คำให้การพยานปากสุดท้ายระบุ กิจกรรมแสดงออกในลักษณะที่ถูกกล่าวหาว่า ละเมิดอำนาจศาล ชาวบ้านและนักศึกษาได้เคยแสดงออกที่ศาลจังหวัดและศาลปกครองมาก่อน ส่วนคำแถลงปิดคดี ยืนยันเสรีภาพการแสดงออกโดยสงบ สันติวิธี อีกทั้งวิจารณ์ทหาร ไม่ได้วิจารณ์ศาลขอนแก่น กิจกรรมดังกล่าวที่ทำภายนอกบริเวณศาลจึงไม่เป็นการละเมิดอำนาจศาล

12 ต.ค.60 ทนายความของนักศึกษา/นักกิจกรรม 7 คน ที่ถูกศาลจังหวัดขอนแก่นกล่าวหาว่า มีการกระทำอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล จากกรณีที่จัดกิจกรรมบนฟุตบาทหน้าป้ายศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้กำลังใจ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ซึ่งถูกฟ้องคดี 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ จากการแชร์บทความของเว็บข่าวบีบีซีไทย ได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือของพยานฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา 1 ปาก และคำแถลงปิดคดี ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27-28 ก.ย.60 ศาลได้นัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา แต่ได้สั่งงดสืบพยานปากนางพรทิพย์ พงษ์ชัย สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย ซึ่งเป็นชาวบ้านกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองทองคำซึ่งกลุ่มดาวดินลงไปทำงานด้วย โดยให้เหตุผลว่า พยานคนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุและไม่ใช่เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ให้ทนายความทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลได้ภายใน 15 วัน (อ่านรายละเอียดที่นี่)

คำให้การของนางพรทิพย์ระบุว่า พยานเป็นสมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จ.เลย ซึ่งรวมตัวกันเพื่อปกป้องชุมชนและทรัพยากรในพื้นที่ของตน พยานรู้จักกลุ่มดาวดิน เพราะได้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดอย่างต่อเนื่อง  โดยได้มาเรียนรู้ปัญหาและอบรมกฎหมายในพื้นที่นอกจากนี้ยังได้ร่วมเดินทางไปให้กำลังใจระหว่างที่กลุ่มฯ ถูกดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดเลย และยื่นฟ้องคดีที่ศาลปกครองกลาง  

พยานรู้จักนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้  พยานทราบว่านายจตุภัทร์ ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีทหารเป็นผู้กล่าวหาคดีนี้ และได้เดินทางมาให้กำลังใจในวันที่มีการนำตัวนายจตุภัทร์มาพิจารณาที่ศาลหลายครั้ง  พยานเห็นนักศึกษาและประชาชนมาให้กำลังใจนายจตุภัทร์ฯ จำนวนมาก และมีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบ และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาถ่ายภาพคนที่มาให้กำลังใจนายจตุภัทร์ฯ ในบริเวณศาลทุกครั้ง  แต่ในวันเกิดเหตุในคดีนี้ พยานไม่ได้มาศาลจังหวัดขอนแก่นแต่อย่างใด พยานทราบภายหลังว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งเจ็ดในคดีนี้มาไต่สวนข้อหากระทำการละเมิดอำนาจ เนื่องจากทำกิจกรรมบริเวณป้ายศาลในวันดังกล่าว พยานเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นการแสดงออกเพื่อให้กำลังใจนายจตุภัทร์ และเห็นสัญลักษณ์รองเท้าบูทแล้วเข้าใจว่าน่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์บทบาททหารหรือการรัฐประหารโดยทหารในประเทศไทย

พยานเห็นว่าการทำกิจกรรมและแสดงสัญลักษณ์ของผู้ถูกกล่าวหาทั้งเจ็ดเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นโดยสงบและสันติ  ปราศจากอาวุธ อันเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และไม่ใช่การยั่วยุหรือยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหรือความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง  ซึ่งกิจกรรมลักษณะดังกล่าวกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด  นักศึกษากลุ่มดาวดิน  และกลุ่มชาวบ้านอื่นๆ  ได้เคยแสดงออกที่ศาลจังหวัดและศาลปกครองมาก่อน

