนำพยานผู้เชี่ยวชาญเข้ายื่นคำให้การในช่วงเดือนที่ผ่านมา จนครบทั้งหมด 5 ปาก ตามที่ร้องขอแล้ว ก่อนจะมีการยื่นขอให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 1 ปาก ในวันนี้

.

สรุปคำให้การของพยานผู้เชี่ยวชาญ

เสรีภาพสำคัญยิ่งสำหรับงานประชุมวิชาการ: เปิดคำให้การ ‘อานันท์ กาญจนพันธุ์’ ในคดีไทยศึกษา

นักวิชาการรัฐศาสตร์-สื่อสารมวลชน เข้ายื่นคำให้การพยานในคดี ‘เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร’

นักวิชาการกฎหมายให้การคดีไทยศึกษา ชี้คำสั่งหน.คสช.3/58 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อมีพ.ร.บ.ชุมนุมฯ

 

สำหรับคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง ซึ่งตามพ.ร.บ.จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวงฯ กำหนดให้อัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดแล้ว ห้ามมิให้อัยการฟ้องคดี ยกเว้นได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดหรืออธิบดีอัยการหรืออธิบดีภาค ซึ่งคดีนี้ ทางอัยการได้ผัดฟ้องมาจนพ้นกำหนดแล้ว จึงต้องมีการขออนุญาตทางอัยการภาคหรืออัยการสูงสุดหากจะฟ้องคดี

ทั้งนี้ คดีนี้มี ร.ท.เอกภณ แก้วศิริ อัยการผู้ช่วยศาลมณฑลทหารบกที่ 33 ได้รับมอบอำนาจจาก พ.อ.สืบสกุล บัวระวงศ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้เข้าแจ้งความร้องทุกข์

 

ประมวล 18 แถลงการณ์-จม.เปิดผนึกทั้งไทยและเทศ ร้องยุติดำเนินคดี 5 ผู้ต้องหาคดีไทยศึกษา