วานนี้ (20 ก.พ. 61) ที่ศาลจังหวัดภูเขียวมีการสืบพยานโจทก์ 2 ปากสุดท้าย ในคดีแจกเอกสารประชามติที่อำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งมี ‘ไผ่’ จตุภัทร์ และ ‘ปาล์ม’ วศิน เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ โดยมีเอกสารของกลางที่ยึดจากจำเลยในที่เกิดเหตุ คือ “7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ”, “แถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ” และ “ความเห็นแย้งคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ”

 
ก่อนหน้านี้ ในสัปดาห์ที่แล้ว พนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวนำพยานเข้าเบิกความรวม 5 ปาก ประกอบด้วยผู้จับกุมจำเลยทั้งสองรวม 4 ปาก และผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.ชัยภูมิ อีก 1 ปาก ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 วัน

 

พยานโจทก์ปากแรกคือ พ.ต.อ.อร่าม ขณะเกิดเหตุเป็น ผกก.สภ.ภูเขียว เป็นผู้จับกุมจำเลยที่ 2 และแจ้งข้อกล่าวหาจำเลยทั้งสอง พยานปากนี้ไม่ขอตอบหรือออกความเห็นเมื่อทนายจำเลยถามถึงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ว่าสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยหรือไม่ พยานยืนยันด้วยว่า คนที่ห่วงกังวลไม่ควรมาแสดงความเห็นกันเอง หรือไม่แสดงความเห็นชี้นำคนอื่น ควรไปแสดงความเห็นในเวทีที่ กกต. หรือ กรธ. จัด ทั้งยังระบุว่า การเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ในช่วงก่อนลงประชามติไม่สามารถทำได้ ต้องให้ กกต.เป็นผู้เผยแพร่เท่านั้น

 
พยานโจทก์ปากที่ 2 คือ นายประเสริฐ ปลัดอำเภอภูเขียว ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสอง พยานเบิกความว่า เอกสารที่จำเลยแจกจ่ายมีลักษณะรุนแรง น่ากลัว พยานตอบทนายจำเลยว่าได้อ่านและทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติอย่างดีแล้ว แต่พยานไม่ขอตอบคำถามทนายจำเลยที่ถามถึงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญและความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวในประเด็นต่างๆ ตามที่ปรากฏในเอกสารของกลางในคดี รวมทั้งไม่ขอตอบว่าประชาชนทั่วไปมีสิทธิแสดงความเห็นหรือประกาศจุดยืนที่จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย ทั้งนี้ ขณะนายประเสริฐเบิกความ มีทหารในเครื่องแบบ 1 นาย มานั่งฟังอยู่โดยตลอด

 
พยานโจทก์ลำดับต่อมาคือ พ.ต.ต.เดชพล ขณะเกิดเหตุเป็น ผอ.กกต.ชัยภูมิ พยานให้ความเห็นว่า การที่มีนักวิชาการ อย่างคณะนิติราษฏร์แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นประโยชน์ นอกจากนี้ ประชาชนที่มีความห่วงกังวลในร่างรัฐธรรมนูญก็มีสิทธิที่จะแสดงความเห็นและแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้ ตราบเท่าที่ไม่ได้ข่มขู่ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง

 
พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสองอีก 2 ปาก คือนายบุญน่วม กำนันตำบลผักปัง และหมู่ตรีสุขสันต์ อส.ประจำอำเภอภูเขียว กำนันเบิกความว่า จำเลยแจกเอกสารโนโหวตคัดค้านการลงประชามติ ซึ่งถือว่าสร้างความแตกแยก ส่วนตัวพยานเองได้รับมอบหมายจาก กกต.ให้เผยแพร่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ 2559 จึงนำไปติดไว้ในหมู่บ้าน โดยไม่เคยเผยแพร่ให้ชาวบ้านฟัง รวมทั้งไม่เคยอ่านร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วย ส่วนหมู่ตรีสุขสันต์รับว่า อ่านเฉพาะคำปรารภ ไม่ได้อ่านรายละเอียด นอกเหนือจากนี้แล้ว พยานทั้งสองไม่ขอตอบคำถามค้านของทนายจำเลย
พยานโจทก์สองปากสุดท้ายเป็นพนักงานสอบสวนในคดี ซึ่งเบิกความยอมรับว่า ในชั้นสอบสวน พยานไม่ได้สอบสวนจำเลยทั้งสอง และพยาน ถึงเนื้อหาในเอกสารของกลางในคดีที่ยึดได้จากจำเลย

 
หลังจากนี้ ยังเหลือการสืบพยานจำเลยอีก 3 นัด คือในวันที่ 21 และ 27-28 ก.พ. 61 ซึ่งในวันนี้ (21 ก.พ. 61) ไผ่และปาล์มจะเข้าเบิกความเป็นพยานให้ตนเอง

 
ศูนย์ทนายความฯ จะเผยแพร่สรุปย่อคำให้การของพยานโจทก์และจำเลยในคดีนี้อีกครั้ง ผู้สนใจติดตามได้ที่นี่
วันเกิดเหตุเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน ไผ่ยังเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น ส่วนปาล์มเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมธรณี ม.เทคโนโลยีสุรนารี ปัจจุบันไผ่จบปริญญาตรีแล้ว ขณะที่ปาล์มยังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4
ในการสืบพยาน ศาลจังหวัดภูเขียวต้องเบิกตัวไผ่มาจากเรือนจำอำเภอภูเขียว ซึ่งไผ่ถูกส่งมาขังที่นี่เป็นการชั่วคราวเพื่อพิจารณาคดีนี้ ขณะที่ต้องโทษจำคุกในคดี 112 กรณีแชร์บทความของ BBC Thai อยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ขณะเดียวกันไผ่ก็ถูกขังตามหมายขังระหว่างพิจารณาในคดีประชามติของศาลจังหวัดภูเขียวนี้ด้วย ส่วนปาล์มซึ่งได้รับการประกันตัวตั้งแต่ชั้นสอบสวน มาศาลตามนัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แจ้งข้อหาพ.ร.บ.ประชามติ 2 นักกิจกรรม NDM อีสาน หลังแจกเอกสารโหวตโนในตลาดสด

อัยการยื่นฟ้องคดี’ไผ่ และเพื่อน’ทันที ก่อนศาลให้ประกันตัวด้วยใบอนุญาตทนายของบิดา+เงินสด3หมื่นบาท

เปิดหนังสือขอความเป็นธรรม !!! คดี พ.ร.บ.ประชามติ ไผ่ดาวดินและพวกรณรงค์ “โหวตโน” ให้ถอนฟ้องคดี

จำหน่ายคดีประชามติภูเขียวชั่วคราว เหตุศาลขอนแก่นไม่ส่งตัว ‘ไผ่’ มาจนกว่าคดี 112 จะแล้วเสร็จ

สืบพยาน ก.พ. ปีหน้า คดี ‘ไผ่และเพื่อน’ แจกเอกสารประชามติ