ส่วนคำแถลงปิดคดีมีเนื้อหาโดยสรุปว่า จากการไต่สวนพยานผู้กล่าวหาทั้ง 3 ปาก ได้แก่  นายพรชัย วัชรชัยทโลสถ  ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการศาลจังหวัดขอนแก่น  พันตำรวจโทอดิศักดิ์  งามชัด  เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแวงน้อย ช่วยราชการที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น  และสิบตรีธนากร  น้อยสุข  หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยประจำศาลจังหวัดขอนแก่น  พยานทั้งสามปากตอบคำถามค้านทนายผู้ถูกกล่าวหาทั้งเจ็ดเหมือนกันว่า  ในวันที่ 10 ก.พ.60  ที่มีการพิจารณาคดีของนายจตุภัทร์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้ามาภายในศาลจังหวัดขอนแก่น  ทั้งบริเวณประตูทางเข้าศาลด้านหน้า  บริเวณทางเข้าอาคารศาล  และบริเวณหน้าห้องพิจารณาคดีนายจตุภัทร์

ส่วนผู้กล่าวหาทั้งเจ็ดให้การว่าได้เดินทางมาศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อให้กำลังใจนายจตุภัทร์ เนื่องจากนายจตุภัทร์มีจุดยืนต่อต้านการรัฐประหาร และถูกจับกุมดำเนินคดีโดยฝ่ายทหารมาหลายคดี ผู้ถูกกล่าวหาทั้งเจ็ด ขอยืนยันว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยสงบ สันติวิธี เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ ทั้งการอ่านบทกวี ร้องเพลง อ่านแถลงการณ์ และวางดอกไม้สีขาว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-6 เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาติดตามกลุ่มนักศึกษาและบุคคลที่มาให้กำลังใจนายจตุภัทร์ ภายในบริเวณศาลจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นศาลพลเรือน และผู้ที่กล่าวหาดำเนินคดีนายจตุภัทร์คือเจ้าหน้าที่ทหาร  อีกทั้งภายหลังการรัฐประหารมีการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างกว้างขวาง ซึ่งสอดคล้องกับสัญลักษณ์ไม้ลักษณะคล้ายตาชั่งที่มีรองเท้าบูทและนกกระดาษซึ่งไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำมาตั้งขณะทำกิจกรรม   แต่ผู้ถูกกล่าวหา 1-6 เห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกให้กำลังใจนายจตุภัทร์ด้วยได้ โดยสัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว  เนื่องจากจัดเตรียมไว้เพื่อประกอบการจัดเวทีเสวนาเรื่อง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558  ซึ่งออกโดยรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร และมาจำกัดเสรีภาพของประชาชนจนส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

การแสดงออกของผู้ถูกกล่าวหาทั้งเจ็ด ไม่มีการใช้ถ้อยคำหยาบคายหรือยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ไม่มีการกล่าวข้อเรียกร้อง ไม่ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความไม่พอใจศาลจังหวัดขอนแก่นแต่อย่างใด และได้กระทำนอกบริเวณศาล สิบตรีธนากร น้อยสุข ก็ได้เบิกความต่อศาลว่าได้ตักเตือนบุคคลที่อยู่ภายในบริเวณศาลว่าไม่ให้ทำกิจกรรมในศาล ให้ทำนอกศาล ซึ่งระหว่างทำกิจกรรมของกลุ่มนักศึกษาก็ไม่มีเจ้าหน้าที่มาห้าม และภายหลังการทำกิจกรรมก็เก็บอุปกรณ์สิ่งของทำความสะอาดและเลิกไปโดยเรียบร้อย  ไม่มีความวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้นขณะทำกิจกรรมหรือภายหลังทำกิจกรรม  การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-6 และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ที่ถ่ายภาพใส่หน้ากากนายจตุภัทร์และวางดอกไม้ จึงไม่ใช่การประพฤติตนไม่เรียบร้อยบริเวณศาล ไม่เป็นการละเมิดอำนาจศาล จึงขอศาลมีคำสั่งว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งเจ็ดไม่เป็นการละเมิดอำนาจศาล  และปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้งเจ็ดพ้นข้อกล่าวหาไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

7 นักศึกษา คดีละเมิดอำนาจศาล ยืนยันจัดกิจกรรมสะท้อนปัญหากระบวนการยุติธรรม

ศาลขอนแก่นเลื่อนไต่สวนคดี 7 นักศึกษาละเมิดอำนาจศาล ก่อนให้อาจารย์ใช้ตำแหน่งประกันตัว

“เปิดบันทึกพยาน” ผู้กล่าวหาตอบคำถามค้านคดี 7 นักศึกษาละเมิดอำนาจศาล

สืบพยานผู้กล่าวหาเสร็จสิ้น พรุ่งนี้สืบต่อ 7 นศ.ละเมิดอำนาจศาล

ไต่สวนละเมิดอำนาจศาลเจ็ดนักศึกษาเสร็จแล้ว นัดฟังคำพิพากษา 2 พ.ย.