วันที่ 6 มี.ค. 61 เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์ราชการจังหวัดพะเยา เครือข่าย People Go Network พร้อมกับกลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดา อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คนขึ้นไป ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 จากกรณีทำกิจกรรมเดินสนับสนุน “We Walk เดินมิตรภาพ” ในหมู่บ้านเมื่อวันที่ 5 ก.พ.61 ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ขอให้ยุติการแจ้งความดำเนินคดีต่อกลุ่มชาวบ้านและนักศึกษาเป็นครั้งที่ 2 หลังไม่สามารถยื่นในครั้งแรกได้ ด้านเจ้าหน้าที่ทหารระบุจะไม่ดำเนินคดีตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 แต่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ

(ภาพขณะ ผู้ต้องหา “we walk ดอยเทวดา” ยื่นหนังสือต่อตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา)

 

ก่อนหน้านี้วันที่ 27 ก.พ.61 ชาวบ้านผู้ต้องหา “we walk ดอยเทวดา” ได้พยายามเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เพื่อร้องเรียนให้ยุติการดำเนินคดีต่อกลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารได้เข้ามาเจรจาต่อรองไม่ให้ยื่นหนังสือดังกล่าว ทั้งยังมีการพยายามเชิญให้กลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดาและนักศึกษาไปพูดคุยที่มณฑลทหารบกที่ 34 ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช  ก่อนที่กลุ่มผู้ต้องหา “we walk ดอยเทวดา” จะแยกย้ายกันกลับ โดยยังไม่ได้ยื่นหนังสือใดๆ (อ่านรายงานข่าวก่อนนี้)

 

วันนี้ 6 มี.ค. 61 กลุ่มผู้ต้องหา “we walk ดอยเทวดา” พร้อมด้วยเครือข่าย People Go Network ได้เดินทางไปยังศูนย์ราชการจังหวัดพะเยา เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ยุติการดำเนินคดีต่อกลุ่มเกษตรกรบ้านดอยเทวดาเป็นครั้งที่ 2 โดยก่อนที่จะได้ทำการยื่นหนังสือดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารพ.อ.ทินชาติ สุทธิรักษ์ เจ้าหน้าที่หัวหน้าฝ่ายข่าวของมณฑลทหารบกที่ 34 เข้ามาพูดคุยกับกลุ่มเกษตกรบ้านดอยเทวดาที่ด้านหน้าศูนย์ราชการ โดยระบุว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะมายื่นหนังสืออะไรอีก ในทางคดีไม่ได้ดำเนินคดี ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558  แล้ว เมื่อมีการสอบถามว่าคดีของกลุ่มผู้ต้องหา “we walk ดอยเทวดา” อยู่ชั้นไหนแล้ว พ.อ.ทินชาติได้ระบุว่าคดียังไม่มีการฟ้องร้องและจะไม่ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 แล้ว อีกทั้งยังระบุว่ากลุ่มชาวบ้านดอยเทวดา “พวกใช้ม็อบมาข่มขู่คน” กลุ่มผู้ต้องหาที่ไปยื่นหนังสือจึงระบุว่าการมาในวันนี้เป็นการมาให้กำลังใจกัน ไม่ใช่ม็อบแต่อย่างใด

พ.อ.ทินชาติ ระบุอีกว่าได้มีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ต้องหาถึง 3 ครั้งแล้ว อธิบายให้เข้าใจ แต่กลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมจบ และได้กล่าวด้วยว่า พวกคุณเป็น “พวกบิดเบือนข้อเท็จจริง” โดยตนได้พูดคุยแล้วว่าจะไม่ดำเนินคดี 3/58 แล้ว แต่มีการไปเผยแพร่ว่าดำเนินคดี 3/58 “พวกคุณตรัสรู้ได้ยังไง”

ระหว่างการพูดคุยทางเจ้าหน้าที่ทหารยังมีการชูนิ้วกลางให้กับกล้องถ่ายทอดสด (live) ของเครือข่าย People Go Network ด้วย และได้มีการโต้แย้งกับผู้ต้องหา “we walk ดอยเทวดา” ในประเด็นที่ว่ากลุ่มผู้ต้องหานำข้อมูลไปเผยแพร่สู่สาธารณะโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่กลุ่มผู้ต้องหาก็โต้แย้งว่าข้อมูลที่เผยแพร่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ใช้เวลากว่า 10 นาที โดยมีการใช้เสียงอันดังในการพูดคุย (ดูคลิปถ่ายทอดสด)

 

จากนั้น ได้มีตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาและพ.ต.อ.สุทัศน์ เมืองมูล ผู้กำกับงานสอบสวน ได้เข้ามาพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้าน ระบุว่าเข้าใจกลุ่มผู้ต้องหา ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารนั้นก็มีความเข้าใจ เพียงแต่อาจจะได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่มีการสื่อสารออกสู่โซเชียลมีเดียไป และกล่าวว่าวันนี้ได้รับมอบหมายให้มารับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านดอยเทวดา จากนั้นจะนำเรียนผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยพ.อ.ทินชาติ ได้กล่าวทิ้งท้ายในการพูดคุยว่าตนยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินคดีตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ในกรณีนี้แล้ว แต่กลุ่มชาวบ้านดอยเทวดา ได้ทำการชุมนุมซึ่งมีพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะควบคุมอยู่ ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย จากนั้นกลุ่มชาวบ้านจึงได้ทำการยื่นหนังสือต่อตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดผู้รับเรื่องและเดินทางกลับ

 

สำหรับคดีของกลุ่มผู้ต้องหา “we walk ดอยเทวดา” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 กับชาวบ้านและนักศึกษา รวมจำนวน 10 ราย พร้อมสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 6 ก.พ. 61 (รายงานข่าวก่อนนี้) ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คนไปขออำนาจฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงคำ ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 9.30 น.วันเดียวกัน  และทางผู้ต้องหา 10 ราย ได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยที่ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์รายละ 5,000 บาท และต้องไปรายงานตัวต่อศาลตามที่ได้ถูกนัดหมาย ราว 6 วันต่อหนึ่งครั้ง (รายงานข่าวก่อนนี้)  ซึ่งขณะนี้คดีของกลุ่มผู้ต้องหา “we walk ดอยเทวดา” อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนและมีความเห็นในคดีเพื่อส่งสำนวนให้อัยการมีความเห็นเป็นลำดับต่อไป