25 ม.ค. 61 เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ ผู้ต้องหาในคดีติดป้าย “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” ในงานประชุมไทยศึกษา ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่ออัยการศาลตามนัดหมาย หลังจากเซ็นชื่อรายงานตัว ทางอัยการแขวงได้นัดหมายให้ผู้ต้องหาเข้ารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 26 ก.พ. 61 เวลา 13.30 น. โดยระบุว่าหลังจากนี้ทางอัยการแขวงจะสรุปสำนวนทำความเห็นเสนอให้อัยการภาค 5 พิจารณาก่อนจะมีคำสั่งว่าจะมีคำสั่งฟ้องต่อผู้ต้องหาทั้ง 5 คน หรือไม่ต่อไป

(ภาพ 5 ผู้ต้องหายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 6)

บรรยากาศในการเข้ารายงานตัวของผู้ต้องหาทั้ง 5 คนวันนี้ ยังคงมีผู้มาให้กำลังใจ รวมทั้งยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบคอยติดตามสังเกตการณ์ร่วมอยู่ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการแขวงได้ระบุว่าทางเจ้าหน้าที่ทหารได้มีการเข้ามาสอบถามความคืบหน้าของคดีเป็นประจำทุกเดือน โดยครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการเลื่อนฟังคำสั่งอัยการเป็นครั้งที่ 6 ตั้งแต่พนักงานสอบสวนมีการส่งสำนวนให้อัยการ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 60

คดีนี้มี ร.ท.เอกภณ แก้วศิริ อัยการผู้ช่วยศาลมณฑลทหารบกที่ 33 ได้รับมอบอำนาจจาก พ.อ.สืบสกุล บัวระวงศ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้เข้าแจ้งความกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากกรณีการติดแผ่นป้ายมีข้อความว่า “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” ที่ฝาผนังห้องประชุมศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.60

ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้แก่ ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นางภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลและนักเขียนอิสระ, นายนลธวัช มะชัย นักศึกษาปริญญาตรีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอกคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโทคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักข่าวประชาธรรม

ก่อนหน้านี้ ทางฝ่ายผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้ขอให้พนักงานสอบสวนสอบพยานนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เพิ่มเติมจำนวน 6 ปาก เพื่อสนับสนุนข้อต่อสู้ ซึ่งต่อมาได้นำพยานทั้งหมดเข้าให้การจนครบถ้วนแล้ว

         

          อ่านสรุปคำให้การพยานแต่ละปากได้ ดังต่อไปนี้

1) เสรีภาพสำคัญยิ่งสำหรับงานประชุมวิชาการ: เปิดคำให้การ ‘อานันท์ กาญจนพันธุ์’ ในคดีไทยศึกษา

2) นักวิชาการรัฐศาสตร์-สื่อสารมวลชน เข้ายื่นคำให้การพยานในคดี ‘เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร’

3) นักวิชาการกฎหมายให้การคดีไทยศึกษา ชี้คำสั่งหน.คสช.3/58 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อมีพ.ร.บ.ชุมนุมฯ

4) นักวิชาการภาษาศาสตร์ให้การคดี “ไทยศึกษา” ชี้การยกข้อความออกจากบริบท เพื่อเน้นการต่อต้านรัฐบาล ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน