นักศึกษาทั้ง 7 ราย โต้แย้งรายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติต่อศาลขอให้แก้รายงาน ก่อนศาลจังหวัดขอนแก่นอ่านคำพิพากษาคดี 7 นักศึกษาละเมิดอำนาจศาล มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลให้รอการกำหนดโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-6 เป็นเวลา 2 ปี ส่วนสิรวิชญ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 500 บาท รอลงอาญา 2 ปี ให้คุมประพฤติผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 ไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี

2 พ.ย.60 ศาลจังหวัดขอนแก่นนัดฟังคำพิพากษา คดีที่นักศึกษา/นักกิจกรรมรวม 7 คน โดยมี พายุ บุญโสภณ นักกิจกรรมกลุ่มดาวดิน และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, อาคม ศรีบุตตะ หรือฉัตรมงคล นักกิจกรรมกลุ่มดาวดิน, นางสาวเอ (นามสมมติ) อดีตนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ นักกิจกรรมกลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมกลุ่มพลเมืองโต้กลับ  ถูกกล่าวหาว่า ละเมิดอำนาจศาล จากกรณีที่จัดกิจกรรมบนฟุตบาทหน้าป้ายศาลจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 60 (อ่านต่อที่นี่) เพื่อให้กำลังใจ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ซึ่งถูกฟ้องคดี 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ จากการแชร์บทความ “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย” ของเว็บข่าวบีบีซีไทย

ศาลออกพิจารณาเวลา 10.40 น. ก่อนอ่านคำพิพากษา ศาลได้พิจารณาในประเด็นที่ ‘นิว’ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ไม่มาศาลในนัดไต่สวนพยาน วันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า ติดภารกิจในการเตรียมศึกษาต่อ และศาลสั่งให้นำหลักฐานมายื่น ไม่เช่นนั้นศาลจะพิจารณาเรื่องสัญญาประกันใหม่

ทั้งนี้ สิรวิชญ์ได้ยื่นคำร้องประกอบเหตุผลต่อศาลว่า ได้พยายามหาหลักฐานมายื่นต่อศาลเพื่อแสดงว่า ในวันดังกล่าวได้ไปติดต่อเรื่องการเตรียมศึกษาต่อจริง แต่ไม่สามารถหาเอกสารมายืนยันได้ อีกทั้งนายประกัน ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้การยืนยันว่า สิรวิชญ์ไม่ได้มีเจตนาหลบเลี่ยงกระบวนการพิจารณาคดี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่สิรวิชญ์ไม่มาศาลในวันดังกล่าวและไม่สามารถหาหลักฐานมายื่นได้ ไม่ได้ทำให้กระบวนพิจารณาไม่สามารถดำเนินได้จนเสร็จได้ ประกอบกับนัดไต่สวนพยานในวันต่อมา สิรวิชญ์ได้มาศาลตามที่นัดไว้ จึงมีคำสั่งไม่ปรับเงินประกันในส่วนของสิรวิชญ์

เวลา 11.30 น. ศาลมีคำสั่งเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปเป็นช่วงบ่าย เพราะผู้ถูกกล่าวหาโต้แย้งรายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติ ที่ทำรายงานตามที่ศาลสั่ง ศาลจึงมีคำสั่งให้เรียกพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดขอนแก่นมาสอบถามถึงกระบวนการในการสืบเสาะและพินิจ ก่อนอ่านคำพิพากษา

ช่วงบ่าย หลังสอบถามพนักงานคุมประพฤติ และให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 แถลงถึงจุดที่ไม่ถูกต้องตรงข้อเท็จจริงในรายงานการสืบเสาะและพินิจ ซึ่งพนักงานคุมประพฤติยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดในการพิมพ์และตรวจร่างรายงาน ศาลก็มีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติแก้ไขรายงานการสืบเสาะฯ โดยให้ตัดส่วนที่เป็นสภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งไม่ตรงกับสำนวนคดีของศาลออก และแก้ไขข้อมูลในส่วนประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่มีความผิดพลาดตามที่ผู้ถูกกล่าวหาแถลงมา

เวลา 16.00 น. หลังพนักงานคุมประพฤติแก้ไขรายงานฯ แล้ว ศาลได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ของศาลใส่กุญแจมือของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 คน ขณะอ่านคำพิพากษา ยกเว้นนางสาวเอ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นผู้หญิง  จากนั้นศาลได้อ่านคำพิพากษาระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31 อนุมาตรา 1 และมาตรา 33 พิเคราะห์พฤติการณ์และรายงานการสืบเสาะเห็นว่า มูลเหตุในการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-6 เกิดจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-6 ขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการพิจารณาคดีของศาล ประกอบกับอยู่ในวัยเยาว์ด้อยประสบการณ์ จึงตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี บิดเบือนข้อมูลว่า ศาลมีกระบวนการพิจารณาคดีขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชน หรือวางตัวไม่เป็นกลาง หากผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-6 ได้ศึกษา ย่อมเข้าใจบริบทของศาล

ส่วนสิรวิชญ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7  เป็นผู้ใหญ่ จบการศึกษาชั้นปริญญาตรีแล้ว ย่อมมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลเป็นอย่างดี จากการสืบเสาะของเจ้าพนักงานคุมประพฤติพบว่า แต่ละคนมีแนวคิดและอุดมการณ์ส่อไปในทางที่ดี หากได้รับการอบรมเชื่อว่า จะสามารถปรับปรุงความคิดตนเองได้ เพื่อเห็นแก่อนาคต และให้โอกาสในการกลับตัวเพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ จึงเห็นสมควรให้รอการกำหนดโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-6 เป็นเวลา 2 ปี

และผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 2 ปี ให้คุมประพฤติผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 ไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 6 ครั้ง กับทำงานบริการสังคมเป็นเวลา 24 ชม. ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 คบค้าสมาคม หรือจัดกิจกรรม หรือรวมตัวกันในลักษณะที่อาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันนี้อีก

อย่างไรก็ตามทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจะรายงานคำพิพากษาฉบับเต็มอีกครั้ง เร็วๆนี้

 

ข่าวที่เกีี่ยวข้อง

ศาลขอนแก่นเลื่อนไต่สวนคดี 7 นักศึกษาละเมิดอำนาจศาล ก่อนให้อาจารย์ใช้ตำแหน่งประกันตัว

“เปิดบันทึกพยาน” ผู้กล่าวหาตอบคำถามค้านคดี 7 นักศึกษาละเมิดอำนาจศาล

สืบพยานผู้กล่าวหาเสร็จสิ้น พรุ่งนี้สืบต่อ 7 นศ.ละเมิดอำนาจศาล

ไต่สวนละเมิดอำนาจศาลเจ็ดนักศึกษาเสร็จแล้ว นัดฟังคำพิพากษา 2 พ.ย.

คำแถลงปิดคดี 7 นักศึกษาละเมิดอำนาจศาลย้ำ แสดงออกโดยสงบ สันติ ไม่ได้วิจารณ์ศาลขอนแก่น